Lamune Property ให้ความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์, สินเชื่อ, การซื้อ-ขายอสังหาฯ, บ้านรีโนเวท ฯลฯ

ดอกเบี้ย เดือน 9/67 คร้า
03/09/2024

ดอกเบี้ย เดือน 9/67 คร้า

ธอส. ช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันลดภาระค่าครองชีพ เปิดขยายระยะเวลาการกู้ และลดเงินงวดผ่อนชำระรายเดือนสามารถยื่นคำร้องได้ทุกสา...
05/08/2024

ธอส. ช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันลดภาระค่าครองชีพ เปิดขยายระยะเวลาการกู้ และลดเงินงวดผ่อนชำระรายเดือนสามารถยื่นคำร้องได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม 2567

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการคลัง จัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยการขยายระยะเวลาให้ลูกค้าผ่อนชำระเงินงวดได้ไม่เกิน 80 ปี หรือ 85 ปี จากเดิมผ่อนชำระเงินงวดได้ไม่เกิน 70 ปี หรือ 75 ปี เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มศักยภาพในการผ่อนชำระ ผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำร้องและทำนิติกรรมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ที่ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี นอกจากจะสนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว ธอส. ยังพร้อมดำเนินการตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าปัจจุบันของธนาคาร โดยการขยายระยะเวลาการให้กู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี จากเดิมอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 70 ปี หรือ 75 ปี ขยายเป็น ไม่เกิน 80 ปี หรือ 85 ปี แล้วแต่กรณี ซึ่งการขยายระยะเวลาการให้กู้ดังกล่าว จะทำให้เงินงวดในการผ่อนชำระรายเดือนของลูกค้าลดลง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการผ่อนชำระเงินงวด และช่วยลูกค้าให้ยังคงสามารถรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป

“หน้าที่หลักตามพันธกิจของ ธอส. คือการทำให้คนไทยมีบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การทำให้ผู้ที่มีบ้านอยู่แล้ว รักษาบ้านของตนเองไว้ได้ โดยการผ่อนชำระเงินงวดได้ตามความสามารถในการผ่อนชำระ การขยายระยะเวลากู้ออกไปสูงสุดถึง 80 ปี หรือ 85 ปี นั้น ทำให้เงินงวดปรับลดลงเฉลี่ย 500 – 1,000 บาทต่อเดือน เงินส่วนนี้จะถูกนำกลับไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นับเป็นการเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวได้” นายกมลภพ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจขยายระยะเวลาการกู้สามารถยื่นคำร้องและทำนิติกรรมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th

ฝ่ายสื่อสารองค์กร
2 สิงหาคม 2567

🏡สินเชื่อบ้านผ่อนล้านละ 2,500 บาท สำหรับราคามากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป🥰💴สินเชื่อบ้านผ่อนล้านละ 2,500 บาท สำหรับราคามากกว่า ...
30/04/2024

🏡สินเชื่อบ้านผ่อนล้านละ 2,500 บาท สำหรับราคามากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป🥰

💴สินเชื่อบ้านผ่อนล้านละ 2,500 บาท สำหรับราคามากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 1.90% ต่อปี

💰นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงสินเชื่อ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ผลปรากฏว่า มีผู้ที่สนใจรับรหัสเข้าร่วมโครงการแล้ว 8,321 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อมากกว่า 15,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยของลูกค้าประชาชนที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่ด้วยปัจจุบันยังมีกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคามากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป จึงออก “สินเชื่อ Mild Home” กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท💰💰💰

สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพื่อซื้อบ้านหรือคอนโด, ที่ดินเปล่าที่เป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส., ปลูกสร้าง, ต่อเติม และซ่อมแซม วงเงินกู้มากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป

🪙อัตราดอกเบี้ย

🪙ปีแรกเพียง 1.90% ต่อปี

🪙ปีที่ 2 เท่ากับ 2.90% ต่อปี

🪙ปีที่ 3 เท่ากับ 3.90% ต่อปี เฉลี่ย 3 ปีแรก เพียง 2.90%

ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา

กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และกรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันเท่ากับ 6.795% ต่อปี) ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 40 ปี เงินงวดปีแรกเพียงล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน เท่านั้น

ยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้ และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2567

ที่มา : PPTV


#ข่าวอสังหา
#ข่าวสินเชื่อ

09/04/2024

ครม.ผ่านแล้ว!!!
7 มาตรการกระตุ้นอสังหา
ลดค่าโอน -จำนอง 0.01% ให้ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท อ่านต่อในคอมเม้นต์

29/03/2024

🎈เมื่อวานวันที่ 28 มีนาคม นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานสัมมนาประจำปี 2567 สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ได้มีการ “เจาะลึกปัญหาสินเชื่อกับหนี้ครัวเรือนและทางออก”

โดยกล่าวปาฐกถาพิเศษ ว่าขณะนี้กระทรวงการคลังกำลัง มีการทบทวนมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ทั้งมาตรการการคลังและมาตรการการเงินเพิ่มเติม เพราะถือว่าภาคอสังหาฯ เป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนถึง 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี)

ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่พอที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้💰💰💰

🎈นายกฤษฎา กล่าวว่า สำหรับแนวทางแรก กระทรวงการคลังกำลังพิจารณามาตรการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์😇

จากเดิม 2% เหลือ 1% และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% ที่ปัจจุบัน ให้เฉพาะที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อสัญญานั้น โดยจะทำการขยายให้ สำหรับที่อยู่อาศัยที่ราคาซื้อขายเกิน 3 ล้านบาทมีสิทธิเข้าร่วมด้วยมาตรการด้วย📌🚩

🎈ส่วนมาตรการทางการเงิน คือ โครงการบ้านล้านหลัง เฟส 3 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)🏡

ที่ปัจจุบันกำหนดให้กู้ได้เฉพาะซื้อที่อยู่อาศัยราคาหรือค่าก่อสร้างและวงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 1.5 ล้านบาทนั้น อาจจะขยายไปเป็นราคาสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองมากขึ้น เพราะปัจจุบันที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1.5 ล้านนั้นหาได้ยากแล้วจึงต้องปรับให้สอดคล้องกับราคาตลาดในปัจจุบัน และการขยายเป็นราคาสูงสุดเป็น 2 ล้านบาท ก็ไม่ได้เสี่ยงอะไร เพราะสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน และประชาชนที่เข้าร่วม
โครงการก็ต้องเป็นคนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองจริงๆ

นี่ยังไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการนะคะ แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญานที่ดีมากๆค่ะ ถ้ามีประกาศอย่างเป็นทางการจะมาอัพเดทให้ทราบอีกครั้งคะ

ที่มา: เศรษฐกิจมติชน


#ข่าวอสังหา

😨12 สาเหตุที่ทำให้ห้องน้ำมีกลิ่นและวิธีแก้การที่ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นนั้นเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในบ้าน และเมื่...
19/03/2024

