หญิงไก่ Property I ที่ปรึกษาซื้อขายบ้าน

หญิงไก่ Property I ที่ปรึกษาซื้อขายบ้าน บ้านที่ใช่.....เริ่มต้นจากคำปรึกษาที่ดี เราไม่ได้แค่ขายบ้าน เราดูแลจนคุณได้รับกุญแจ

05/08/2026
05/08/2026
ยินดีต้อนรับสู่ "หญิงไก่ Property" บ้าน...ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินแต่คือสถานที่ที่เราจะใช้ชีวิต   สร้างครอบครัว  เลี้ยงดูลูกดู...
05/08/2026

ยินดีต้อนรับสู่ "หญิงไก่ Property" บ้าน...ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน
แต่คือสถานที่ที่เราจะใช้ชีวิต สร้างครอบครัว เลี้ยงดูลูก
ดูแลพ่อแม่ และเก็บความทรงจำที่มีค่าที่สุด

นั่นคือเหตุผลที่ "หญิงไก่ Property" เกิดขึ้น

ดิฉันเชื่อว่า...
การซื้อบ้านไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยงหรือเดินคนเดียว

หน้าที่ของหญิงไก่ ไม่ใช่แค่พาไปดูบ้าน

แต่คือการรับฟังความต้องการของคุณ
ช่วยคัดเลือกบ้านที่เหมาะกับงบประมาณ
ให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อ
ประสานงานทุกฝ่าย
และดูแลจนถึงวันที่คุณได้รับกุญแจบ้าน

เพราะบ้านที่ดี...
ไม่ใช่บ้านที่แพงที่สุด

แต่คือบ้านที่เหมาะกับชีวิตของคุณและครอบครัว

🤝 หญิงไก่ขอสัญญาว่า
ทุกคำแนะนำจะมาจากความจริงใจ
ทุกการดูแลจะเต็มความสามารถ
และทุกการซื้อขายจะมุ่งเน้นประโยชน์ของลูกค้าเป็นอันดับแรก

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ "หญิงไก่ Property"

หากคุณกำลังมองหาบ้าน ที่ดิน หรืออยากปรึกษาเรื่องการซื้อบ้าน

📩 ทักมาพูดคุยกันได้เสมอ

หญิงไก่ Property
ที่ปรึกษาซื้อ–ขายบ้านและที่ดิน
"ดูแลทุกก้าว...จนคุณมีบ้านเป็นของตัวเอง"

“ คนโง่ที่ขยัน ” สร้างปัญหาได้มากกว่า คนฉลาดแต่ขี้เกียจ... ⚠️เคยไหม? เจอคนที่ “ตั้งใจทำงานหนัก” แต่ทำทีไรงานพังทุกทีเพรา...
05/07/2026

“ คนโง่ที่ขยัน ” สร้างปัญหาได้มากกว่า คนฉลาดแต่ขี้เกียจ... ⚠️

เคยไหม? เจอคนที่ “ตั้งใจทำงานหนัก” แต่ทำทีไรงานพังทุกที

เพราะความขยันที่ขาดปัญญา คือหายนะที่เดินได้ค่ะ!!!

1. ยิ่งขยันยิ่งพัง: ผิดทางแต่ทำด้วยความเร็ว = ลงเหวเร็วขึ้น
2. ไม่หยุดคิดก่อนลงมือ: งานเลยเต็มไปด้วยรอยรั่ว
3. แก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาใหม่: อุดรูหนึ่งแต่เจาะอีกสิบรู
4. เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้: คือระเบิดเวลาที่เดินได้
5. งานด่วนไม่ใช่งานดี: ความเร็วที่ไม่มีความรอบคอบ คือการพาทุกคนไปเจอทางตัน

ทำเยอะ ไม่เท่าทำถูก...
การหยุดคิดเพียง 1 นาที อาจช่วยประหยัดเวลาแก้งานไปได้เป็นเดือน

📍 ถามจริง: ในชีวิตการทำงานของคุณ เคยเจอ "คนประเภทไหน" หนักที่สุด? ระหว่าง "คนที่ขยันแต่ไร้ทิศทาง" กับ "คนที่นิ่งเฉยแต่ฉลาด" คอมเมนต์มาแชร์กันหน่อยค่ะ!!!

03/05/2026
"มีหนี้ 10 ล้าน ไม่ได้แปลว่าชีวิตจบสิ้น... แต่แปลว่าต้องอยู่ให้เป็นและมีสติกว่าเดิม" 💡พี่เลือกรับหมายศาลเพื่อ "สู้ตามกฎห...
12/04/2026

"มีหนี้ 10 ล้าน ไม่ได้แปลว่าชีวิตจบสิ้น... แต่แปลว่าต้องอยู่ให้เป็นและมีสติกว่าเดิม" 💡

พี่เลือกรับหมายศาลเพื่อ "สู้ตามกฎหมาย" แต่เลือกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เพื่อ "รักษาสมาธิ" ☎️❌

