นิวส์โชว์ - News Show

นิวส์โชว์ - News Show เว็บไซต์ข่าว และสื่อ

OMODA & JAECOO ประกาศข้อเสนอพิเศษช่วงสุดท้าย “Last Chance for Best Price พร้อม Lifetime Warranty ก่อนปรับราคาขึ้น 20,000...
01/05/2026

OMODA & JAECOO ประกาศข้อเสนอพิเศษช่วงสุดท้าย “Last Chance for Best Price พร้อม Lifetime Warranty ก่อนปรับราคาขึ้น 20,000 บาท”
สำหรับ OMODA C5 Max+ และ JAECOO 5 EV Max+

กรุงเทพฯ (30 เมษายน 2569) – OMODA & JAECOO ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม เดินหน้าส่งมอบความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย ผ่านแคมเปญพิเศษ “Last Chance for Best Price พร้อม Lifetime Warranty” จองสิทธิ์ตั้งแต่วันนี้ – 4 พฤษภาคม 2569 และรับรถภายใน 30 มิถุนายน 2569 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยม OMODA C5 Max+ และ JAECOO 5 EV Max+ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี สมรรถนะ และความคุ้มค่าในระยะยาว
OMODA C5 Max+ โดดเด่นด้วยดีไซน์ Coupe SUV ที่ทันสมัย ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและฟังก์ชันการใช้งานครบครัน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว รองรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมข้อเสนอพิเศษเพียง 629,000 บาท (จากราคาปกติ 709,000 บาท)
ขณะที่ JAECOO 5 EV Max+ สะท้อนแนวคิด SUV ที่แข็งแกร่งและอเนกประสงค์ รองรับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางที่หลากหลาย มาพร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 579,000 บาท (จากราคาคาดการณ์ 6XX,### บาท) โดยรุ่น JAECOO 5 EV (KD) พร้อมส่งมอบล็อตแรกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และตั้งเป้าส่งมอบครบ 6,000 คัน ภายในช่วงมิถุนายน 2569 สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ภายใต้แคมเปญนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ ได้แก่

สำหรับ OMODA C5 EV MAX+
• การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)*
• ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ.*
• Wall Charger พร้อมติดตั้ง*
- ฟรี! พรม OMODA*
- ฟรี! AC Portable Charger*
- ฟรี! Application T-Box 5 ปี*
- ฟรี! บริการรถช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*

สำหรับ JAECOO 5 EV MAX+
• การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) *
• ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ.*
• Wall Charger พร้อมติดตั้ง*
- ฟรี! พรม JAECOO*
- ฟรี! AC Portable Charger*
- ฟรี! Application T-Box 1 ปี*
- ฟรี! บริการรถช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*

แคมเปญดังกล่าวเปิดให้จองสิทธิ์ตั้งแต่วันนี้ – 4 พฤษภาคม 2569 และรับรถภายใน 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น*
ทั้งนี้ หลังจาก 4 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายจะมีการปรับเพิ่มขึ้น 20,000 บาท โดย

• OMODA C5 EV Max+ จะปรับราคาเป็น 649,000 บาท (จากราคาปกติ 709,000 บาท)* และ
• JAECOO 5 EV Max+ จะปรับราคาเป็น 599,000 บาท (จากราคาคาดการณ์ 6xx,### บาท)*

ทั้งนี้ ยังคงมอบสิทธิ์ Lifetime Warranty* สำหรับทุกยอดจองภายในช่วงเวลาดังกล่าว

*เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
OMODA & JAECOO ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศไทยในระยะยาว

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888

#โปรรถยนต์ #โปรโมชั่นรถ
#โปรแรง #ราคาพิเศษ #ก่อนขึ้นราคา #ดีลสุดคุ้ม

BenQ เปิดตัวจอเรือธง MA Series พลิกประสบการณ์ Mac Creator                                          นิยามใหม่ของความลื่นไ...
01/05/2026

BenQ เปิดตัวจอเรือธง MA Series พลิกประสบการณ์ Mac Creator นิยามใหม่ของความลื่นไหลและความแม่นยำระดับ 5K สำหรับสายครีเอเตอร์ตัวจริง
กรุงเทพฯ (30 เมษายน 2569) – BenQ ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการแสดงผล เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มจอมอนิเตอร์สำหรับผู้ใช้งาน Mac ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น MacBook Pro, MacBook Air หรือ Mac mini ด้วยการจัดงานเปิดตัวจอเรือธงรุ่นล่าสุดในตระกูล MA Series ได้แก่ MA270S (5K) และ MA320UG (120Hz) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “BenQ Show Mac Colors Experience” ณ Club Siam Glowfish กรุงเทพฯ โดยเนรมิตพื้นที่ให้เป็นโลกแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อสะท้อนประสบการณ์การใช้งานที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับระบบนิเวศของ Apple ได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมยกระดับนิยามใหม่ของประสบการณ์ Mac ที่ลื่นไหลและคมชัดระดับ 5K สำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่

คุณโรเจอร์ เฉิน ผู้อำนวยการ บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำว่า “เราไม่ได้มองเพียงการพัฒนาจอที่ใช้งานร่วมกับ Mac ได้เท่านั้น แต่เรามองลึกไปถึงการยกระดับ ‘ประสบการณ์การทำงาน’ ของผู้ใช้ Mac ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่เรื่องของความแม่นยำของสี ความลื่นไหลของภาพ ไปจนถึงความสะดวกในการเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ใน ecosystem เดียวกัน MA Series จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถโฟกัสกับงานสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเสียเวลากับข้อจำกัดด้านเทคนิคหรือ workflow ที่ซับซ้อน เทคโนโลยีอย่าง Daisy Chain ผ่าน Thunderbolt 4 และ Smart KVM ในรุ่น MA270S รวมถึงความลื่นไหลระดับ 120Hz ของ MA320UG จะเข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิมของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการหลายหน้าจอหรือการใช้งานหลายอุปกรณ์ ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง คล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