😨12 สาเหตุที่ทำให้ห้องน้ำมีกลิ่นและวิธีแก้

การที่ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นนั้นเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในบ้าน และเมื่อมีปัญหานี้เกิดขึ้นเชื่อว่าทุกคนต้องอยากแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด การดับกลิ่นห้องน้ำนั้นสามารถทำได้หลายวิธีการ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการแก้ปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นคือการหาต้นตอของสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นการแก้ปัญหาก็ไม่อาจจะทำได้สมบูรณ์ ในบทความนี้จะมาเจาะลึกเรื่องสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น และวิธีการแก้ปัญหา

ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นเกิดจากอะไร

ปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นนั้นเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งท่อน้ำผิดวิธี การวางแนวท่อส้วมไม่ตรงกับจุดติดตั้งชักโครก, ท่อน้ำอุดตัน, การใช้ย้ำยาล้างห้องน้ำผิดประเภท, น้ำท่วม, ส้วมเต็ม, วางท่อน้ำไม่ได้ระดับ, มีสัตว์ตายอยู่ในท่อ, การติดตั้งชักโครกไม่ได้มาตรฐาน, การที่มีห้องน้ำมากเกินไป, ท่อระบายอากาศอุดตัน ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นได้ทั้งสิ้น เราลองมาดูว่าแต่ละปัญหานั้นมีทางแก้ไขอย่างไร

❌️1. การติดตั้งท่อน้ำผิดวิธี

ปัญหากลิ่นเหม็นในห้องน้ำจากการติดตั้งท่อน้ำผิดวิธีนั้นเกิดขึ้นจากช่างที่ไม่มีมาตรฐาน และมักง่าย ทำการต่อท่อน้ำทิ้งมาต่อร่วมกับท่อส้วม ทำให้กลิ่นเหม็นของท่อส้วมย้อนกลับขึ้นมาทางท่อน้ำทิ้งได้ วิธีการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดที่สุดคือการรื้อแล้ววางระบบท่อน้ำทิ้งในจุดที่มีปัญหาใหม่

❌️2. วางแนวท่อส้วมไม่ตรงกับจุดติดตั้งชักโครก

ปัญหานี้ถือว่าเป็นความผิดพลาดตั้งแต่การออกแบบงานระบบ ซึ่งพอมาถึงเวลาก่อสร้างจริงแนวของท่อส้วมไม่ตรงกับตำแหน่งวางชักโครก ทำให้ช่างไม่สามารถต่อท่อส้วมให้ตรงกับท่อใต้ชักโครก ช่างจึงต้องสกัดพื้นออกเป็นแนวเพื่อให้เป็นเวลาที่กดชักโครกของเสียจะไหลไปยังท่อส้วมได้ ซึ่งการสกัดแบบนี้พื้นที่ถ้ายาแนวไม่ดีก็จะมีกลิ่นย้อนขึ้นมาได้ วิธีแก้ไขที่ได้ผลมากที่สุดคือการวางแนวท่อส้วมใหม่ให้ตรงกับตำแหน่งชักโครก

❌️3. ท่อน้ำอุดตัน

การที่ท่อน้ำอุดตันนั้นจัดว่าเป็นหนึ่งสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ เพราะว่าท่อน้ำอุดตันนั้นส่วนมากจะเกิดจากสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เข้าไปอุดตันจนน้ำไม่สามารถระบายออกไปได้อย่างสะดวกนั่นเอง ซึ่งปัญหาท่อน้ำอุดตันจนเกิดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำนั้นแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแค่ใช้น้ำยาทำความสะอาดท่อระบายน้ำเทลงไป เมื่อท่อน้ำทิ้งต่างๆ ไม่มีการอุดตัน สามารถระบายน้ำได้ดี กลิ่นเหม็นในห้องน้ำก็จะหายไป

❌️4. การใช้น้ำยาล้างห้องน้ำผิดประเภท

หลายๆ คนยังไม่เข้าว่าการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำผิดประเภทนั้นจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำได้อย่างไร ซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในระบบท่อน้ำทิ้ง และถังพักสิ่งปฏิกูลในบ้านนั้นมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การที่ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงจะทำให้จุลินทรีย์เหล่านั้นตาย และเกิดกลิ่นเหม็นย้อนขึ้นมาทางท่อน้ำทิ้ง

ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาคือ ลองดูว่าผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำที่ใช้ประจำนั้นมีรายละเอียดสารออกฤทธิ์อย่างไร ถ้าเป็นกรด และใช้มาอย่างต่อเนื่องแนะนำให้ลองเปลี่ยนไปใช้แบบที่ไม่ทำลายจุลินทรีย์ และไปซื้อจุลินทรีย์สำหรับใส่ในถังพักสิ่งปฏิกูลมาเติมลงไป

❌️5. น้ำท่วม

สำหรับบ้านที่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมบ่อยๆ ห้องน้ำมักจะมีกลิ่นเหม็น เนื่องจากว่าน้ำที่ท่วมนั้นได้ท่วมบริเวณถังบำบัดด้วย ซึ่งเมื่อน้ำท่วมเป็นปริมาณมากอาจทำให้ถังบำบัดเกิดความเสียหาย รวมไปถึงระบบข้อต่อต่างๆ ที่เข้าไปยังถังบำบัด อาจจะโดนน้ำพัดจนผิดตำแหน่ง หรือเลื่อนหลุด ทำให้สิ่งปฏิกูลต่างๆ ไม่สามารถลงไปยังถังบำบัดได้

วิธีการแก้ไขคือหลังจากที่น้ำลดลงไปแล้ว ห้องน้ำเกิดมีกลิ่นเหม็นจากสิ่งปฏิกูลตีกลับขึ้นมา ให้ไปตรวจสอบระบบท่อต่างๆ ของถังบำบัดว่ายังสมบูรณ์หรือไม่ ถ้ามีการชำรุดต้องรีบซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้เป็นปกติ

❌️6. มีกลิ่นเหม็นจากชักโครกเนื่องจากส้วมเต็ม

ถ้าส้วมเต็มนั้นรับรองได้เลยว่าจะเกิดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำอย่างแน่นอน เนื่องจากของเสียต่างๆ ไม่สามารถระบายออกไปได้ ซึ่งอาการส้วมเต็มนั้นสามารถสังเกตได้จากเมื่อกดชักโครกแล้วของเสียจะไม่ไหลลงไป ต้องกดน้ำหลายๆ ครั้ง หรือราดน้ำแรงๆ วิธีการแก้ปัญหาทำได้เพียงอย่างเดียวคือเรียกรถดูดส้วมมาจัดการ

❌️7. วางท่อน้ำไม่ได้ระดับ

การวางท่อส้วมที่ไม่ได้ระดับนั้นจัดว่าเป็นสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ เพราะว่าการวางท่อที่มีระดับความลาดเอียงน้อยเกินไปจะทำให้ของเสียต่างๆ ระบายออกไปได้ช้า หรือการที่ท่อส้วมมีข้อต่อแบบ 90 องศาจะทำให้ของเสียต่างๆ ตกค้างบริเวณข้อต่อ ซึ่งปัญหานี้จะเกิดขึ้นเพราะการออกแบบ หรือการก่อสร้างที่ผิดพลาด การแก้ปัญหาให้ตรงจุดคือรื้อระบบท่อน้ำเสียมาปรับระดับให้ถูกต้อง และเปลี่ยนข้อต่อต่างๆ ให้เป็นแบบ 45 องศา