กฎเหล็กของพี่คือ:
1. ใช้น้อยกว่าที่หา
2. ไม่ยืมใครเพิ่ม
3. รักษาใจไม่ให้พัง

หนี้คือบทเรียน ความจนคือความจัดเจน ใครไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ทักมาคุยที่เพจพี่ได้ พี่เป็นเซฟโซนให้เอง! ✌️✨

#ปลดหนี้แบบนักสู้ #หนี้10ล้าน #เริ่มใหม่ได้เสมอ #กำลังใจ

💡 3 ทางรอดที่เป็นไปได้จริง (นอกจากการรอประมูล)เมื่อบ้านถูกยึดแล้ว เวลามีค่าเท่ากับเงินครับ ลูกหนี้ควรพิจารณาทางเลือกตามล...
23/03/2026

💡 3 ทางรอดที่เป็นไปได้จริง (นอกจากการรอประมูล)
เมื่อบ้านถูกยึดแล้ว เวลามีค่าเท่ากับเงินครับ ลูกหนี้ควรพิจารณาทางเลือกตามลำดับความด่วน ดังนี้:

1. การขอแถลง "ถอนการยึด" หรือ "ถอนการบังคับคดี"
หากคุณสามารถหาเงินก้อนมาปิดหนี้ได้ (ด้วยการกู้ใหม่หรือขายทรัพย์สินอื่น) ให้รีบติดต่อเจ้าหนี้เพื่อทำเรื่อง "ถอนการยึด" ก่อนวันนัดขายทอดตลาดครั้งที่ 1 วิธีนี้จะทำให้บ้านหลุดจากวงจรบังคับคดีทันที

2. การหา "ผู้ซื้อ" มาซื้อทรัพย์ในชั้นบังคับคดี
หากขายเองไม่ทันก่อนโดนยึด คุณยังสามารถหาผู้ซื้อมาในวันนัดประมูลได้ค่ะ

• ข้อดี: คุณสามารถตกลงราคากับผู้ซื้อได้สูงกว่าราคาเริ่มต้นประมูล
• วิธีการ: ให้ผู้ซื้อมาวางเงินประมูลตามระเบียบ แต่ถ้ามีคนอื่นให้ราคาสูงกว่า ผู้ซื้อของคุณก็ต้องสู้ราคาเพื่อให้ได้บ้านมา

3. การใช้สิทธิ "คัดค้านราคา" (ชะลอได้ 1 นัด)
ในวันประมูล หากมีคนประมูลได้ในราคาที่คุณมองว่าต่ำเกินไป ลูกหนี้มีสิทธิ์ คัดค้านราคา ได้ 1 ครั้ง

• ผลที่ตามมา: เจ้าพนักงานบังคับคดีจะเลื่อนการขายไปในนัดถัดไป เพื่อให้คุณไปหาคนมาสู้ราคาหรือหาทางชำระหนี้ (เป็นการยื้อเวลาที่ถูกกฎหมายและไม่ต้องเสียค่าทนายซ้ำซ้อน)

⚠️ ข้อควรระวังเรื่อง "ส่วนต่างหนี้" (Deficiency Judgment)
หลายคนเข้าใจผิดว่า "ยกบ้านให้ไปแล้วคือจบกัน" ซึ่งเป็นความเชื่อที่อันตรายมากค่ะ

• ความจริง: หากขายทอดตลาดได้ราคา 1,000,000 บาท แต่หนี้รวมดอกเบี้ยคือ 1,500,000 บาท คุณยังคงเป็นหนี้เหลืออีก 500,000 บาท ซึ่งเจ้าหนี้สามารถตามยึดทรัพย์สินอื่นหรือ อายัดเงินเดือน ต่อได้จนกว่าจะครบ

• ทางแก้: การเจรจา Haircut (ลดหนี้ส่วนต่าง) หลังขายทอดตลาดเสร็จสิ้น จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน

📋 สรุปเช็คลิสต์: สิ่งที่ต้องทำทันที!

1. ตรวจสอบยอดหนี้สุทธิ: รวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมศาล
2. ประเมินราคาตลาด: เพื่อดูว่าถ้าขายทอดตลาดแล้วจะเหลือหนี้ท่วมหรือไม่
3. ติดต่อเจ้าหนี้ (Bank): เพื่อขอประนอมหนี้ครั้งสุดท้าย หรือขอความยินยอมในการขายทรัพย์เอง
4. เข้าฟังการประมูลทุกนัด: เพื่อรักษาสิทธิ์ในการคัดค้านราคา

สัญญาณเตือนนักฟลิปบ้าน! หาก "มาตรา 49 ทวิ" เปลี่ยน เกมภาษีอสังหาฯ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในโลกของการทำกำไรจากอสังหาริมทร...
20/03/2026

สัญญาณเตือนนักฟลิปบ้าน! หาก "มาตรา 49 ทวิ" เปลี่ยน เกมภาษีอสังหาฯ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในโลกของการทำกำไรจากอสังหาริมทรัพย์แบบ "ซื้อมา-ปรับปรุง-ขายไป" หรือที่เรียกกันว่าการฟลิปบ้าน (Flipping) กว่า 90% ของผู้เล่นรายย่อยมักเลือกทำในนาม "บุคคลธรรมดา" ด้วยเหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ คือ "ภาษีถูกกว่า"
แต่รู้หรือไม่ว่า ความได้เปรียบทั้งหมดนี้แขวนอยู่บนกฎหมายเพียงมาตราเดียว นั่นคือ มาตรา 49 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหากมีการขยับหรือเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ กำไรที่คุณเคยมองว่า "เต็มเม็ดเต็มหน่วย" อาจหายวับไปกับตา