“เรามองว่าทิศทางของตลาดจอสำหรับ Mac ในวันนี้ ไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่สเปก แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมการทำงานของผู้ใช้ในชีวิตจริง และนี่คือสิ่งที่ BenQ ให้ความสำคัญในการพัฒนา MA Series ในครั้งนี้”

ภายในงาน BenQ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ “Experience True Mac Colors” ผ่าน 4 Experience Zones ที่สะท้อนการใช้งานจริงของสายครีเอทีฟและโปรดักชันอย่างชัดเจน ได้แก่
• Seamless Integration Zone (The Real-world Workflow) – จำลองการใช้งานจริงผ่านจอ MA270U ร่วมกับ MacBook เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานแบบ “ไร้รอยต่อ” อย่างแท้จริง ทั้งการซิงค์ค่าสีด้วยเทคโนโลยี Mac-tuned Color และการควบคุมความสว่างหรือระดับเสียงผ่านคีย์บอร์ด Mac ได้ทันที โดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่ม ให้ความรู้สึกเสมือนใช้หน้าจอ MacBook ที่ขยายใหญ่ขึ้น
• Ultimate Face-Off Zone (MA270S vs. Studio Display) – ท้าพิสูจน์ความเหนือระดับในโซนเปรียบเทียบที่นำ MA270S มาวางคู่กับ Studio Display เพื่อโชว์ศักยภาพความคมชัดระดับ 5K (218 PPI) ความแม่นยำของสี และอัตราส่วนคอนทราสต์ 2000:1 ที่ให้รายละเอียดภาพลึกซึ้งและประสบการณ์ระดับพรีเมียมสำหรับงานครีเอทีฟ
• Surface Mastery Zone (The Choice of Perfection) – นำเสนอทางเลือกหน้าจอที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างผ่านรุ่น MA320U / MA320UP โดยแบ่งเป็น
o Nano Matte (ตระกูล U) – เน้นความสบายตา (Soft & Eye Comfort) ลดแสงสะท้อน เหมาะกับการทำงานต่อเนื่องระยะยาว
o Nano Gloss (ตระกูล UP) – ให้สีสันสด คมชัดแบบจอ MacBook ตอบโจทย์สาย Visual ที่ต้องการภาพคมเด้ง (Vibrant & Sharp)
ซึ่งทั้งรุ่น MA270UP และ MA320UP ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
• Flagship Innovation Zone (New Highlights) – โชว์นวัตกรรมเด่นฟีเจอร์เด็ดเฉพาะตัวของ MA270S รุ่นใหม่ล่าสุด ที่อัปเกรดระบบการเชื่อมต่อให้ทรงพลังยิ่งขึ้นด้วย Daisy Chain ผ่าน Thunderbolt 4 ที่รองรับการต่อพ่วงหลายหน้าจอได้อย่างเป็นระเบียบ และระบบ Smart KVM ที่ชาญฉลาดช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับการใช้งานระหว่าง Mac สองเครื่องด้วยอุปกรณ์ควบคุมเพียงชุดเดียว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงสุด

เจาะลึกเทคโนโลยี: เมื่อ Display ไม่ใช่แค่จอ แต่คือ “Productivity Engine”
BenQ วางตำแหน่ง MA Series เป็นมากกว่าจอแสดงผล แต่เป็น “เครื่องมือเพิ่มศักยภาพการทำงาน” สำหรับผู้ใช้ MacBook ทั่วไป หรือ ครีเอเตอร์ โดยชูจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
• MA270S (5K Mastery) – ความละเอียด 5120x2880 (218 PPI) พร้อม 99% P3 Color Accuracy รองรับงานดีไซน์ระดับมืออาชีพ
• MA320UG (Smooth Motion) – 4K + 120Hz ตอบโจทย์สายวิดีโอและโมชั่นที่ต้องการความลื่นไหลสูง
• Thunderbolt 4 (96W) – เชื่อมต่อและชาร์จในสายเดียว ลดความซับซ้อนของ Workspace
• Display Pilot 2 Software – ระบบจัดการหน้าจอและ Color Sync อัตโนมัติ รองรับ Workflow ยุค Multi-tasking

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนเทรนด์สำคัญของตลาดครีเอเตอร์และสายงานดิจิทัล ที่ไม่ได้มองหาแค่ “สเปกสูง” แต่ต้องการอุปกรณ์ที่ Integrate เข้ากับ Ecosystem ได้จริง โดยเฉพาะผู้ใช้งาน Mac ที่ให้ความสำคัญกับ Color Accuracy, Consistency และ Workflow Continuity

BenQ จึงขยับจาก “Display Brand” ไปสู่ “Experience Solution Provider” ที่เข้าใจ Pain Point ของผู้ใช้ Mac อย่างลึกซึ้ง และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกมิติ

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์จอภาพที่ออกแบบมาเพื่อ Mac โดยเฉพาะ พร้อมทดลองใช้งานจริงได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางของ BenQ ประเทศไทย https://www.benq.com/th-th/monitor/home/ma270s.html

Apple, Mac, MacBook Pro, Mac mini และ Mac Studio เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Apple Inc. BenQ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Apple Inc. ในทางใดทางหนึ่ง

ผังเมืองใหม่ลำลูกกา ปลดล็อกศักยภาพทำเลอนาคต ดัน เรนวูด ปาร์ค สู่ Safe Haven ที่อยู่อาศัยในฝันของผู้คนทั่วโลก ท่ามกลางสถา...
01/05/2026

ผังเมืองใหม่ลำลูกกา ปลดล็อกศักยภาพทำเลอนาคต ดัน เรนวูด ปาร์ค สู่ Safe Haven ที่อยู่อาศัยในฝันของผู้คนทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน

เรนวูด ปาร์ค ตอกย้ำบทบาทผู้นำการพัฒนาเมืองคุณภาพแห่งอนาคต รับแรงหนุนจากผังเมืองใหม่ลำลูกกา ปทุมธานี ที่กำลังเปิดศักยภาพทำเลยุทธศาสตร์สู่โซนเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ พร้อมเร่งการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม และการลงทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนโอกาสครั้งสำคัญของพื้นที่ลำลูกกาในการก้าวสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัยที่เป็นที่ต้องการของผู้คนจากทั่วโลก

มร. สจวร์ต เดลี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรนวูด โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า การประกาศใช้ผังเมืองใหม่ครั้งนี้ นับเป็นการยกระดับกรอบการพัฒนาเมืองของลำลูกกาอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของพื้นที่พาณิชยกรรม ตลอดจนการวางระบบเมืองให้สอดรับกับการเติบโตระยะยาวของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พื้นที่ลำลูกกาซึ่งเคยถูกมองเป็นชานเมือง กำลังก้าวสู่ “Urban Expansion Zone” หรือเขตขยายเมืองแห่งอนาคตที่มีศักยภาพสูงสุดแห่งหนึ่งทั้งของของประเทศไทยและในระดับสากล หนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ คือ การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา ซึ่งเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ตอนเหนือสู่ลำลูกกาได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาเดินทาง และเพิ่มความสะดวกสำหรับการเดินทางเข้า-ออกเมือง รองรับทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน การเดินทางเพื่อธุรกิจ ตลอดจนการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ถึงการพัฒนาลำลูกกา ปทุมธานี ในครั้งนี้พบว่า ผังเมืองใหม่ที่ปรับนั้นจะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในย่านนี้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ทั้งยังรายล้อมด้วยศูนย์บริการและพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่บริเวณอินเตอร์เชนจ์ สะท้อนความพร้อมของเมืองสมัยใหม่ที่ได้รับการวางแผนอย่างมีคุณภาพ และพร้อมรองรับการเติบโตของเมืองจากปัจจุบันสู่อนาคตได้อย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้นอีกหนึ่งจุดแข็งของลำลูกกา คือ การกำหนดพื้นที่สีเขียว (Green Zone) ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม พื้นที่ส่วนใหญ่ปลอดจากอุตสาหกรรมหนัก รายล้อมด้วยธรรมชาติ พื้นดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเกษตร สวนผลไม้ และการพัฒนาชุมชนที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสโลกที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ พื้นที่สีเขียว อากาศสะอาด และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตระยะยาว

“เรนวูด ปาร์ค เมกะโปรเจกต์ระดับลักชัวรีบนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ได้รับการพัฒนาภายใต้วิสัยทัศน์ Future-Proof Living Ecosystem ที่ออกแบบเพื่อรองรับอนาคต และแนวคิด A World-Class Community for Multi-Generational Living สังคมระดับเวิลด์คลาสเพื่อการใช้ชีวิตทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ผู้สูงวัย ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ ผ่านองค์ประกอบครบวงจร ทั้งที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี สถาบันการศึกษานานาชาติ กีฬา เวลเนส ไลฟ์สไตล์ และระบบสาธารณูปโภคมาตรฐานสากล โดยโครงการยังผสานจุดแข็งของการรวมการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม การศึกษา และการดูแลสุขภาวะไว้ในจุดหมายเดียว สอดรับกับแนวโน้มระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับชุมชนคุณภาพที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบของชีวิตไว้อย่างสมบูรณ์พร้อมยกระดับความมั่นใจผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่วางแผนอย่างรอบด้าน อาทิ การพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยด้วยโดรนที่วางระบบครอบคลุมทั่วพื้นที่โครงการ การดูแลทางเข้า-ออกแบบ Double-Layer Security หรือระบบรักษาความปลอดภัย 2 ชั้นก่อนเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลและยานพาหนะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยกำแพง
รอบโครงการ ความโดดเด่นนี้ทำให้ เรนวูด ปาร์ค แตกต่างจากโครงการที่อยู่อาศัยทั่วไป และก้าวสู่การเป็นจุดหมายของผู้ซื้อที่มองหาทั้งมูลค่าระยะยาว และคุณภาพชีวิตระดับพรีเมียมควบคู่กัน” มร.สจวร์ต เดลี่ กล่าว

ทั้งนี้ องค์ประกอบสำคัญของโครงการ Reignwood Park ประกอบด้วย สนามกอล์ฟแชมเปียนชิพระดับโลก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่เตรียมเปิดให้บริการ สถาบันการศึกษานานาชาติ พื้นที่เวลเนสเพื่อสุขภาพและสมดุลชีวิต ตลอดจนชุมชนคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และมาตรฐานการอยู่อาศัยชั้นนำ โครงสร้างด้านความปลอดภัยดังกล่าวช่วยตอกย้ำบทบาทของโครงการในฐานะ Secure และ Self-Contained Community ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยและการวางผังโครงการที่ครบถ้วน ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าโครงการแห่งนี้เป็นชุมชนที่มีความปลอดภัยสูง ดูแลได้ภายในพื้นที่ของตนเอง และออกแบบมาเพื่อรองรับวิถีชีวิตยุคใหม่อย่างมีคุณภาพ โครงสร้างเหล่านี้ช่วยสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตอย่างรอบด้านสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่สามารถใช้ชีวิต ทำงาน เรียนรู้ และพักผ่อนอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างมั่นใจด้านศักยภาพการลงทุน การปรับผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ กำลังสร้างแรงหนุนต่อมูลค่าที่ดินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับตัวสูงขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ในอนาคต จากปัจจัยสนับสนุน เช่น ทำเลที่เติบโต การคมนาคมที่สะดวกขึ้น และการขยายตัวของเมือง ขณะเดียวกันตลาดอสังหาริมทรัพย์ลำลูกกา ปทุมธานีกำลังขยายตัวตั้งแต่โครงการระดับกลางจนถึงเซกเมนต์ลักชัวรี ทำให้พื้นที่นี้ได้รับความสนใจมากขึ้นจากทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ

“ลำลูกกา ปทุมธานี กำลังก้าวสู่ช่วงเวลาใหม่ของการเติบโตจากพลังของผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ โครงการเรนวูด ปาร์ค เดินหน้ามากกว่าการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เรากำลังร่วมสร้างอนาคตของทำเลแห่งนี้ให้เป็น Global Lifestyle and Residential Destination ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การลงทุน และคุณภาพชีวิตระดับโลกเข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาจุดหมายที่สามารถส่งมอบคุณค่าครบด้าน ทั้งที่อยู่อาศัย การศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ พร้อมศักยภาพการเป็น Safe Haven หรือพื้นที่มั่นคงสำหรับครอบครัวและการอยู่อาศัยระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ เรนวูด ปาร์ค ตั้งแต่วันแรกของการพัฒนาโครงการ” มร. สจวร์ต เดลี่ กล่าวเสริม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา โครงการเรนวูด ปาร์ค ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เกิดขึ้นจริง และพร้อมก้าวสู่บทบาทแลนด์มาร์กระดับนานาชาติของลำลูกกาและกรุงเทพฯ ตอนเหนือ การเดินหน้าของ เรนวูด ปาร์ค จึงสะท้อนภาพชัดเจนว่า ผังเมืองใหม่ลำลูกกา เป็นมากกว่าการปรับใช้ประโยชน์ที่ดิน หากคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองยุคใหม่ ที่กำลังเปิดศักยภาพพื้นที่สู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัย การลงทุน และไลฟ์สไตล์ระดับโลกอย่างเต็มศักยภาพ

#ผังเมืองใหม่ #ผังเมืองลำลูกกา #ลำลูกกา #ปทุมธานี #ทำเลศักยภาพ #ทำเลอนาคต #ขยายเมือง #กรุงเทพตอนเหนือ

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งปีที่อัตราหุ้นละ  0....
30/04/2026

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569
มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งปีที่อัตราหุ้นละ 0.30 บาท

นายทวีศักดิ์ วัชรรัคคาวงศ์ ประธานกรรมการ (ลำดับที่ 1 จากซ้าย) นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร (คนกลาง) นายสุวรรณ แทนสถิตย์ ประธานกรรมการตรวจสอบ (ลำดับที่ 4 จากซ้าย) พร้อมคณะกรรมการ และคณะผู้บริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เข้าร่วมการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โดยที่ประชุมฯ มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท โดยจ่ายสำหรับงวด 6 เดือนแรกไปแล้วที่อัตราหุ้นละ 0.14 บาท และจะจ่ายสำหรับงวด 6 เดือนหลังอีกที่อัตราหุ้นละ 0.16 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม ศกนี้ การจัดประชุมดังกล่าวมีขึ้น เมื่อวันพุธที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ห้องราชพฤกษ์ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ
#ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ #หุ้นปันผล #เงินปันผล #ลงทุนหุ้น
#หุ้นไทย #ตลาดหุ้น

“ททท. ผนึกพันธมิตรชวนคนทำงานออกเดินทาง ‘WORK WONDER BELONG’ ใน 17 จังหวัดภาคกลาง เที่ยวใกล้ได้งาน”การท่องเที่ยวแห่งประเท...
30/04/2026

“ททท. ผนึกพันธมิตรชวนคนทำงานออกเดินทาง ‘WORK WONDER BELONG’ ใน 17 จังหวัดภาคกลาง เที่ยวใกล้ได้งาน”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ NEXTOPIA Siam Paragon, Megatix Thailand, Bolt และ Sanook.com ชวนคนทำงานยุคใหม่ออกเดินทางเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวพร้อมทำงานไปด้วยกัน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคกลาง ภายใต้แคมเปญ WORK WONDER BELONG เที่ยวใกล้ได้งาน เปลี่ยนวันทำงานธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ ผ่านการค้นหาสถานที่ทำงานใหม่ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสร้างแรงบันดาลใจช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในแคมเปญรวบรวมสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ทำงานที่เหมาะกับการทำงานนอกสถานที่ รวมถึงสินค้าและบริการที่ช่วยให้การทำงานจากทุกที่เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อรองรับเทรนด์การทำงานรูปแบบใหม่ที่ผสาน “การทำงาน” และ “การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 25 กรกฎาคม 2569.

นางสาว วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า “ปัจจุบันหลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มนำรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid และ Remote Working มาใช้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของพนักงานและความคาดหวังของคนทำงานรุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา และทำให้แนวคิด Workation หรือการทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยว กลายเป็นดีมานด์ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน หนึ่งในพฤติกรรมที่สะท้อนเทรนด์ดังกล่าวคือ ‘Weekend Extenders’ หรือการยืดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปโดยไม่ต้องใช้วันลาพักร้อน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทางและพักผ่อน พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่มีการเดินทางสะดวก และมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานได้เป็นอย่างดี ททท. และพันธมิตรจึงร่วมกันคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม กิจกรรม รวมถึง Co-working Space ที่เหมาะกับการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกเดินทางในวันธรรมดามากขึ้น ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวในภูมิภาคภาคกลาง โดยคาดหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยให้การทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยวเกิดประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้กับคนทำงานยุคปัจจุบัน”

คุณชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดผู้บริหาร กล่าวว่า “NEXTOPIA มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ในการสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ที่ผสานการทำงานและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยเราเปิดพื้นที่ NEXTOPIA ให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับการนั่งทำงาน พักผ่อน และพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการใช้ชีวิตนอกสถานที่ทำงานแบบเดิมๆ พบกับโปรโมชั่นมากมายตลอดแคมเปญ อาทิ ใช้จ่ายที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนครบตามยอดที่กำหนดแลกรับของรางวัล พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และ Nextopia มอบคูปองช้อป กิน ดื่ม ส่วนลดสูงสุด 200 บาท ในพื้นที่ Zone Nextopia เพียงโชว์ Banner แคมเปญ หรือ แจ้งทราบข่าวจากแคมเปญ Work Wonder Belong พร้อมบัตรประชาชน ที่เคาน์เตอร์ INFORMATION COUNTER ชั้น G ฝั่ง North, ชั้น 1 Star Dome และชั้น 5 NEXTOPIA โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย จะได้รับ E-GIFT CARD เมื่อลงทะเบียนผ่าน ONESIAM SuperApp สมบูรณ์แล้วเท่านั้น

• นักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ กทม และปริมณฑล ได้รับฟรี! E-GIFT CARD มูลค่า 100 บาท (สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาท) จำนวน 300 สิทธิ์ (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิกตลอดรายการ)

• นักท่องเที่ยวนอกเขตพื้นที่ กทม ตามบัตรประชาชน ได้รับฟรี! E-GIFT CARD มูลค่า 200 บาท (สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 800 บาท) จำนวน 150 สิทธิ์ (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก ตลอดรายการ)

Onur Astasoy - Managing Director กล่าวว่า “Megatix Thailand มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแคมเปญครั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคภาคกลาง โดยเราได้นำเสนอสิทธิพิเศษและส่วนลดสำหรับที่พักและสปา เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม Megatix สูงสุด 20-50% เพื่อช่วยให้คนทำงานสามารถวางแผนการเดินทางและพักผ่อนได้ง่ายขึ้น เรามองว่าเทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเดินทางในวันธรรมดา โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) การมอบดีลพิเศษผ่าน Megatix จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่” จองที่พัก https://megatix.in.th/workwonderbelong

คุณณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำ โบลท์ ประเทศไทย (Bolt) กล่าวว่า “โบลท์ ประเทศไทย รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ ซึ่งมีเป้าหมายในการกระตุ้นให้ผู้คนออกเดินทางและเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสานการทำงานเข้ากับการเดินทางได้อย่างลงตัว โบลท์มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อช่วยให้การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก หรือพื้นที่ทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าการมีระบบการเดินทางที่สะดวกจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้คนออกเดินทางมากขึ้น และช่วยผลักดันให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โบลท์ ยินดีมอบ โค้ดส่วนลด 200,000 โค้ด (สำหรับพื้นที่ภาคกลางเท่านั้น) ชื่อ Code “GOWORK” ระยะเวลาใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 25 กรกฎาคม 2569

เงื่อนไขการใช้งาน

• New User: ส่วนลด 50% สูงสุด 100 บาท (จำนวน 2 ครั้ง/คน)
• Existing User: ส่วนลด 30% สูงสุด 100 บาท (จำนวน 2 ครั้ง/คน)

แคมเปญนี้สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสาน “การทำงาน” และ “การเดินทาง” เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเปิดโอกาสให้คนทำงานได้ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ ๆ จากการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานในหลากหลายจุดหมายท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง ทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ผ่านสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ อาทิ NEXTOPIA Siam Paragon ณ Siam Paragon, Megatix Thailand และ Bolt ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญ สิทธิพิเศษ ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมที่เหมาะกับการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกันได้ที่ www.workwonderbelong.com เพื่อร่วมออกเดินทาง เปิดประสบการณ์ใหม่ และเปลี่ยนวันทำงานธรรมดาให้กลายเป็นทุกวันที่น่าจดจำ

#สุขทันทีที่เที่ยวภาคกลาง #เที่ยวภาคกลาง #เที่ยวกลางเที่ยวใกล้เที่ยวได้เลย

กรุงเทพฯ – 29 เมษายน 2569 – Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก เดินหน้าสานต่อค...
30/04/2026

กรุงเทพฯ – 29 เมษายน 2569 – Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นภายใต้ปรัชญา “Built on Commitment” อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่เร่งให้เกิดการนำ Industrial PCs ระบบประมวลผล Edge และแพลตฟอร์ม Embedded ไปใช้งานในหลากหลายภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติ ยกระดับบริการอัจฉริยะ และรองรับการดำเนินงานในระบบปฏิบัติการหลัก ซึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แนวโน้มการนำโซลูชันดังกล่าวไปใช้งานยังคงเร่งตัวขึ้นในภาคการผลิตขั้นสูง โลจิสติกส์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนถึงความต้องการด้านความเสถียรและความน่าเชื่อถือ การรองรับการใช้งานระยะยาว และมีความมั่นคงด้านซัพพลายระดับโลก สำหรับประเทศไทย การยกระดับอุตสาหกรรมสู่ดิจิทัลกำลังเร่งตัวขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงนโยบายระดับประเทศที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีเชื่อมต่อมาใช้ในวงกว้าง ครอบคลุมภาคการผลิต โลจิสติกส์ สาธารณสุข และบริการภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เมื่อระบบเหล่านี้มีการบูรณาการมากยิ่งขึ้น ความต้องการโซลูชันหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีความเสถียร ประสิทธิภาพสูง และรองรับการใช้งานระยะยาวจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Gartner คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายด้านไอทีของประเทศไทยจะมีมูลค่าเกือบ 1.1 ล้านล้านบาทในปี 2569 (เติบโต 8.36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) ตอกย้ำความต้องการโซลูชันที่เชื่อถือได้เพื่อรองรับการดำเนินงานที่มีความสำคัญสูง

เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว Kingston ได้เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชันหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับ Industrial PC อย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอระบบควบคุม BOM การบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และความมุ่งมั่นด้านประสิทธิภาพในระยะยาว เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบที่มีความเสถียร ขยายขีดความสามารถ และรองรับสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเป็นผู้นำของ Kingston ในด้านหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูล ขับเคลื่อนด้วยปรัชญา “Built on Commitment” ที่มุ่งมั่นในการส่งมอบประสิทธิภาพ คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และการบริการ ผ่านพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของบริษัท ตั้งแต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Kingston FURY สำหรับเกมเมอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไปจนถึง SSD ประสิทธิภาพสูง อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพา โมดูล DRAM แฟลชไดรฟ์ USB เมมโมรีการ์ด และโซลูชันจัดเก็บข้อมูลแบบเข้ารหัส IronKey เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้บริโภคและระดับมืออาชีพ โดย Kingston ยังได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ในด้านการจัดส่ง Channel SSD ต่อเนื่อง 8 ปี และเป็นซัพพลายเออร์โมดูล DRAM ประเภทบุคคลที่สาม (Third-party) อันดับ 1 ติดต่อกันยาวนานถึง 22 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Kingston ได้สนับสนุนทั้งระบบ Industrial PC และโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร ด้วยมาตรฐานด้านความน่าเชื่อถือ ความสม่ำเสมอ และประสิทธิภาพระยะยาวที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

โซลูชันหน่วยความจำ Design-In Memory และไดร์ฟ SSD ระดับอุตสาหกรรม

เพื่อรองรับการใช้งานในระบบที่มีความสำคัญสูง Kingston นำเสนอพอร์ตโฟลิโอเฉพาะด้านของโซลูชันหน่วยความจำแบบ Design-In และไดร์ฟ SSD ระดับอุตสาหกรรม ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักออกแบบระบบ ผู้ผลิต OEM และผู้วางระบบโดยเฉพาะ โดย Kingston มอบความสม่ำเสมอของ BOM และเฟิร์มแวร์ การสนับสนุนด้าน PCN การบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และการสนับสนุนด้านเทคนิคในระดับโลก เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์สามารถรักษาเสถียรภาพของชิ้นส่วน เพิ่มความคล่องตัวในการผสานระบบ และเสริมความมั่นใจด้านความน่าเชื่อถือของการใช้งานในระยะยาว

• โซลูชันหน่วยความจำ Design-In Memory: โมดูล Design-In DRAM ของ Kingston ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม JEDEC และผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อมอบประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอและเสถียรภาพในระยะยาวสำหรับระบบอุตสาหกรรมและระบบฝังตัว

• ไดร์ฟ SSD ระดับอุตสาหกรรม: กลุ่มผลิตภัณฑ์ SSD ระดับอุตสาหกรรมของ Kingston ครอบคลุมทั้งโซลูชัน SATA และ NVMe ในหลากหลายรูปแบบ รองรับทั้งช่วงอุณหภูมิการทำงานระดับเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม พร้อมติดตั้งคอนโทรลเลอร์ขั้นสูง เทคโนโลยีที่ช่วยยืดอายุการใช้งาน (wear-leveling) เทคโนโลยีที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง (garbage collection) และ 3D NAND เพื่อมอบประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลที่เชื่อถือได้และทรงพลังสำหรับสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง

Kingston ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา เพื่อสนับสนุนให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างเสถียรในระยะยาว พร้อมการจัดหาที่เชื่อถือได้ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ค้าปลีก การขนส่ง โลจิสติกส์ ระบบเฝ้าระวัง ระบบเครือข่าย ไปจนถึงระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม

นายเควิน วู รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Kingston กล่าวว่า “การใช้งาน Industrial PC กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในระยะยาวยิ่งได้รับความสำคัญมากขึ้น โดยปัจจุบันลูกค้าไม่ได้คาดหวังเพียงแค่ชิ้นส่วนอุปกรณ์ แต่ยังต้องการความเสถียร ความโปร่งใสในการบริหารจัดการวงจรผลิตภัณฑ์ และห่วงโซ่อุปทานที่ไว้วางใจได้ ภายใต้ปรัชญา Built on Commitment ของ Kingston เราจึงมุ่งมั่นในการส่งมอบโซลูชันหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนความสำเร็จของระบบพาร์ทเนอร์ในระยะยาว”

ท่ามกลางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Industrial PC, edge computing และระบบอัจฉริยะ Kingston ยังคงยึดมั่นในปรัชญา Built on Commitment โดยทำงานเคียงข้างพาร์ตเนอร์เพื่อส่งมอบความน่าเชื่อถือ ความสม่ำเสมอ และการสนับสนุนระยะยาวที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบที่มีความยืดหยุ่นและรองรับการขยายตัวได้ พร้อมทั้งขับเคลื่อนนวัตกรรมล้ำสมัยและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์ Kingston.com/IPCSolution

สามารถติดตาม Kingston ได้ที่:
Facebook: https://www.facebook.com/kingstonthailand/
YouTube: https://www.youtube.com/user/KingstonTechnologyTH

#หน่วยความจำ

INZENT เปิดตัว “L-GLUTA C+ BLOOD ORANGE” เสริมเทรนด์ดูแลผิวจากภายใน ชูแนวคิด Antioxidant Synergy เพื่อผิวใสสุขภาพดีกรุงเ...
29/04/2026

INZENT เปิดตัว “L-GLUTA C+ BLOOD ORANGE” เสริมเทรนด์ดูแลผิวจากภายใน ชูแนวคิด Antioxidant Synergy เพื่อผิวใสสุขภาพดี

กรุงเทพฯ – เทรนด์การดูแลผิวในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากการบำรุงภายนอกสู่การดูแล “จากภายใน” มากขึ้น สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะการเลือกใช้สารอาหารที่ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกและยั่งยืน

หนึ่งในสารสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องคือ “กลูต้าไธโอน” (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสร้างได้เอง มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และปกป้องผิวจากมลภาวะ อย่างไรก็ตาม ระดับกลูต้าไธโอนในร่างกายมีแนวโน้มลดลงตามอายุและปัจจัยแวดล้อม เช่น แสงแดด ความเครียด และมลพิษ

เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ดังกล่าว แบรนด์ INZENT ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “L-GLUTA C+ BLOOD ORANGE” ผงชงดื่มที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Antioxidant Synergy โดยผสานการทำงานของ L-Glutathione และ Vitamin C เพื่อเสริมประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยคงสมดุลของระบบในร่างกาย

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังรวมสารสำคัญอื่น ๆ เช่น Coenzyme Q10 วิตามิน B, D3, E และ Zinc พร้อมสารสกัดจากส้มและทับทิม ซึ่งมีส่วนช่วยในการดูแลผิวให้ดูสดใส อิ่มฟู และมีสุขภาพดี

ในด้านนวัตกรรม INZENT พัฒนา L-GLUTA C+ BLOOD ORANGE ให้อยู่ในรูปแบบผงชงดื่ม (Water-Soluble Drink Format) ที่ละลายน้ำได้ง่าย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น พร้อมเทคโนโลยี Flavor Masking ที่ช่วยให้รสชาติรับประทานง่าย เหมาะกับการบริโภคในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มของตลาดอาหารเสริมเพื่อความงามที่มุ่งเน้นการดูแลผิวในระดับเซลล์ ควบคู่กับการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและประสิทธิภาพในเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้ INZENT มุ่งนำเสนอทางเลือกในการดูแลผิวที่ไม่ใช่เพียงความขาว แต่เน้น “ผิวสุขภาพดีจากภายใน” ซึ่งครอบคลุมทั้งความกระจ่างใส ความแข็งแรง และการปกป้องผิวในระยะยาว

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line:
โทร: 090-721-7210

#วิตามินผิวพรีเมียม #ผิวใสอย่างมีระดับ #ลดฝ้ากระ #อาหารเสริม

“น้ำตาล-ตี๋-สไปร์ท-จอห์น” แท็กทีมการันตีความม่วนใน “สาปเมือง” พร้อมเปิดตัว “น้ำหวาน” ผีสาวปริศนาที่จะมาเขย่าตำนาน 14 พฤษ...
28/04/2026

“น้ำตาล-ตี๋-สไปร์ท-จอห์น” แท็กทีมการันตีความม่วนใน “สาปเมือง”
พร้อมเปิดตัว “น้ำหวาน” ผีสาวปริศนาที่จะมาเขย่าตำนาน 14 พฤษภาคมนี้

นับเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองที่สุดในนาทีนี้ สำหรับ “สาปเมือง” (Romantic Horror Comedy) ผลงานการผนึกกำลังของ M STUDIO และ KLK Studio ที่งานนี้เหล่านักแสดงต่างประสานเสียงยืนยันว่า เป็นการทำงานที่สนุกแบบฉุดไม่อยู่ จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองถ่ายที่มอบพลังบวกและความบันเทิงให้คนทำงานได้มากที่สุด โดยเฉพาะเคมีของแก๊งนางเอกที่ปล่อยออกมาก็ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตามกับความโบ๊ะบ๊ะ

ในส่วนของแก๊งนางเอก กองทัพนักแสดงต่างประสานเสียงยืนยันว่า บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความม่วนจอยและเป็นกันเองแบบสุดๆ แม้ในพาร์ทการทำงานจะมีรายละเอียดที่ท้าทาย แต่การร่วมงานของ “จอห์น ณัฎฐโชติ” และ “สไปร์ท บะบะบิ” กลับลื่นไหลและสนุกมาก ด้วยจังหวะการแสดงที่เข้าขาและรับส่งมุกกันได้แบบเป๊ะ ที่พร้อมจะเปลี่ยนความสยองให้กลายเป็นความฟิน

ทางด้าน สไปร์ท บะบะบิ เปิดใจถึงความสัมพันธ์สุดน่ารักในแก๊งว่า “ทุกครั้งที่ได้แสดง ความโชคดีคือเราจะได้เห็นแอคติ้งของนักแสดงคนอื่นๆ และความสัมพันธ์ที่น่ารักมากจริงๆ ทำให้การแสดงออกมาดูเป็นธรรมชาติและสนุกมาก”

“น้ำหวาน” ผีสาวปริศนา ผู้ซ่อนความลับหลังตำนาน นอกจากแก๊งนางเอกที่จะมามอบความฮาแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่มองข้ามไม่ได้คือตัวละคร “ผีป่า” รับบทโดย “น้ำหวาน ภูริตา” ผีสาวปริศนาที่มาพร้อมความงามอันลึกลับและใบหน้าแสนเศร้า

เตรียมพบกับความฮาน่าฮักข้ามภพ ในภาพยนตร์ “สาปเมือง” 14 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

#สาปเมือง #ตามหาหมาเด็ก #น้ำตาลพิจักขณา #ตี๋บุญยเกียรติ
#สไปร์ทบะบะบิ #น้ำหวานภูริตา #แอนผ่องพรรณ

ANOTHER WAY WE SPEAK เสิร์ฟ "Diamond Alphabet” เปลี่ยนเครื่องประดับเป็นภาษาลับของคนรุ่นใหม่กรุงเทพ — ในยุคที่ “ตัวตน” คื...
28/04/2026

ANOTHER WAY WE SPEAK เสิร์ฟ "Diamond Alphabet” เปลี่ยนเครื่องประดับเป็นภาษาลับของคนรุ่นใหม่

กรุงเทพ — ในยุคที่ “ตัวตน” คือคอนเทนต์ที่ทรงพลังที่สุด ANOTHER WAY WE SPEAK แบรนด์เครื่องประดับเงินดีไซน์ร่วมสมัยของไทย เปิดพื้นที่ให้แฟชั่น “พูดแทนคุณ” ผ่านงาน “Speak: The Unspoken — Another Way We Speak” นิทรรศการเครื่องเงินครั้งแรกของแบรนด์ ที่ไม่ใช่แค่การโชว์ผลงาน แต่คือการนิยามใหม่ของการแสดงออกในแบบที่ไม่ต้องพูด

ไฮไลต์ที่กำลังถูกจับตามองคือการเปิดตัว “Diamond Alphabet” นวัตกรรมการเจียระไนเพชรให้เป็น “ตัวอักษร” ครั้งแรกในประเทศไทย ที่เปลี่ยนเครื่องประดับให้กลายเป็น Personal Statement ของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ คำ หรือความหมายเฉพาะตัว สะท้อนเทรนด์ Self-Expression ของคนรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในระดับโลก

นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมทั้ง Archived Pieces และ Collectable Pieces ที่สะท้อน DNA ของแบรนด์มากว่า 13 ปี ตั้งแต่งานคราฟต์เครื่องประดับเงิน ไปจนถึงดีไซน์ที่ผสานแฟชั่นเข้ากับตัวตนอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้เป็นมากกว่า Exhibition สู่การเป็น Creative Playground ของ Community คนรักเครื่องประดับ

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–31 พฤษภาคม 2569 ณ Siam Discovery (G Floor) แลนด์มาร์กของคนรุ่นใหม่สายแฟชั่นและดีไซน์ ซึ่งสะท้อน positioning ของแบรนด์ที่ต้องการเชื่อม “งานคราฟต์ไทย” เข้ากับ “วัฒนธรรมร่วมสมัย” ได้อย่างมีสไตล์

สำหรับช่วง Highlight Event วันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569 เวลา 16:00–20:00 น. เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับของที่ระลึกและสิทธิพิเศษจำนวนจำกัด ผ่าน LINE Official ของแบรนด์ โดยเฉพาะวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 16:00–20:00 น. ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้อย่างลงตัว ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ อาทิ

• Silver Exhibition รวมชิ้นงานหายากและไอคอนิกของแบรนด์
• DJ Station เติมกลิ่นอาย Pop Culture และ Night Vibe
• Snack & Beverage ในบรรยากาศ Casual
• กิจกรรมร่วมสนุก พร้อมของรางวัลพิเศษ

ปัจจุบัน ANOTHER WAY WE SPEAK มี 4 สาขา ได้แก่ สยามดิสคัฟเวอรี, สยามพารากอน, เซ็นทรัลลาดพร้าว และเซ็นทรัลพัทยา พร้อมขยายการเข้าถึงผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค Gen Y–Z ที่มองหาแฟชั่นซึ่งสะท้อนตัวตนได้จริง
เพราะในวันนี้ “สิ่งที่คุณใส่” อาจไม่ใช่แค่แฟชั่น — แต่คือ “สิ่งที่คุณอยากให้โลกเข้าใจคุณ”



Event Details:
สถานที่ : Siam Discovery (G Floor)
วันที่ : 1–31 May 2026
Highlight Event: 7–10 May 2026 | 16:00–20:00

ช่องทางติดตาม:
Website: https://anotherwaywespeak.com/
Shopee: https://shopee.co.th/anotherwaywespeak
Instagram: https://www.instagram.com/anotherwaywespeak
Facebook: https://www.facebook.com/anotherwaywespeak
LINE Official:

ที่อยู่

หมู่บ้านกัสโต้ บางนา-สุวรรณภูมิ
Changwat Samut Prakan
10540

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นิวส์โชว์ - News Showผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์