❌️8. มีสัตว์ตายอุดตันอยู่ในท่อ

บางครั้งกลิ่นเหม็นในห้องน้ำอาจเกิดจากการมีสัตว์ขนาดเล็กอย่างเช่นหนู หรือเขียด ตายอยู่ในท่อน้ำทิ้ง ซึ่งการที่มีสัตว์ตายนั้นเราจะรู้ได้ทันทีเนื่องจากกลิ่นเน่าของซากสัตว์นั้นแตกต่างจากกลิ่นเหม็นอื่นๆ วิธีการแก้ไขคือพยายามหาให้พบว่าสัตว์ที่ตายนั้นอยู่บริเวณไหนแล้วนำซากออกไปทิ้ง หรือใช้โซดาไฟเข้มข้นราดลงไปเพื่อให้ซากสัตว์ย่อยสลาย และหลุดออกไป

❌️9. การติดตั้งชักโครกไม่ได้มาตรฐาน

การติดตั้งชักโครกไม่ได้มาตรฐานนั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นมีตั้งแต่ติดตั้งชักโครกผิดประเภททำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบน้ำทิ้งได้อย่างสมบูรณ์ หรือการยาแนวที่ฐานชักโครกทำได้ไม่ดี ทำให้มีกลิ่นเหม็นตีขึ้นมาได้ วิธีการแก้ไขคือลองดูที่พื้นบริเวณชักโครกว่ารอยยาแนวนั้นมีการแตก หรือกะเทาะออกหรือไม่ ถ้ารอยยาแนวไม่สมบูรณ์ให้ทำการยาแนวให้เรียบร้อย ก็จะช่วยแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในห้องน้ำได้

❌️10. มีห้องน้ำมากเกินไป

การมีห้องน้ำในบ้านหลายห้องบางครั้งไม่ใช่เรื่องที่ดีถ้าไม่มีการวางระบบระบายน้ำเสียเพื่อรองรับอย่างถูกต้อง การทีห้องน้ำมากเกินไปจะทำให้ระบบระบายน้ำเสียของบ้านนั้นทำงานหนัก หรือไม่สามารถระบายได้ทันเมื่อมีการใช้ห้องน้ำหลายห้องพร้อมๆ กัน รวมไปถึงการมีห้องน้ำหลายห้องยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่างๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาคือถ้าห้องน้ำไหนไม่ค่อยได้ใช้ให้ปิดไปเลย ไม่ต้องใช้งาน รวมไปถึงการหมั่นตรวจเช็คอยู่เสมอว่ามีการอุดตัน หรือความผิดปกติหรือไม่

❌️11. ท่อระบายอากาศอุดตัน

เมื่อท่อระบายอากาศของระบบชักโครกอุดตันจะทำให้เกิดกลิ่นย้อนขึ้นมาทางชักโครกได้ เนื่องจากไม่สามารถระบายแก๊สมีเทนออกไปได้นั่นเอง ซึ่งวิธีสังเกตคือเมื่อกดชักโครกจะมีฟองอากาศตีขึ้นมานั่นหมายความท่อระบายอากาศอุดตัน วิธีแก้ไขคือการหาจุดที่มีการอุดตันแล้วนำสิ่งอุดตันนั้นออก รวมไปถึงการตัดต่อท่อใหม่ถ้าไม่สามารถเอาสิ่งอุดตันออกไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งท่อระบายอากาศเพิ่มขึ้นเพื่อให้การระบายอากาศสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

❌️12. ดับกลิ่นห้องน้ำด้วยสิ่งของใกล้ตัว

บางครั้งการแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในห้องน้ำที่ต้นเหตุอาจจะทำได้ยาก หรือยังไม่มีโอกาสได้ทำด้วยสาเหตุต่างๆ การดับกลิ่นในห้องน้ำด้วยสิ่งของใกล้ตัวก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมะกรูดฝานบางๆ ไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ในห้องน้ำเพื่อให้กลิ่นหอมของมะกรูดช่วยกลบกลิ่นเหม็น หรือนำถ่านหุงต้มใส่ภาชนะไปวางไว้ในห้องน้ำ คาร์บอนในถ่ายจะเป็นตัวดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นให้ลดน้อยลงได้

จะเห็นได้ว่าการเกิดห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นนั้นมีสาเหตุมากมาย ส่วนวิธีการแก้ปัญหานั้นมีตั้งแต่แก้ได้ง่ายไปจนถึงการรื้อระบบมาทำใหม่เลยทีเดียว ดังนั้นการให้ความสำคัญในรายละเอียดต่างๆ ของระบบน้ำทิ้งจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้างบ้าน เพราะถ้าระบบน้ำทิ้ง รวมไปถึงการติดตั้งชักโครก และอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างมีมาตรฐาน ปัญหากลิ่นเหม็นในห้องน้ำก็จะหมดไป หรือถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นก็จะสามารถแก้ไขได้โดยง่าย

ที่มา : Baania


#สาเหตุห้องน้ำมีกลิ่น
#วิธีแก้ห้องน้ำมีกลิ่น

😇9 ไอเดียแต่งบ้านรับ Summerบ้านร้อนอบอ้าวทำไงดี แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วย 9 ไอเดียแต่งบ้านรับซัมเมอร์ ที่จะทำให้บ้านเย็นสดช...
18/03/2024

😇9 ไอเดียแต่งบ้านรับ Summer

บ้านร้อนอบอ้าวทำไงดี แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วย 9 ไอเดียแต่งบ้านรับซัมเมอร์ ที่จะทำให้บ้านเย็นสดชื่น ไม่อบอ้าว อยู่ในบ้านได้สบาย ๆ

อย่างที่รู้ ๆ กันว่าประเทศของเราเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว พอย่างก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนทีไรอากาศก็จะยิ่งทวีความร้อนให้เพิ่มพูนขึ้นไปอีก วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำ 9 ไอเดียแต่งบ้านหน้าร้อนที่จะช่วยลดอุณหภูมิภายในและทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นไม่ต้องหนีบ้านร้อน ๆ เพื่อดอดไปตากแอร์เย็น ๆ ที่ห้างอีกต่อไป แล้วจะมีวิธีไหนที่น่าสนใจนำมาใช้กับที่บ้านได้บ้างนั้นก็ตามไปไปดูกันเลยค่ะ

🌅1. ติดกันสาดกันแดด

ในเมื่อเราไม่สามารถหลบเลี่ยงบ้านจากแสงแดดได้ การติดตั้งกันสาดช่วยลดความร้อนได้ โดยควรจะติดไว้บริเวณทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศใต้ เนื่องจากทั้ง 3 ทิศที่ว่ามานี้เป็นทิศที่มักจะมีแสงส่องเข้ามาเลยทำให้บ้านยิ่งร้อนหนักหากไม่มีอะไรมาบัง ถ้าจะให้ดีควรเลือกกันสาดชนิดโพลีไวนิลคลอไรด์และแบบวัสดุสังเคราะห์ เพราะจะทนทานสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าวัสดุชนิดอื่น ๆ และช่วยให้บ้านเย็นได้มากกว่า

☀️2. ใช้หลังคาป้องกันความร้อน

การเลือกหลังคาก็เป็นสิ่งสำคัญ หากไม่อยากให้บ้านร้อนระอุในหน้าร้อน ควรเลือกหลังคาที่มีสารเคลือบเซรามิคโค้ทติ้ง ซึ่งจะช่วยปกป้องและสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดี หรืออีกหนึ่งวิธีก็คือใช้สีขาวทาหลังคาบ้าน เพราะสีขาวจะช่วยสะท้อนความร้อนและไม่อมความร้อนไว้เหมือนหลังคาสีเข้ม

🌞3. ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา

สังเกตไหมว่าต่อให้แดดจะร้อนแรงสักแค่ไหน แต่ถ้ามีต้นไม้ช่วยบังแสงไว้ก็จะทำให้บริเวณนั้นเย็นขึ้นมาทันที ดังนั้นเพื่อช่วยในการบังแสงและให้ร่มเงาแก่บ้าน ควรเลือกต้นไม้ที่สูงสักประมาณ 12 เมตร มาปลูกไว้ทางทิศใต้ และนำต้นไม้สูง 18 เมตรมาปลูกไว้ทางทิศตะวันตก นอกจากจะบังแสงได้แล้ว วิธีนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ต้องทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิภายในลดลงนั่นเอง

🖼4. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ

ถ้าอากาศในภายบ้านแลดูร้อนอบอ้าวไปซะทุกพื้นที่ ให้เปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ให้ลมโกรก เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก โดยเมื่ออากาศจากด้านนอกจะเข้ามาภายในบ้าน มันก็จะดันอากาศร้อนที่อยู่ภายในบ้านให้ลอยตัวสูงและไหลออกไป ช่วยระบายความร้อนอบอ้าว ทำให้บ้านเย็นสบายไม่อึดอัด

💨5. ติดพัดลมเพดาน

หลายคนอาจจะคิดว่าพัดลมเพดานนั้นไล่ความร้อนได้ช้า ไหนจะอยู่ไกลตัวจนไม่สามารถนำมาเปิดจ่อลมได้โดยตรงอย่างพัดลมตั้งพื้นทั่วไปอีก แต่ที่จริงแล้วพัดลมเพดานนี่แหละที่เหมาะกับการใช้งานในฤดูร้อนมากที่สุด เพราะมันจะดูดเอาความร้อนจากพื้นให้ลอยตัวสูงขึ้นและปล่อยให้อากาศเย็นสบายไหลเข้ามาแทนที่ ทำให้อุณหภูมิบริเวณนั้นเย็นสบายยังไงล่ะ

♨️6. เลี่ยงการปูพรม

พรมนี่แหละที่เป็นตัวการกักเก็บความร้อนเอาไว้ในบ้าน หากไม่อยากให้บ้านยิ่งร้อนหนัก เลือกปูด้วยไม้หรือกระเบื้องจะทำให้บ้านเย็นกว่า เพราะเป็นวัสดุที่ไม่อมความร้อน แต่ถ้ายังตัดใจจากพื้นพรมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่เลือกพรมที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น คอตตอนหรือขนสัตว์ เพราะทั้ง 2 วัสดุนี้จะช่วยกักเก็บความชื้นในอากาศไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ทำให้บ้านร้อนและชื้นแต่อย่างใด

💡7. เลือกใช้หลอด LED

หลอดไฟที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้บ้านร้อนจากภายใน ดังนั้นควรจะหันมาใช้หลอดแอลอีดี (LED) เพราะหลอดไฟชนิดนี้จะปล่อยพลังงานความร้อนออกมาน้อยกว่าหลอดชนิดอื่น ๆ แสงก็ดูเย็นสบายตา ไม่ทำให้รู้สึกร้อนเหมือนหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วไป แถมคุณภาพของแสงสว่างก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอีกด้วยล่ะ

🥏8. ทาผนังด้วยสีโทนเย็น

โทนสีที่ใช้ตกแต่งภายในบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรจะเลือกโทนสีสว่าง ๆ ที่ดูเย็นสบายตา อย่าง สีขาว สีมุก สีครีม และสีฟ้า หรือใช้ของตกแต่งที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ก็จะช่วยปรับอากาศในบ้านให้เย็นสบาย ไม่ร้อนตามอากาศภายนอก

🌬9. ติดพัดลมอากาศในห้องน้ำ

หากทำตามมาทุกวิธีแล้วสังเกตว่าบ้านยังร้อนอยู่เลย ให้ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำเพิ่มไปอีกตัว และเปิดพัดลมดูดอากาศพร้อมกับเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ หรือจะเปิดพัดลมเพดานที่ห้องข้าง ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยดูดให้ความร้อนออกไปได้เร็วกว่าเดิม ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นเยอะเลย

ต่อให้อากาศจะร้อนกว่านี้อีกสักเท่าไร แต่ถ้านำไอเดียแต่งบ้านในหน้าร้อนที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปใช้ รับรองได้เลยว่าอุณหภูมิในบ้านจะลดลงไปได้เยอะเลย ไม่ต้องทนร้อน นอนทรมานอยู่กับความอบอ้าวอีกต่อไป

ที่มา : kapook


#แต่งบ้านหน้าร้อน

🏡🏢5 เหตุผลที่คอนโดและบ้าน "ขายไม่ออก"🏢🏡อย่าให้การลงทุนคอนโดและบ้านของคุณต้องล้มเหลว เพียงเพราะไม่รู้เหตุผลเหล่านี้ปฏิเสธ...
17/03/2024

🏡🏢5 เหตุผลที่คอนโดและบ้าน "ขายไม่ออก"🏢🏡

อย่าให้การลงทุนคอนโดและบ้านของคุณต้องล้มเหลว เพียงเพราะไม่รู้เหตุผลเหล่านี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยใช่มั้ยคะว่าช่วงเวลาในการขายบ้าน ขายคอนโดมือสอง หรือแม้แต่การปล่อยคอนโดให้เช่า เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ช่างเต็มไปด้วยความกดดันเสียจริงๆ ยิ่งถ้าเราต้องมัวแต่ย้ำคิดย้ำทำกับคำถามต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น ควรขายเมื่อไหร่ดี ควรขายราคาเท่าไหร่ ทำไมยังขายไม่ได้สักที สำหรับมือใหม่หรือคนที่เริ่มลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็มักจะต้องพบเจอปัญหาแบบนี้ตลอดเวลา แต่ปัญหาอะไรก็ไม่หนักเท่าขายไม่ออก ปล่อยเช่าไม่ได้จริงมั้ยคะ ยิ่งเราซื้อไว้เพื่อขายบ้าน ขายคอนโดเก็งกำไร แต่พอขายไม่ออกเรากลับต้องมาจมทุนจะเอาไปลงทุนต่อก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วทำไมคนอื่น (เจ้าเก่า) ถึงขายได้กันนะ จนบางครั้งเกิดคำถามขึ้นในใจว่าเราจะลงทุนบ้านและลงทุนคอนโดดีไหม

มีเหตุผลมากมายที่จะทำให้คอนโดและบ้านของเรานั้นขายไม่ออก และแต่ละปัจจัยนั้นมีความสำคัญมากต่อนักลงทุนอสังหาฯและนักลงทุนคอนโดมือใหม่ อีกทั้งเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้หรือมองข้ามไปเพราะคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ที่คงไม่ส่งผลต่อการขายคอนโดและบ้านของเราสักเท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่ว่าจุดเล็กๆ เหล่านี้นี่แหละค่ะ ที่ทำให้เกิดความแตกต่างทางรายได้อย่างมหาศาลระหว่างนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญกับนักลงทุนมือใหม่

มาเช็คกันเลยค่ะว่า มีอะไรบ้างที่เราต้องระวังและจัดการปัญหาเหล่านั้นทันที

😅1. ราคาสูงเกินไป

ปัญหาอันดับหนึ่งเลยที่ทำให้บ้านและคอนโดของเราขายไม่ออกก็คือเรื่องของราคานั่นเอง ถ้าคอนโดหรือบ้านของเรามีราคาที่สูงเกินไป นั่นหมายความว่าปัจจัยข้ออื่นๆ ก็จะไม่มีผลอะไรเลย เพราะเราได้ตัดโอกาสในการขายของเราไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหาหลักๆ ที่ส่งผลให้ราคาขายอสังหาฯ ของนักลงทุนมือใหม่นั้นมีราคาที่สูงกว่าปกตินั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ผู้ลงทุนยังไม่มีความรู้มากเพียงพอจึงต้องไปพึ่งนายหน้าและการตลาดของบริษัทนายหน้าในการขาย โดยเมื่อมีค่านายหน้าและค่าการตลาดเข้ามาเพิ่มเติมจึงทำให้คอนโดและบ้านที่ต้องการขายนั้นมีราคาที่สูงขึ้นกว่าปกติจนส่งผลให้ขายไม่ได้ในที่สุด ในขณะที่คู่แข่งหรือคนที่มีความรู้ในการลงทุนเรื่องนี้สามารถเสนอขายเองได้โดยไม่ต้องผ่านนายหน้าใดใด ทำให้ขายได้ในราคาที่ถูกกว่า ดังนั้น อย่าลืมที่จะลงทุนกับความรู้เพื่อให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและสามารถลงมือทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งนายหน้าให้มากนัก ดังคำที่ว่า “การลงทุนในความรู้ เป็นการลงทุนที่ให้ดอกเบี้ยคุ้มค่าที่สุด”

😂2. เลือกนายหน้าอสังหา แบบผิดๆ

ในตลาดอสังหาริมทรัพยท์นั้นมีนายหน้าอสังหาที่มากมาย ทั้งนายหน้าอสังหาอิสระและนายหน้าที่มาจากบริษัทต่างๆ นั่นหมายความว่าเราก็สามารถเลือกนายหน้าที่มีทักษะการสื่อสาร ความรับผิดชอบ ที่ดีมีคุณลักษณะที่เราชอบได้อย่างมากมาย และในขณะเดียวกันเราก็อาจจะโชคร้ายไปเจอนายหน้าที่แย่ๆ ได้เหมือนกัน ดังนั้นเราต้องรู้กลยุทธ์ในการเลือกนายหน้าที่มีคุณภาพ ซึ่งมีอยู่แค่ 2 ข้อเท่านั้น คือเลือกนายหน้าที่ “มีสังกัด” และ “มีแผนการตลาดที่น่าสนใจ”

นายหน้าที่มีสังกัด การเลือกโดยวิธีนี้เป็นวิธีการที่ง่าย สำหรับนักลงทุนคอนโดมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกนายหน้าแบบไหน โดยการเลือกแบบนี้เราต้องให้ความใส่ใจกับต้นสังกัดหรือบริษัทที่นายหน้าคนนั้นสังกัดอยู่ว่ามีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน เพราะนายหน้าต้องบอกในสิ่งที่เรา “ต้องทำ” ไม่ใช่บอกในสิ่งที่เรา “อยากทำ” โดยนายหน้าที่ดีจะมีหน้าที่ให้คำแนะนำในการเพิ่มมูลค่าบ้านให้กับเรา เช่น การซ่อมแซมส่วนต่างๆ เพื่อปรับปรุงให้คอนโดหรือบ้านของเรานั้นดูมีราคามากขึ้น จัดการสิ่งที่รกและเกะกะที่จะทำให้คอนโดของเราเสื่อมราคา นอกจากนั้นการเลือกนายหน้าที่มีสังกัดจะช่วยให้เราเจอนายหน้าที่มีความเชี่ยวชาญ รู้ว่าตรงไหนควรแก้ไข ปรับปรุง ไม่ใช่นายหน้าที่เอะอะก็ตามใจเจ้าของไปซะทั้งหมด โดยไม่สนใจว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่

แผนการตลาด ผลการสำรวจขอสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาตินั้นบอกว่า “92% ของผู้ซื้อบ้านนั้นจะหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจเสมอ” มันจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไมเราต้องเลือกนายหน้าที่รู้จักการวางแผนการตลาดและมีความรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ ( อ่านบทความอื่นๆ คลิก )

🫠3. ตกแต่งบ้านไม่โดนใจ

ทุกๆ คนต่างก็อยากได้คอนโดและบ้านที่มีความสวยงามและดูดี ดังนั้นการตกแต่งแบบไม่ถูกต้องจึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เหตุผลสำคัญที่ทำให้คอนโดและบ้านของเราขายไม่ออก สำหรับสิ่งที่ควรทำและห้ามทำในการรีโนเวทบ้านเพื่อขาย สามารถเช็คได้โดย “คลิกตรงนี้” เพื่ออ่านเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

😆4. สภาพคอนโดและบ้านย่ำแย่

คอนโดที่เก่าเกินการใช้งาน บ้านที่สภาพดูจะพังแหล่มิพังแหล่ แม้แต่เราเองยังไม่อยากได้เลยใช่มั้ยคะ ถ้าไม่นับว่าอยู่ในทำเลที่น่าสนใจแล้วล่ะก็ เราคงไม่ซื้ออย่างแน่นอน ดังนั้นคนทั่วไปก็คิดไม่ต่างจากเราเช่นกันค่ะ บ้านที่ดูไม่ปลอดภัย เพดานผุพัง วอลเปเปอร์หลุดลอกเป็นแผ่นๆ แบบนี้คงไม่ดีแน่ ดังนั้นอย่าลืมที่จะลงทุนสักนิดเพื่อปรับปรุงมัน แล้วเพิ่มราคาสักหน่อยก็ย่อมได้ค่ะ ดีกว่าให้คนซื้อเห็นบ้านของเราแล้วเบือนหน้าหนีเลย แบบนั้นยังไงก็ขายไม่ได้แน่ๆ ค่ะ

🙃5. ทำเล

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น การที่มีทำเลที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ เพราะทำเลที่ดีส่งผลให้เรามีแต้มต่อเหนือผู้ซื้ออย่างแน่นอน ดังนั้นอีกสาเหตุที่ทำให้เราขายไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะทำเลไม่ดีก็ได้ เช่นเข้าถึงยาก ไม่มีรถสาธาณะไปถึง ถนนแคบ สาธารณูปโภคไม่ค่อยดีเท่าที่ควร หากทำเลของเรามีลักษณะแบบนี้อาจต้องลดราคาขายลงมาสักหน่อยเพื่อให้ขายได้ค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ ลองเช็คดูกันแล้วหรือยัง 5 ข้อนี้คือพื้นฐานสำคัญที่เราต้องรีบปรับปรุงแก้ไขนะคะ เชื่อว่าถ้าได้ลองทำตามนี้แล้วจะช่วยให้เรามีโอกาสขายได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
สำหรับท่านใดที่ได้ลองเช็คแล้ว ก็อย่าเพิ่งหยุดการเรียนรู้ไว้แค่เพียงเท่านี้นะคะ เพราะบางครั้งช่องว่างระหว่างรายได้ที่มากมายกับขายไม่ออก อาจเป็นแค่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราไม่รู้และมองข้ามไป ดังนั้นอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ หาประสบการณ์อย่างต้องเนื่อง แล้วทุกท่านจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนค่ะ

ที่มา : ตลาดปัญญา


#เหตุผลที่คอนโดขายไม่ออก
#เหตุผลที่บ้านขายไม่ออก

13/03/2024

บ้านติดเขา VS บ้านติดทะเล คุณเลือกอะไร

😱6 วิธีแก้ความกลัวในการลงทุนอสังหา😱คุณอาจเคยได้ยินเรื่องราวความสำเร็จและความล้มเหลวของการลงทุนอสังหามากันบ้าง แต่สิ่งที่...
12/03/2024

😱6 วิธีแก้ความกลัวในการลงทุนอสังหา😱

คุณอาจเคยได้ยินเรื่องราวความสำเร็จและความล้มเหลวของการลงทุนอสังหามากันบ้าง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการลงทุนอสังหา คือการลงทุนตามกระแสโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลจริง เป็นที่มาสำคัญของความล้มเหลว การฟังเรื่องราวผ่านปากต่อปาก อาจจะสร้างความเท็จ สร้างความกลัว ให้หลายคนไม่กล้าเข้าสู่วงการนี้ เราขอเสนอข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ ทางแก้ไขความกลัวใน การลงทุนอสังหา 6 ประการ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงกล้าๆกลัวๆ ลองมาดูสิว่าจะมีวิธีการแก้ไขความกลัวเหล่านี้ได้อย่างไร รายละเอียดดังนี้

😱1. จดสิ่งที่คุณกลัว มันอาจจะยากที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่คุณซ่อนไว้ในใจ ลองจดรายการที่ทำให้คุณรู้สึกกลัว , รู้สึกไม่กล้าเปลี่ยนแปลง หรือรู้สึกอยากหยุด ไม่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า คุณควรมีความซื่อสัตย์กับตัวเองในเรื่องนี้ เพราะคุณจะเป็นคนเดียวที่สามารถไขปัญหาตัวเองออกมาได้ ยกตัวอย่าง ฉันเกลียดการขาย ฉันไม่เข้าใจตลาดอสังหาริมทรัพย์มากพอ ฉันกลัวจะเป็นหนี้จากการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน แล้วปล่อยเช่าไม่ได้

😱2. ทุกความกลัวมีทางแก้ ทำความเข้าใจใหม่ว่า มันย่อมมีวิธีการแก้ปัญหาที่สามารถแก้ไขความกลัวนั้นได้ ความกลัวมักจะเกิดจาก “ความไม่รู้” แปลว่าถ้าคุณลองเพิ่มความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้น ความกลัวที่เกิดขึ้นก็น่าจะลดลง ฉะนั้น ลองค้นหาข้อมูล อาจจะแยกเป็นหัวข้อย่อยเพื่อเรียนรู้ไปทีละเรื่อง ยกตัวอย่าง ถ้าคุณกลัวการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ คุณมีความกังวลใจเกี่ยวกับการปล่อยเช่า กลัวว่าจะปล่อยเช่าไม่ได้ ความกลัวนี้แก้ไขได้จากการเก็บข้อมูลภาคสนามในพื้นที่ที่คุณสนใจ ลงไปดูข้อมูลว่าอัตราห้องว่างมีมากน้อยแค่ไหน? ระดับราคาเช่าอยู่ที่เท่าไหร่ ? ลักษณะผู้เช่าเป็นอย่างไร? สอบถามทั้งผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่า เมื่อข้อมูลมากพอ คุณจะมองเห็นความเป็นไปได้ชัดเจนมากขึ้น ความกลัวว่าจะปล่อยเช่าไม่ได้จึงลดลง เพราะคุณได้ทำการศึกษามาอย่างดีแล้ว เป็นต้น

😱3 ทุกการศึกษามีตัวช่วย สำหรับใครที่มาถึงขั้นนี้แล้วกลับหยุดเดินต่อ เพราะไม่รุ้ว่าไปหาความรู้ภาคสนามยังไง ทำไม่เป็น ไม่มีประสบการณ์ เป็นต้น คุณควรเชื่อว่าทุกวงการมีผู้เชี่ยวชาญในวงการนั้นอยู่เสมอ อาจจะไม่เชี่ยวชาญ แต่เชื่อว่าอย่างน้อยเขาน่าจะมีความรู้ที่ดีกว่าตัวคุณเป็นแน่ คุณก็เริ่มต้นได้จากการอ่าน , การฟัง ,การดูข้อมูลในช่องทางสื่อใดก็ได้ เพื่อรับข้อมูล แล้วค่อยๆทำความเข้าใจกับข้อมูลที่เขาสรุปมาให้ พัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดความสำคัญในขั้นตอนนี้คือ การศึกษาวิธีคิด จะลงทุนสิ่งนี้ ควรคิดอย่างไร? มองอย่างไร? เป็นต้น

😱4. จดสาเหตุว่าทำไมคุณต้องพยายามแก้ความกลัวเหล่านั้นให้ได้ สาเหตุเหล่านี้คือใจความสำคัญที่ช่วยทำให้คุณกล้าเอาชนะความกลัวเหล่านั้น เหตุผลที่เขียนอาจจะไม่ใช่แค่เป้าหมายที่คุณอยากจะไปถึง อาจจะเขียนถึงความเฉพาะบางสิ่งที่เกิดเมื่อคุณทำได้สำเร็จ หรือความเลวร้ายหากคุณทำไม่สำเร็จ เป็นต้น ยกตัวอย่าง คุณมีเป้าหมายว่าจะเกษียณอายุแบบสุขสบาย คุณรู้ว่าหนทางหนึ่งที่นำพาตนสู่เป้าหมายนั้นคือ การสร้างพอร์ตสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดให้คุณได้ในทุกเดือน คุณมองเห็นความเป็นไปได้ในการลงทุนอสังหาปล่อยเช่า คุณยังพอมีเวลาในการผ่อนหนี้ธนาคาร จัดการค้นหาวิธีการเหล่านี้ เป็นต้น ตรงกันข้าม หากคุณเจอปัญหาระหว่างทาง คุณรู้สึกไม่ดี แต่คุณรู้ว่า หนทางนี้จะนำไปสู่การเงินวัยเกษียณที่คุณต้องการ เป็นต้น

😱5. วางแผนและดำเนินการ เมื่อคุณได้เข้าใจความกลัวของตนเองมากขึ้น ข้อมูลที่คุณได้เรียบเรียงมาทั้งหมด อาจจะดูเยอะและวุ่นวายเต็มมือไปหมด โปรดอย่าหยุดแล้วเดินกลับตอนนี้ เลือกหนึ่งทำเลพื้นที่ที่คุณสนใจ คำแนะนำที่ง่ายที่สุดคือ พื้นที่ทำเลที่คุณรู้จักเป็นอย่างดี อาจจะเป็นพื้นที่แถวบ้าน พื้นที่แถวที่ทำงาน หรือ จะเป็นพื้นที่ใดก็ได้ที่คุณสนใจอยากจะศึกษาลงทุน แล้วลงพื้นที่ตอนนี้เลย ยกตัวอย่าง กำหนดวัน-เวลา-สถานที่ลงพื้นที่ เช่น ทุกวันเสาร์ จำนวน 5 แห่งเป็นอย่างต่ำ เป็นต้น สุ่มสอบถามข้อมูลจากผู้เช่าตัวจริงในพื้นที่ สุมสอบถามคนพื้นที่นั้นๆ เช่น แม่บ้าน , ร้านทำผม , ร้านขายของชำ เป็นต้น สุ่มสอบถามนายหน้าพื้นที่ เช่น ความคึกคักการซื้อขายบ้าน เป็นต้น สร้างระบบคัดเลือกข้อมูล เช่น ทำเลน่าสนใจต้องมีลักษณะแบบใด , กลุ่มลูกค้าเป็นใคร , ความสอดคล้องระหว่างราคาขายกับราคาเช่า , ลักษณะทรัพย์ที่เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มลูกค้า เป็นต้น ศึกษาข้อมูลวิจัยทำเลเพิ่มเติ่ม เช่น ความก้าวหน้าของศักยภาพทำเล , โครงข่ายคมนาคม , โครงการลงทุนภาคเอกชน เป็นต้น ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธนาคารเรื่องการกู้ซื้อบ้าน

😱6. อย่าคิดมากเกินไป เพียงแค่ตัดสินใจและเริ่มต้น ทางแก้ปัญหาความผิดหวังจากการลงทุนในครั้งแรก คือ การไม่คาดหวังผลตอบแทนที่เกินตัว บางคนไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่เคยทำมาก่อน แต่หวังผลตอบแทนสูงชนิดเดียวกับผู้เชี่ยวชาญ แบบนี้ไม่แปลกที่จะผิดหวัง บางคนอาจแย้งว่า ถ้ารู้ว่าลงทุนเหนื่อยแทบตายกลับได้ผลตอบแทนเพียงเท่านี้ ไม่ทำหรอก นั้นแปลว่าคุณมองแคบเกินไป ความรู้ที่ได้ลงมือทำจริงและประสบการณ์ครั้งแรกนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว มันคือชัยชนะที่คุณสามารถก้าวข้ามความกลัวในการลงทุนอสังหาได้อย่างเต็มภาคภูมิ ดังนั้น เมื่อคุณพึงพอใจตั้งแต่วันที่คุณกล้าลงมือทำ ไม่ไปรอคอยผลลัพธ์ คุณก็จะไม่ผิดหวังหรือท้อใจจนเป็นแผลลึกในใจมากเกินไป

ที่มา : TerraBKK


#วิธีแก้ความกลัวในการลงทุนอสังหา

🏡ออกแบบสร้างบ้าน รับมือแผ่นดินไหวทำได้อย่างไร🏡ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบันมีภัยพิบัติเกิดมากขึ้นในเมืองไทย หนึ่งในนั้นคือ แผ...
11/03/2024

🏡ออกแบบสร้างบ้าน รับมือแผ่นดินไหวทำได้อย่างไร🏡

ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบันมีภัยพิบัติเกิดมากขึ้นในเมืองไทย หนึ่งในนั้นคือ แผ่นดินไหว ที่เริ่มมากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ทางเหนือ ที่เสี่ยงอันตรายเป็นอย่างสูงกับบ้านพัก และอาคาร โดยอาคารทั่วไปที่ไม่ได้รับการออกแบบอย่างมีมาตรฐานและตามหลักการ ก็มักจะเป็นสิ่งก่อสร้างแรกๆที่พังทลายลงมาก่อนแม้จะมีแผ่นดินไหวไม่แรงมาก แม้จะมีขนาดแผ่นดินไหวเพียง 4-5 ริกเตอร์เท่านั้น จึงจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่จะก่อสร้างบ้าน หรืออาคารใหม่ในยุคนี้ ที่ต้องมี การออกแบบสร้างบ้าน เพื่อรับมือแผ่นดินไหว เพื่อให้เกิดปัญหา หรือความเสียหายน้อยที่สุด และความปลอดภัยของชีวิตผู้อยู่อาศัย

🏡การออกแบบสร้างบ้าน รับมือแผ่นดินไหว🏡

การออกแบบบ้านให้มีมาตรฐานและแข็งแรง ตัวอย่างเช่น ยึดรั้งชิ้นส่วน อย่าง เสากับฐานราก เสากับคาน ออกแบบเสาให้แข็งแรงมีขนาดโตพอ ยึดโยงส่วนอาคารกันโย้ และข้อต่อต่างๆให้แข็งแรง รวมถึงมีวิศวกรควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐาน ก่อนการสร้างบ้านให้ป้องกันแผ่นดินไหว วิศวกรจะต้องพิจารณาพื้นที่สภาพดินในเขตนั้น รวมถึงรูปแบบของอาคารเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิบัติในรูปแบบต่างๆ นั่นเอง โครงสร้างที่ดีควรจะวางตำแหน่งเสาให้มีความสมมาตรในแกนหลักทั้งตามยาวและตามขวางของอาคาร หากเป็นอาคารสูง ควรมีกำแพงรับแรงเฉือนหลายชิ้น วางในตำแหน่งที่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอตลอดผังอาคาร โดยไม่กระจุกตัวอยู่ในบริเวณเดียว

นอกจากรูปแบบของอาคารที่เหมาะสมแล้ว ความแข็งแรงของโครงสร้างก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเสานอกจากจะรับน้ำหนักบรรทุกปกติ ซึ่งเป็นน้ำหนักของอาคารและน้ำหนักบรรทุกจรตามการออกแบบทั่วไปแล้ว เสาจะต้องมีกำลังรับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นในขณะเกิดแผ่นดินไหว เมื่อเปรียบเทียบขนาดเสากับอาคารทั่วไปแล้ว เสาอาคารต้านทานแผ่นดินไหว จะมีขนาดใหญ่กว่าและมีปริมาณเหล็กเสริมตามยาวของเสามากกว่า เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกและการดัดตัวที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งต้านการเคลื่อนที่ทางด้านข้างด้วย และสิ่งที่สำคัญอีกอย่าง คือการเสริมเหล็กให้โครงสร้างมีความเหนียวพอเพียงในการต้านทานแรงแผ่นดินไหว โดยการจัดปริมาณการเสริมเหล็กตามยาวและเหล็กปลอกที่โอบรัดรอบเหล็กเสริมตาม ยาวของเสาและคานให้พอเพียง

🏡วิธีการสร้างบ้านรองรับแผ่นดินไหว🏡

📌แบบเสริมเหล็กเสา

บริเวณที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ปลายเสาทั้งด้านบนและด้านล่าง การเสริมเหล็กปลอกในเสาจึงแบ่งเป็น 2 บริเวณเช่นกัน คือ 1. บริเวณปลายเสาวัดออกมาเป็นระยะ 50 ซม. ให้เสริมเหล็กปลอกมีระยะเรียงไม่เกิน ครึ่งหนึ่งของขนาดเสา และ 2. บริเวณกลางความสูงเสาให้เสริมเหล็กปลอกมีระยะเรียงไม่เกิน ขนาดเสา เช่น เสาหน้าตัด 20×20 ซม. ต้องเสริมเหล็กปลอกขนาดไม่เล็กกว่า 6 มม. ในระยะ 50 ซม. ที่ปลายบนและล่าง ให้มีระยะเรียงไม่เกิน 10 ซม. (หรือครึ่งหนึ่งของขนาดเสา) แต่แนะนำให้ใช้เพียง 7.5 ซม. ส่วนบริเวณตรงกลางความสูงเสาให้เสริมเหล็กปลอกขนาดไม่เล็กกว่า 6 มม. วางเรียงกันไม่เกิน 20 ซม. (ขนาดเสา) แต่แนะนำให้ใช้เพียง 15 ซม. ซึ่งดีกว่ามาตรฐาน ในขณะที่เสาตอม่อหรือเสาใต้ถุนบ้านให้เสริมเหล็กปลอกมีระยะเรียงไม่เกิน ครึ่งหนึ่งของขนาดเสา ตลอดความสูงของเสา

📌แบบเสริมเหล็กข้อต่อคาน-เสา

ข้อต่อคือบริเวณที่คานและเสามาต่อกัน มีหน้าที่สำคัญในการยึดชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน หากข้อต่อเสียหายรุนแรง อาจจะทำคานและเสาหลุดแยกออกจากกันแล้วทำให้โครงสร้างถล่มได้ ดังนั้นต้องเสริมเหล็กปลอกในข้อต่อคานเสาเพื่อป้องกันการวิบัติด้วย โดยต้องเสริมเหล็กปลอกขนาดไม่เล็กกว่า 6 มม. และมีระยะระหว่างเหล็กปลอกไม่เกินด้านแคบของเสา เช่น เสาขนาด 20 x 20 ซม. ระยะเรียงของเหล็กปลอกในข้อต่อต้องไม่เกิน 20 ซม. (หรือหากใช้เพียงครึ่งหนึ่งหรือ 10 ซม. ก็จะดีมาก)

📌แบบเสริมเหล็กคาน

บริเวณที่ต้องเสริมเหล็กให้แข็งแรงคือบริเวณปลายคานทั้งสองด้าน ดังนั้นการเสริมเหล็กปลอกในคานจะแบ่งเป็น 2 บริเวณ คือ 1. บริเวณปลายคานวัดออกมาจากเสาสองเท่าของความลึกคาน ให้เสริมเหล็กปลอกมีระยะเรียงไม่เกิน หนึ่งในสี่ของความลึกคาน และ 2. บริเวณกลางคานให้เสริมเหล็กปลอกมีระยะเรียงไม่เกิน ครึ่งหนึ่งของความลึกคาน เช่น คานลึก 40 ซม. ต้องเสริมเหล็กปลอกขนาดไม่เล็กกว่า 6 มม. มีระยะเรียงไม่เกิน 10 ซม. (หรือหนึ่งในสี่ของความลึกคาน) ในระยะ 80 ซม. จากปลายคานทั้งสองด้าน ส่วนบริเวณตรงกลางใช้เหล็กปลอกขนาดไม่เล็กกว่า 6 มม. วางเรียงกันไม่เกิน 20 ซม. (หรือครึ่งหนึ่งของความลึกคาน)

📌แบบเสริมเหล็กที่ปลายคานตัวนอก

คานที่บรรจบกับเสาต้นนอก จะต้องงอฉากที่ปลายเหล็กบนและเหล็กล่างในคาน ให้ฝังเข้าไปในเสา เพื่อให้เกิดการยึดระหว่างคานกับเสาอย่างแข็งแรง หากไม่งอฉากแล้ว คานอาจจะหลุดแยกจากเสาได้ เมื่อเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากแผ่นดินไหว

📌แบบของเหล็กปลอกต้านแผ่นดินไหว

เหล็กปลอกคือเหล็กเป็นวงที่พันรอบเหล็กแกน เป็นเหล็กที่มีหน้าที่สำคัญสองประการคือ 1. ป้องกันการการกะเทาะหลุดของคอนกรีต และ 2. ป้องกันการคดงอของเหล็กแกน แต่ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงรายพบว่า ปริมาณเหล็กปลอกที่เสริมในเสาน้อยเกินไป อีกทั้งวิธีการดัดงอเหล็กปลอกยังไม่แข็งแรงพอ จึงเป็นสาเหตุให้เหล็กปลอกง้างหลุดออกมาเป็นจำนวนมาก การเสริมเหล็กปลอกให้แข็งแรงนั้น ปลายเหล็กปลอกควรดัดทำมุม 135 องศาแล้วฝังเข้าไปในแกนคอนกรีตเพื่อยึดเหล็กปลอกให้ตรึงแน่นอยู่กับแกนเสา หากไม่งอ 135 องศาแล้ว เหล็กปลอกจะถูกคอนกรีตดันจนง้างหลุดออกจากเสาได้”

ที่มา : autodoorcenter


#สร้างบ้านรับมือแผ่นดินไหว

ที่อยู่

Chiang Mai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lamune Propertyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์