1. "ราคาประเมิน" : เกราะคุ้มกันภาษีในปัจจุบัน
ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้การโอนอสังหาริมทรัพย์ในนามบุคคลธรรมดา ใช้ "ราคาประเมินทุนทรัพย์" จากกรมที่ดินเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไม่ว่าคุณจะขายจริง 3 ล้าน หรือ 30 ล้าน หากราคาประเมินอยู่ที่ 1.5 ล้าน คุณก็เสียภาษีจากฐาน 1.5 ล้านเท่านั้น
จุดที่ได้เปรียบที่สุดคือการยื่นภาษีปลายปี (ภ.ง.ด. 90):
ตามมาตรา 49 ทวิ เมื่อเรานำรายได้จากการขายอสังหาฯ มาคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย กฎหมายให้ยึดราคาประเมินเป็นรายได้ตั้งต้น

• ตัวอย่าง: คุณซื้อบ้านมา 1.2 ล้าน (ต้นทุนจริง) แต่ราคาประเมินอยู่ที่ 1.0 ล้าน (รายได้ตามกฎหมาย)

• เมื่อยื่นภาษีปลายปี รายได้ 1.0 ล้าน ลบ ต้นทุน 1.2 ล้าน เท่ากับคุณ "ขาดทุนในทางภาษี" * ผลคือ คุณไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มแม้แต่บาทเดียว แม้ในความเป็นจริงคุณจะขายบ้านหลังนี้ไปในราคา 2 ล้านและได้กำไรเข้ากระเป๋าไปแล้วก็ตาม

2. เมื่อ "ราคาซื้อขายจริง" เข้ามาแทนที่ : พายุภาษีที่ต้องเจอ
หากวันหนึ่งรัฐบาลตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ "ราคาซื้อขายจริง" (ตามที่ระบุในสัญญาซื้อขาย ท.ด. 13) เป็นฐานภาษีแทนราคาประเมิน เกมจะเปลี่ยนไปทันที และนักลงทุนจะโดน "หมัดฮุก" 2 จังหวะ:

• จังหวะที่ 1: ภาษีหน้างานพุ่งสูงขึ้น
ฐานภาษีจะขยับจากหลักล้านต้นๆ ไปสู่ราคาตลาดจริงทันที ทำให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่กรมที่ดินเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

• จังหวะที่ 2: ภาษีเงินได้ปลายปีที่รุนแรง
รายได้จากการขายบ้านเพื่อเก็งกำไร (40(8)) ต้องหักค่าใช้จ่ายตามจริงเท่านั้น หากคุณขายบ้านราคา 5.5 ล้าน โดยมีต้นทุนรวม 3 ล้าน คุณจะมีกำไรสุทธิ 2.5 ล้านบาทที่ต้องนำไปคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได ซึ่งอาจต้องควักกระเป๋าจ่ายภาษีเพิ่มหลักแสนบาท!

3. เตรียมรับมือ : นิติบุคคลอาจไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด

หากการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจริง การถือครองในนามบุคคลธรรมดาจะกลายเป็นภาระหนักอึ้ง การปรับรูปแบบธุรกิจมาเป็น "นิติบุคคล" จะกลายเป็นกลยุทธ์ที่ยั่งยืนกว่า เพราะ:

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล คิดจากกำไรสุทธิในอัตราคงที่ (มักต่ำกว่าภาษีขั้นบันไดสูงสุดของบุคคลธรรมดา)

2. การบริหารค่าใช้จ่าย สามารถนำค่าดำเนินการต่างๆ มาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ครอบคลุมกว่า

3. ความน่าเชื่อถือ ในการทำธุรกิจระยะยาวและการดิวกับสถาบันการเงิน

บทสรุปสำหรับนักลงทุน

แม้ในวันนี้ มาตรา 49 ทวิ จะยังคงเดิม และสรรพากรยังไม่ได้เพ่งเล็งรายย่อยอย่างเข้มข้น แต่นักลงทุนที่ดีต้อง "มองข้ามช็อต"

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้: * เก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย (ใบเสร็จค่ารีโนเวท, ค่าวัสดุ, ค่าแรง) ให้ครบถ้วนที่สุด
• ศึกษาโครงสร้างภาษีนิติบุคคลไว้ล่วงหน้า
เพราะในโลกของการลงทุน "คนที่เตรียมตัวพร้อมที่สุด คือคนที่จะอยู่รอดได้นานที่สุด

ที่อยู่

Chiang Mai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ หญิงไก่ Property I ที่ปรึกษาซื้อขายบ้าน โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หญิงไก่ Property I ที่ปรึกษาซื้อขายบ้าน:

ทางลัด

แชร์