22/06/2026
[ เจาะปมสายปริศนาขู่ยิง ‘ยอดชาย’ สส.พรรคประชาชนชลบุรี: สะท้อนแผลลึก ‘ความเกลียดชังต่างอุดมการณ์’ ในการเมืองไทย ]
ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่แหลมคมและพร้อมจะปะทุขึ้นในรูปแบบของพฤติกรรมคุกคามได้ทุกเมื่อ ล่าสุดกรณีของ นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชลบุรี จากพรรคประชาชน ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ความเห็นต่างทางการเมืองได้ก้าวข้ามเส้นขอบเขตของการวิพากษ์วิจารณ์ตามวิถีประชาธิปไตย ไปสู่การข่มขู่คุกคามเอาชีวิต ซึ่งถือเป็นภัยความมั่นคงต่อผู้แทนราษฎรและบรรทัดฐานของสังคม
[ ลำดับเหตุการณ์การเข้าให้ปากคำ ]
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ สถานีตำรวจภูธรบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายยอดชาย พึ่งพร ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เอกชัย ไชยอำพร พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากที่ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนหน้านี้ จากกรณีได้รับโทรศัพท์สายปริศนาโทรเข้ามาข่มขู่ว่าจะเอาชีวิตด้วยการยิง ในขณะที่นายยอดชายกำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ป.ป.ร.) ที่สถาบันพระปกเกล้า
กระบวนการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานในห้องพนักงานสอบสวนดำเนินไปอย่างละเอียด โดยใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมง 20 นาที จึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้น พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางละมุง (ผกก.สภ.บางละมุง) ได้เชิญนายยอดชายเข้าพบเป็นการส่วนตัวภายในห้องปฏิบัติการ เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยและความคืบหน้าทางคดีทางการสืบสวนเชิงลึก
[ การวิเคราะห์มูลเหตุจูงใจ: ตัดปมท้องถิ่น มุ่งเป้าความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ ]
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย นายยอดชาย ได้เปิดเผยความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนด้วยท่าทีที่สุขุมแต่จริงจัง โดยระบุว่าจากการประเมินประวัติตนเองที่ผ่านมา ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งส่วนตัวหรือการขัดผลประโยชน์กับผู้ใดตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ เขายังได้ให้น้ำหนักและตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์คุกคามครั้งนี้ไม่น่าจะมีความเชื่อมโยงกับประเด็นการเมืองท้องถิ่น แม้ว่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยากำลังจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคตอันใกล้ก็ตาม
“น่าจะเป็นเรื่องของอุดมการณ์ทางการเมือง และเป็นความไม่ชอบส่วนตัวของบุคคลปลายสายที่มีต่อแนวทางของพรรคมากกว่า” นายยอดชายระบุ
สิ่งที่สนับสนุนสมมติฐานนี้อย่างมีนัยสำคัญคือ ในระหว่างการสนทนาก่อนที่จะมีการข่มขู่นั้น บุคคลปลายสายได้มีการเอ่ยปากตั้งคำถามเชิงกดดันและพาดพิงถึงบุคคลสำคัญของอดีตพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า ได้แก่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งเป็นแกนนำทางความคิดของกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน พฤติกรรมดังกล่าวชี้ชัดว่า ผู้ก่อเหตุมีความฝังใจและมีอคติส่วนบุคคลต่อชุดอุดมการณ์ของพรรคประชาชนอย่างรุนแรง
[ ความคืบหน้าทางคดีและการติดตามตัวผู้ลงทะเบียนซิม ]
ในส่วนความคืบหน้าด้านการสืบสวน นายยอดชายเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดสืบสวนทราบเบาะแสสำคัญแล้ว จากการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการโทรเข้ามาข่มขู่นั้น เป็นระบบจดทะเบียนรายเดือน ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุชื่อ-นามสกุลของผู้ลงทะเบียนครอบครองซิมการ์ดดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อหรือรายละเอียดของบุคคลดังกล่าวต่อสาธารณชนได้ เนื่องจากคดียังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดี หากเปิดเผยข้อมูลออกไปอาจทำให้ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทันและส่งผลเสียต่อรูปคดี
เนื่องจากเหตุการณ์ต้นเรื่อง หรือจุดที่นายยอดชายรับสายโทรศัพท์ข่มขู่นั้นเกิดขึ้นขณะที่เจ้าตัวพำนักและเรียนอยู่ที่สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร หลังจากที่ สภ.บางละมุง ทำการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นในฐานะพื้นที่รับแจ้งความเสร็จสิ้นแล้ว จะทำการส่งมอบสำนวนคดีทั้งหมดไปยัง สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง (สน.ทุ่งสองห้อง) ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุตามกฎหมาย เพื่อดำเนินการออกหมายเรียกและดำเนินคดีตามกระบวนการขั้นต่อไป
[ จริยธรรมผู้แทนราษฎร: เหตุผลที่ไม่มีการอัดเสียง ]
ประเด็นหนึ่งที่สื่อมวลชนและสังคมตั้งคำถามคือ เหตุใดจึงไม่มีหลักฐานเป็นไฟล์บันทึกเสียงสนทนาในขณะเกิดเหตุ นายยอดชายได้ชี้แจงถึงหลักคิดและจริยธรรมในการทำงานของตนเองอย่างน่าสนใจว่า โดยปกติแล้วโทรศัพท์สายตรงของตนมีไว้เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้เดือดร้อน ซึ่งผู้ร้องเรียนส่วนใหญ่มักจะพูดคุยด้วยความกังวลหรือต้องการความช่วยเหลืออย่างลับๆ ตนจึงไม่มีนโยบายและไม่เคยตั้งค่าระบบอัดเสียงโทรศัพท์อัตโนมัติ เพราะมองว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและความเป็นส่วนตัวของประชาชนที่โทรมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้การตัดสินใจนี้จะทำให้ขาดพยานหลักฐานประเภทเสียงไป แต่ข้อเท็จจริงเรื่องระบบบันทึกการโทร (Call Log) และชื่อผู้ลงทะเบียนซิมก็เพียงพอที่จะดำเนินคดีได้
สุดท้าย นายยอดชายได้ฝากข้อความไปถึงบุคคลปริศนาปลายสาย รวมถึงส่งสาส์นเตือนใจไปยังสังคมไทยในวงกว้างว่า ความเห็นต่างทางการเมืองและอุดมการณ์ที่ไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่ความเห็นต่างนั้นควรจะถูกนำมาถกเถียงกันด้วยเหตุผล ข้อมูล และกระบวนการทางสภา ไม่ใช่การใช้วิธีสกปรก คุกคาม หรือใช้ความรุนแรงในการข่มขู่เอาชีวิต หลังจากนี้สังคมต้องร่วมกันจับตาดูว่า การดำเนินคดีของ สน.ทุ่งสองห้อง และ สภ.บางละมุง จะสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้รวดเร็วเพียงใด เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบที่เป็นอันตรายต่อระบอบการเมืองไทย.
#ยอดชายพึ่งพร #พรรคประชาชน #ชลบุรี #คุกคามสส #โทรขู่ฆ่า #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้
ขอบคุณภาพข่าวจาก : ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี