Wara Real Estate - ซื้อ ขาย เช่า จำนอง บริการนิติกรรมที่ดินครบวงจร

Wara Real Estate - ซื้อ ขาย เช่า จำนอง บริการนิติกรรมที่ดินครบวงจร วราห์ กรุ๊ป (Wara Group)
ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในเขตพื้นที่ จ.เชียงราย และใกล้เคียง เน้นที่อยู่อาศัย หรือที่ดินเปล่า บนทำเลชุมชนเมือง เข้าถึงง่าย เรามุ่งให้ความสำคัญกับการออกแบบและตรวจสอบความถูกต้องตามหลักวิศวกรรม สำหรับคนที่มาทำงานในเขตพื้นที่เชียงราย เรามุ่งมั่น และตั้งใจมอบบ้านคุณภาพ
ให้กับลูกค้าเราทุกท่าน เพื่อให้บ้านเป็นที่พักผ่อน และเป็นบ้านตากอากาศในทุก ๆ วันทำงาน

🏡 สำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองติดแบล็คลิสต์ เครดิตบูโรอยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะมีวิธีปลดล็อกแก้แบล็คลิสต์ เครดิตบูโร และส...
16/06/2026

🏡 สำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองติดแบล็คลิสต์ เครดิตบูโรอยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะมีวิธีปลดล็อกแก้แบล็คลิสต์ เครดิตบูโร และสามารถแก้ไขเครดิตการเงินให้กลับมาดีได้


1️⃣ วางแผนชำระหนี้ให้สถานะกลับมาเป็นปกติ

หากเรายังพอมีสภาพคล่องทางการเงินอยู่บ้าง สามารถพอแบ่งเงินบางส่วนมาผ่อนชำระต่อในทุก ๆ เดือน ก็แนะนำว่าควรจะรวบรวมหนี้ที่ยังค้างชำระทั้งหมดแล้ววางแผนจัดลำดับความสำคัญของหนี้โดยดูจากอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งแรก ยิ่งหนี้ก้อนไหนดอกเบี้ยสูงยิ่งต้องรีบปิดก้อนนั้นก่อน

พยายามปลดหนี้เก่าทั้งหมดเพื่อให้เรากลับมามีสถานะปกติก่อน จากนั้นค่อยสร้างเครดิตใหม่ในรายงานของเครดิตบูโร และแนะนำเว้นระยะเวลาห่างอีกประมาณ 6 - 12 เดือน ค่อยกลับไปทำเรื่องเอกสาร ขอกู้สินเชื่อใหม่อีกครั้ง

___________________________________________

2️⃣ เจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อขอปรับโครงสร้างการชำระหนี้

ในกรณีที่บางคนอาจจะมีรายจ่ายเยอะ ไม่สามารถชำระหนี้ต่อไหว แนะนำลองเข้าไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอปรับโครงสร้างการชำระหนี้ โดยเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยลงหรือขอขยายระยะเวลาชำระแทน ซึ่งส่วนใหญ่ทางธนาคารก็มักจะช่วยเหลือ และช่วยหาทางออกเรื่องการชำระหนี้สินให้หมดร่วมกัน

วิธีนี้จะช่วยให้เราชำระหนี้ให้หมดได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เมื่อเราได้โอกาสนี้แล้ว ก็ควรจะจ่ายให้ตรงเวลา และไม่ลืมจ่าย เพื่อเป็นการสร้างเครดิตความน่าเชื่อถือที่ดีกลับมาใหม่ และทำให้ธนาคารรู้สึกมั่นใจกับเครดิตการเงินของเรา

เมื่อเราได้ปลดล็อกจนไม่ติดแบล็คลิสต์แล้วก็อย่าลืมปรับพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองด้วยนะ ลดการซื้อของแบบเงินผ่อนจนเกินความจำเป็น คอยตรวจดูว่าตอนนี้เรามีภาระหนี้สินเกินกำลังตัวเองแล้วหรือไม่ รวมถึงควรจะเริ่มต้นเก็บออมเงินเพื่ออนาคตด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การออมเงินก่อนใช้จ่ายในทุก ๆ เดือน เพื่อให้เรามีเงินก้อนเก็บออมไว้

___________________________________________

ติดแบล็คลิสต์อยู่ อยากกู้ซื้อบ้านได้ไหม?

เป็นอีกคำถามที่เจอหลายคนถามกันบ่อยมาก คำตอบคือ คนที่ติดแบล็คลิสต์อยู่ แนะนำให้กู้ซื้อบ้านร่วมกับคนในครอบครัว คู่สมรส หรือกู้ร่วมกับแฟน รวมถึงกลุ่ม LGBTQ โดยผู้กู้ร่วมต้องมีเครดิตบูโรดี มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี จ่ายเงินตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ และถ้ามีการเงินที่มั่นคงก็ยิ่งมีโอกาสที่จะช่วยให้กู้บ้านผ่านได้สูงขึ้น หรือถ้าไม่มีผู้กู้ร่วม ก็แนะนำวางแผนชำระหนี้ให้สถานะกลับมาเป็นปกติก่อน

___________________________________________

ในระหว่างที่เรากำลังแก้ปัญหาที่ติดแบล็คลิสต์อยู่ อีกหนึ่งอย่างที่เราไม่ควรลืมอย่างยิ่ง คือ การเก็บออมเงินเพื่อเตรียมไว้เป็นค่าดาวน์บ้าน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าประเมินพื้นที่ เป็นต้น เพราะส่วนใหญ่ธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุด 90% ของราคาประเมิน ดังนั้น เราควรจะเตรียมเงินก้อนไว้สำรองอย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้านที่จะไปกู้เงินซื้อบ้าน

นอกจากนี้ หลายคนก็อาจจะกังวลว่าจะผ่อนบ้านไม่ไหว เพราะมูลค่าราคาบ้านก็หลักล้าน และเป็นการกู้ระยะยาว (ระยะเวลาผ่อนขึ้นอยู่กับอายุของผู้กู้ด้วย) แต่หากเราได้วางแผนกู้เงินซื้อบ้าน และวางแผนผ่อนรายเดือนอย่างรอบคอบ ความฝันว่าซื้อบ้านใหม่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน รวมถึงเราควรจะเลือกซื้อบ้านที่ราคาสัมพันธ์กับรายได้ด้วยนะ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนของเราเอง โดยส่วนใหญ่ภาระหนี้รวมทั้งหมดไม่ควรเกิน 50-55% ของรายได้ต่อเดือน

สำหรับคนที่คำนวณเลขไม่เก่ง ทางธนาคารกรุงศรีฯ มีเครื่องมือคำนวณให้เราได้ลองไปคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนด้วยนะ เพียงแค่กรอกวงเงินที่ขอกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาขอกู้ เราก็จะรู้ทันทีว่ายอดผ่อนชำระต่อเดือนกี่บาท

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก Krungsri กรุงศรี


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

เมื่อคิดจะกู้เงินซื้อบ้าน ผู้กู้ก็ต้องเตรียมตัวให้ดีทั้งก่อนการกู้เงินกับธนาคารและในระหว่างการผ่อนบ้าน หากผ่อนบ้านทั้งที...
15/06/2026

เมื่อคิดจะกู้เงินซื้อบ้าน ผู้กู้ก็ต้องเตรียมตัวให้ดีทั้งก่อนการกู้เงินกับธนาคารและในระหว่างการผ่อนบ้าน หากผ่อนบ้านทั้งที่ตนเองยังไม่พร้อม ก็อาจมีเหตุสะดุดในระหว่างการผ่อนได้ หรือที่ร้ายที่สุดคือผ่อนบ้านไม่ไหวจนบ้านถูกยึด แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะคำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้ผู้กู้ประเมินความพร้อมได้ด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้กู้สามารถผ่อนได้ ก่อนตัดสินใจกู้ซื้อบ้านเป็นของตนเอง

___________________________________________

ขั้นตอนที่ 1 เช็กความพร้อมก่อนตัดสินใจกู้ซื้อบ้าน

1. ความสม่ำเสมอของรายได้
สิ่งแรกที่ผู้กู้ต้องถามตนเองให้ดีก่อนตัดสินใจกู้ซื้อบ้านนั่นก็คือ การงานของผู้กู้มีความมั่นคงหรือไม่ มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียรายได้มากน้อยเพียงใด หากมีงานที่มั่นคง ทำงานมาแล้วนานนับปี มีความก้าวหน้าในอาชีพ และมีแนวโน้มรายได้ที่สูงขึ้น จึงค่อยตัดสินใจกู้ซื้อบ้านจะดีที่สุด

2. หนี้สินและภาระค่าใช้จ่าย
หนี้สินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของผู้กู้ถือเป็นภาระสำคัญที่จะทำให้ความสามารถในการผ่อนบ้านลดน้อยลง ผู้กู้จึงต้องลดรายจ่ายในกลุ่มนี้ให้น้อยที่สุดก่อนการกู้ซื้อบ้าน หากผู้กู้ไม่มีหนี้สิน ผู้กู้ก็จะมีเงินเก็บ และมีประวัติทางการเงินที่ดี ซึ่งง่ายต่อการกู้บ้านมากกว่าคนที่มีภาระหนี้สิน

3. ความสามารถในการผ่อน
ผู้กู้สามารถตรวจสอบความสามารถในการผ่อนบ้านได้ด้วยตนเอง โดยใช้รายได้ของผู้กู้มาคำนวณผ่านเครื่องมือช่วยคำนวณการผ่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้ผู้กู้ทราบว่ารายได้ของตนเองจะผ่อนบ้านได้เดือนละกี่บาท และจะเหมาะกับบ้านราคาเท่าไร เพื่อเลือกบ้านที่เหมาะสมกับรายได้ของตนเอง

___________________________________________

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมตัวก่อนจะขอกู้และผ่อนบ้าน

1. สุขภาพทางการเงินต้องดี
ก่อนขอกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร ผู้กู้ต้องมีวินัยทางการเงินเป็นอย่างมากด้วยการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี เช่น จ่ายบัตรเครดิตตรงเวลาและจ่ายเต็มทุกรอบ ไม่มีประวัติการเบี้ยวหนี้จนมีประวัติผิดนัดชำระหนี้อยู่ในเครดิตบูโร หรือโดนฟ้องร้องจนล้มละลาย หรือไม่มีหนี้สินค้างชำระก้อนใหญ่ เช่น การผ่อนรถ ที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการผ่อนบ้าน

2. มีเงินเก็บและเงินดาวน์บ้าน
ผู้กู้ควรต้องมีเงินดาวน์บ้านขั้นต่ำ 10% ของราคาบ้านที่จะซื้อ (แม้บางกรณีจะไม่ต้องวางเงินดาวน์จากมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ Loan-to-Value: LTV) และยังไม่รวมถึงเงินเก็บสำหรับการตกแต่งต่อเติมบ้าน และเงินเผื่อสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในวันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งอาจมีบางส่วนที่ผู้กู้ต้องชำระเอง เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และค่าจดจำนอง

3. เงินผ่อนบ้านต้องเพียงพอ
การผ่อนบ้านนั้นใช้ระยะเวลานานหลายปี ผู้กู้จึงต้องแน่ใจว่ามีรายได้เพียงพอต่อการผ่อนบ้านในแต่ละเดือน โดยเงินผ่อนบ้านสามารถคิดคร่าว ๆ ได้ล้านละ 7,000 บาทต่อเดือน แต่เงินผ่อนบ้านรวมกับหนี้สินทั้งหมดต้องไม่เกิน 40% จากรายได้ของผู้กู้ ซึ่งเป็นเพดานหนี้สินที่ธนาคารส่วนใหญ่จะยอมรับได้

___________________________________________

ขั้นตอนที่ 3 ระหว่างการผ่อนบ้าน

1. รักษาวินัยทางการเงินให้ดี
แม้จะสินเชื่อจะผ่านการอนุมัติและอยู่ในระหว่างการผ่อนบ้านแล้ว แต่วินัยทางการเงินยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้กู้ต้องรักษาไว้ โดยเฉพาะการผ่อนบ้านให้ตรงเวลาทุกเดือน และไม่สร้างหนี้สินเพิ่มในระหว่างการผ่อนบ้าน แต่ถ้าหากเป็นไปได้ ผู้กู้ก็ควรมีเงินเก็บสำรองเพื่อใช้ผ่อนบ้านเมื่อขาดรายได้อย่างน้อย 3-6 เดือนด้วย

2. พยายามผ่อนบ้านให้หมดไวขึ้น
ผู้กู้สามารถใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อผ่อนบ้านให้หมดไวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรีเทนชั่นบ้านกับธนาคารเดิม หรือรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารอื่นเพื่อลดดอกเบี้ยจากการผ่อนให้ต่ำลง หรือจะใช้วิธีผ่อนบ้านเกินทุกงวดเพื่อลดเงินต้นให้หมดเร็วขึ้นก็ได้ ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยในภาพรวมได้เป็นอย่างมาก

3. หาทางออกเมื่อผ่อนบ้านไม่ไหว
หากผู้กู้มีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้เกิดปัญหาทางการเงิน ก็ยังมีวิธีที่ช่วยบรรเทาภาระหนี้บ้านให้ผู้กู้ได้ เช่น การหารายได้อื่น ๆ มาทดแทน แต่ถ้าการหารายได้เพิ่มยังไม่ใช่ทางออกที่ดี การรีไฟแนนซ์เพื่อยืดระยะเวลาผ่อนบ้าน หรือขอประนอมหนี้กับธนาคาร ก็เป็นทางออกที่อาจจะช่วยกู้สถานการณ์ที่เลวร้ายให้ดีขึ้นได้

___________________________________________

หากผู้กู้สามารถเตรียมตัวและปฏิบัติตนตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ทุกข้อ โดยเฉพาะการเลือกบ้านให้เหมาะสมกับรายได้ของตนเอง และมีวินัยทางการเงินที่ดีอยู่เสมอ ผู้กู้ก็จะผ่อนบ้านได้อย่างสบายใจ ผ่อนบ้านหมดไว และโอกาสที่จะผ่อนบ้านไม่ไหวจนถูกยึดบ้านก็จะยิ่งลดน้อยลง

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในที่ดิน ซื้อบ้าน คอนโดเพื่อปล่อยเช่า หรือขายทำกำไรในอนาคตนั้น ถือเป็นหนึ่...
12/06/2026

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในที่ดิน ซื้อบ้าน คอนโดเพื่อปล่อยเช่า หรือขายทำกำไรในอนาคตนั้น ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ยิ่งในท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน และสภาพสังคมการเมืองที่มีปัญหา ก็ยิ่งทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้การลงทุนอสังหาฯ มีความเสี่ยงน้อยและปลอดภัยมากที่สุด ให้สร้างผลลัพธ์การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ผู้ลงทุนจำเป็นต้องติดตามข่าวสาร และศึกษาข้อมูลแวดล้อมอย่างละเอียดรอบคอบ โดยข้อมูลสำคัญเบื้องต้นที่ควรติดตามให้รู้และเข้าใจเพื่อการลงทุนอสังหาฯ ที่ดีมีดังต่อไปนี้

__________________________________________

1. ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา

เป็นข้อมูลตัวเลขที่บอกให้เราทราบถึงความเคลื่อนไหวของราคาที่ดินเปล่า ว่าที่ไหนมีราคาเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนเท่าไร กว่าปีก่อนหน้าในช่วงเวลาเท่าไร หรือที่ดินทำเลบริเวณไหน ราคาไม่ขยับ โดยข้อมูลดัชนีราคาที่ดินนี้จะทำให้เราทราบถึงแนวโน้มการเติบโตของทำเล ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ทำเลไหนดี มีอนาคต และเหมาะที่จะลงทุนคุ้มค่ามากที่สุด

__________________________________________

2. ดัชนีราคาบ้านจัดสรรและห้องชุด

เป็นข้อมูลตัวเลขที่บอกให้เราทราบถึงการเคลื่อนไหวของราคาบ้านและคอนโด ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็จำเป็นจะต้องอาศัยข้อมูลอื่นๆ ประกอบการพิจารณาร่วมกันด้วย เช่น ดัชนีราคาที่ดิน ราคาประเมินอสังหาฯ เพื่อให้วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำว่า บ้านหรือคอนโดที่เราหมายตาไว้ มีราคาเหมาะสมที่ควรจะเข้าไปครอบครองเพื่อลงทุนหรือไม่

__________________________________________

3. ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์

การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย คือตัวเลขที่แสดงถึงแนวโน้มของ “อุปสงค์” หรือ “ความต้องการที่อยู่อาศัย” ของผู้คน ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่บอกเราได้ว่า ผู้คนยังมีความต้องการที่อยู่อาศัย คอนโด มากน้อยแค่ไหน โดยหากตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใหม่มีจำนวนลดน้อยลงมากๆ ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตอนนี้สภาพเศรษฐกิจไม่ดี ผู้คนไม่มีกำลังซื้ออสังหาฯ การลงทุนจึงอาจต้องเลื่อนรอเวลาออกไปก่อน

__________________________________________

4. ปริมาณสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่

เป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่สะท้อนถึงแนวโน้มของความต้องการตลาดที่อยู่อาศัย โดยหากสถิติพบตัวเลขการปล่อยสินเชื่อใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกให้ผู้ลงทุนทราบว่า สภาวะตลาดตอนนี้ ผู้คนมีกำลังในการซื้อน้อยลง

__________________________________________

5. จำนวนใบอนุญาตจัดสรรที่ดินและก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่

ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย และ ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย คือข้อมูลที่ทำให้เราทราบถึงแนวโน้มของ “ปริมาณที่อยู่อาศัยใหม่” ที่จะมีเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เราคาดการณ์แนวโน้มอุปทาน หรือความต้องการขายได้ว่า มีมากน้อยเพียงใด ซึ่งข้อมูลดังกล่าว เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับแนวโน้มความต้องการซื้อแล้ว จะพอทำให้มองเห็นว่า ณ ช่วงเวลานั้นๆ เหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าพิจารณาข้อมูลแล้ว “ความต้องการซื้อ” ลดลงเรื่อยๆ แต่จำนวนโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มีแนวโน้มทยอยออกมามากกว่า ก็อาจสะท้อนถึงภาวะ Over Supply ที่มีอสังหาฯ ล้นตลาด มากกว่าความต้องการ ซึ่งอาจไม่ใช่จังหวะที่เหมาะกับการลงทุน

__________________________________________

6. ปริมาณโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่

เป็นข้อมูลที่ทำให้ทราบปริมาณโครงการพร้อมขายที่อยู่อาศัย ทั้งบ้าน และคอนโด ในตลาดอสังหาฯ ณ ปัจจุบัน ซึ่งเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับปริมาณความต้องการซื้อแล้ว จะสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ตลาดว่าเกิดภาวะ “ล้นตลาด” หรือไม่ หรือมีโอกาสมากน้อย ยากง่ายเพียงใด สำหรับการลงทุน ซึ่งจะช่วยทำให้ตัดสินใจได้บนความเสี่ยงน้อยลง

__________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก REIC


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

มองหาทำเลบ้านเช่าราคาถูกในกรุงเทพฯ คงหนีไม่พ้นย่านชานเมือง และต่างจังหวัด ซึ่งยังสามารถพบบ้านเช่าราคาถูกเฉลี่ยต่อเดือนยั...
11/06/2026

มองหาทำเลบ้านเช่าราคาถูกในกรุงเทพฯ คงหนีไม่พ้นย่านชานเมือง และต่างจังหวัด ซึ่งยังสามารถพบบ้านเช่าราคาถูกเฉลี่ยต่อเดือนยังอยู่ในราคาหลักพัน

___________________________________________
บ้านเช่าราคาถูก เลือกอย่างไร?

1️⃣ พิจารณาทำเล

ทำเลบ้านเช่าราคาถูกส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนกรุงเทพฯ รอบนอกหรือแถบชานเมือง ค่อนข้างหาได้ยากได้ในย่านใจกลางเมือง แต่ด้วยโครงข่ายคมนาคม โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่มีการขยายโครงข่ายครอบครอบคลุมทุกพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ทำให้การเดินทางง่ายและสะดวกมาขึ้น แม้จะเช่าบ้านเช่าราคาถูกอยู่นอกเมือง แต่ก็สามารถเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว

___________________________________________

2️⃣ ประเภท

บ้านเช่าราคาถูกมีหลายประเภท เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม นอกจากนั้นยังมีคอนโดมิเนียม หรืออาคารชุด และห้องเช่าราคาถูกให้เลือก ซึ่งแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ทั้งขนาดพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชั่น ราคา ซึ่งแบ่งออกได้เป็น

- ห้องเช่าที่มีเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted
- ห้องเช่าแบบมีเฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished
- ห้องเปล่า

แน่นอนว่าถ้าหาบ้านเช่าราคาถูกที่อยู่บนทำเลเดียวกันแต่มีความแตกต่างกันที่จำนวนเฟอร์นิเจอร์ในห้อง หรือห้องเปล่าที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลย ราคาค่าเช่าก็ย่อมมีความแตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องพิจารณาจากจำนวนผู้อยู่อาศัย ฟังก์ชั่นตอบโจทย์มากน้อยแค่ไหน รวมถึงความชอบประกอบกัน

___________________________________________

3️⃣ ราคาค่าเช่า

โดยส่วนใหญ่แล้ว ราคาบ้านเช่าราคาถูกที่สามารถจ่ายได้มักจะคิดที่ 30% ของรายรับ เช่น หากเงินเดือน 15,000 บาท/เดือน สามารถจ่ายค่าเช่าได้สูงสุดที่ 4,500 บาทต่อเดือน แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รวมไปกับค่าเช่า เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าที่จอดรถ ค่าส่วนกลาง หรือในบางกรณีที่บ้านเช่าราคาถูกหลังนั้นไม่ได้มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเข้ามา

นอกจากนี้ก่อนเข้าอยู่ในเดือนแรก เจ้าของบ้านหรือผู้ปล่อยเช่าอาจจะเก็บค่าเช่าล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน และมัดจำอีก 1-2 เดือน (แล้วแต่ตกลง) ดังนั้นต้องเตรียมเงินก้อนไว้เพื่อจ่ายค่าเช่าในส่วนนี้

___________________________________________

4️⃣ สัญญาเช่า

สัญญาบ้านเช่าราคาถูก ต้องระบุรายละเอียดชัดเจน ไม่หมกเม็ด รายละเอียดในสัญญาควรมีการระบุระยะเวลาให้เช่า ค่าเช่า อัตราค่าสาธารณูปโภค และค่าบริการต่าง ๆ เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก่อนย้ายเข้ามาอยู่

โดยผู้เช่าต้องดูความสมเหตุสมผลของรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมในสัญญาเช่าด้วย เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสเบื้องต้นของผู้ให้เช่า เช่น การเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้า การขึ้นค่าเช่าในอนาคต เงื่อนไขการยกเลิกสัญญาเช่า ความคุ้มครองจากเงินประกัน ฯลฯ ซึ่งจุดนี้มีความสำคัญเพราะตามกฎหมายแล้ว ผู้ให้เช่าจะเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันรวมกันแล้วไม่เกิน 3 เดือนของอัตราค่าเช่ารายเดือน

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก DD Property


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

แต่งคอนโดอยู่เองว่ายากแล้ว แต่งคอนโดเพื่อปล่อยเช่าบอกเลยว่ายากกว่า เพราะจะแต่งให้ดีก็แสนแพง แต่งแบบถูกก็ปล่อยเช่ายาก เลย...
11/06/2026

แต่งคอนโดอยู่เองว่ายากแล้ว แต่งคอนโดเพื่อปล่อยเช่าบอกเลยว่ายากกว่า เพราะจะแต่งให้ดีก็แสนแพง แต่งแบบถูกก็ปล่อยเช่ายาก เลยไม่รู้ว่าจะแต่งอย่างไรให้พอดี เพื่อจะได้คุ้มกับเงินค่าเช่าที่ได้

แรก ๆ เคยคิดว่า แค่ย้ายของจัดของในคอนโดซะหน่อยก็น่าจะไปปล่อยเช่าได้ แต่พอเอาเข้าจริง ทั้งพื้นและผนังก็เป็นรอย บางจุดถึงขั้นมีรอยร้าว เพราะเสื่อมไปตามการใช้งาน เห็นแบบนี้ก็ต้องเตรียมเงินไว้เป็นค่าซ่อมแซมห้องกันบ้าง

___________________________________________

1️⃣ หาข้อมูล ก่อนเริ่มแต่งห้อง

พอตั้งใจปล่อยเช่าจริงจัง สิ่งแรกที่ทำเลยคือ สำรวจค่าเช่า โดยลองเช็กเว็บไซต์ที่มีประกาศปล่อยเช่าคอนโดที่อยู่โครงการเดียวกัน ก็เจอค่าเช่าที่หลากหลายตามแต่ทางเลือกที่มี เช่น วิวแม่น้ำ วิวเมือง ขนาดห้อง ชั้นที่อยู่ ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดห้องมาตั้งแต่ตอนซื้อแล้ว แต่ก็มีบางอย่างที่พอจัดการเพื่อให้ได้ค่าเช่าสูงขึ้นได้ เช่น เครื่องปรับอากาศ, เครื่องทำน้ำอุ่น, ตู้เย็น, โทรทัศน์, โต๊ะหนังสือ และโซฟา ฯลฯ

แต่พอไปดูประกาศหรือความเห็นต่าง ๆ ของฝั่งคนหาเช่าคอนโดบ้าง ก็เจอคนอยากได้ทางเลือกที่ต่างกัน เช่น คนที่ย้ายออกจากบ้านพ่อแม่มาอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงาน ก็มักชอบคอนโดแต่งครบแบบหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย ค่าเช่าแพงหน่อยไม่ว่า แต่ถ้าคนที่ย้ายจากคอนโดหรืออพาร์ทเมนท์อื่นมา ก็มักมีข้าวของเครื่องใช้ติดมาด้วย จึงมักชอบคอนโดแต่งเบา ๆ มีแค่สิ่งอำนวยความสะดวกหลัก ๆ อย่างเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่นก็พอ ส่วนเฟอร์นิเจอร์และของใช้อื่น ๆ อย่างตู้เย็น ไมโครเวฟ ฯลฯ มักมีอยู่แล้ว เพราะซื้อมาตั้งแต่ตอนอยู่ห้องเดิม

___________________________________________

2️⃣ แต่งห้องก่อนหาคนเช่า

พอได้ข้อมูลว่าคนเช่ามีหลากหลาย เลยตัดสินใจแต่งคอนโด เฉพาะส่วนจำเป็นที่ต้องทำแน่ ๆ เช่น ทาสีผนังห้อง ซ่อมซิลิโคนตามรอยต่อต่าง ๆ เปลี่ยนพื้นลามิเนต เพราะเป็นสิ่งที่เสื่อมไปตามเวลาและการใช้งาน รวมถึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการตกแต่งอยู่หลายสัปดาห์ จึงจำเป็นต้องทำก่อนที่จะหาคนมาเช่า

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ช่างมักตีราคาตามพื้นที่ห้องเป็น ราคาต่อตารางเมตร อย่างไรก็ตามลองสอบถามช่างที่แนะนำ จากนิติบุคคลอาคารชุดหรือเพื่อนข้างห้องดู เพราะถ้าเป็นช่างที่เคยทำห้องอื่นในโครงการเดียวกันอยู่แล้วก็จะได้พอรู้ข้อจำกัดและแจ้งราคาที่แน่นอนได้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์เดิมที่มีอยู่ และสภาพยังใช้งานได้ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหรือติดตั้งใหม่ เช่น ผ้าม่าน เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ สามารถนำมาให้ผู้เช่าใช้งานต่อได้เลย

ส่วนเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งอื่น ๆ ยังไม่ต้องแต่งทันทีก็ได้ เอาแค่สามารถถ่ายรูปส่วนต่าง ๆ ของห้อง เพื่อนำไปลงประกาศหาคนเช่าก่อนก็พอ แล้วตั้งค่าเช่าแบบกลาง ๆ ไม่แพงมากเพื่อให้มีคนเห็นแล้วสนใจติดต่อมา เพราะถ้ารีบแต่งคอนโดไป หากใช้เวลานานกว่าจะหาคนเช่าได้ อาจต้องเสียเงินค่าแต่งค่าซ่อมอีกรอบก็ได้

แต่การตั้งค่าเช่าก็ต้องระวังไม่ตั้งถูกจนเกินไปเพราะต้องยอมรับว่า “ระดับค่าเช่า” ถือเป็นตัวกรองระดับรายได้ของผู้เช่า หากค่าเช่าถูกมากก็อาจได้กลุ่มคนเช่าที่มีลักษณะการใช้ห้องที่เสี่ยงให้เกิดความเสียหายได้เหมือนกัน

___________________________________________

3️⃣ แต่งห้องเพิ่ม เมื่อได้คนเช่า

พอมีคนติดต่อมาสอบถามรายละเอียดห้องก็ค่อยบอกว่าเดิมมีอะไรบ้าง แล้วลองสอบถามคนเช่าว่าอยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าโชคดีเจอคนเช่าที่ไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่เน้นค่าเช่าไม่แพงก็อาจปิดจ๊อบได้เลย

หรือถ้ามีอะไรที่คนเช่าอยากได้เพิ่มก็ต้องดูว่าใช้เงินแค่ไหน เช่น โต๊ะหนังสือ โทรทัศน์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ ฯลฯ แล้วประเมินว่าต้องได้ค่าเช่าสักกี่เดือนถึงจะคุ้มกับเงินค่าของที่แต่งเพิ่ม ถ้าคุ้มก็ลองต่อรองกับคนเช่าดูว่าถ้าเรารับปากว่าจะแต่งคอนโดเพิ่มตามที่เขาต้องการ เขาพร้อมจะวางเงินมัดจำหรือทำสัญญาทันทีเลยไหม เพื่อเราจะได้นำเงินมัดจำนี้ไปซื้อของแต่งห้องเพิ่มได้ทันที โดยอาจไม่ต้องควักเงินตัวเองสักบาทเลยก็ได้ แถมคนเช่ายังรู้สึกว่าได้ของใหม่ ในสไตล์ถูกใจ ซึ่งอาจจะช่วยให้เราสามารถเรียกค่าเช่าสูงขึ้นอีกได้บ้าง

___________________________________________

4️⃣ อยากแต่งห้องจัดเต็ม แต่เงินทุนไม่อำนวย

ถ้าใครอยากได้ค่าเช่าสูง ๆ คนเช่าฐานะดี ๆ เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาจุกจิก ก็ต้องแต่งห้องจัดเต็มแบบ Fully Furnished แบบที่คนเช่าแค่หิ้วกระเป๋าก็เข้าอยู่ได้เลย แต่ปัญหาคือ ค่าตกแต่งที่ตามมาก็สูงด้วยเช่นกัน จะกู้เงินมาตกแต่งเพิ่มก็คงคิดหนัก เพราะบ้านใหม่ก็เพิ่งกู้ไป คอนโดเก่าก็ยังผ่อนอยู่ จะไปขอกู้อีกก็น่าจะผ่านยาก ตอนนั้นเลยลองหาข้อมูลสินเชื่อแบบต่าง ๆ ของธนาคารดู ก็เลยพอรู้ลู่ทางที่น่าจะกู้เงินมาแต่งห้องได้บ้าง เลยขอมาแชร์สักนิดนึงเผื่อใครสนใจหยิบไปลองใช้ดู

___________________________________________

– รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านไปธนาคารอื่น
เพื่อนำวงเงินกู้ส่วนต่างจาก “เงินกู้ใหม่-เงินกู้เดิม” ไปแต่งคอนโด โดยวิธีนี้ต้องเช็กก่อนว่าสัญญากู้เดิมมีเงื่อนไขค่าปรับรีไฟแนนซ์อย่างไร ซึ่งโดยปกติถ้าผ่อนกับธนาคารเดิมมาเกิน 3 ปี แล้วค่อยรีไฟแนนซ์มักไม่มีค่าปรับ ทางเลือกนี้อาจจะยุ่งยากตรงการเตรียมเอกสาร และติดต่อทั้งธนาคารใหม่และธนาคารเดิม แต่ก็มีข้อดีตรงที่ได้ดอกเบี้ยถูกกว่าทางเลือกอี่น

– ขอกู้กับธนาคารเดิม
โดยอาจได้วงเงินสูงสุดเท่ากับส่วนต่าง “ราคาประเมินคอนโด – เงินกู้เดิม” ไปแต่งคอนโด ซึ่งวิธีนี้มีข้อดีตรงที่กระบวนการไม่ยุ่งยาก ติดต่อแค่ธนาคารเดิมที่ผ่อนคอนโดอยู่ เอกสารใช้ไม่เยอะ แต่ดอกเบี้ยก็อาจแพงกว่าทางเลือกแรก

– นำคอนโดไปเป็นหลักทรัพย์ขอกู้ธนาคาร
สำหรับใครที่ผ่อนคอนโดหมดแล้ว สามารถนำคอนโดไปเป็นหลักทรัพย์ขอกู้ธนาคารได้เหมือนกัน ยังไงลองเช็กกับธนาคารที่สะดวกหรือใช้เป็นประจำดูก่อนก็ได้]

ท้ายที่สุดแล้ว การแต่งคอนโดควรแต่งให้พอเหมาะพอดี เพื่อไม่ให้งบบานปลายจนเป็นหนี้ก้อนโต และแต่งให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราอยากปล่อยเช่า อีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ คือ รายได้จากค่าเช่าเป็นรายได้ที่ต้องยื่น “ภาษีเงินได้”

___________________________________________

การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 ระยะ คือ

1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี เป็นการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้เฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5, 6, 7 หรือ 8 ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยยื่นภายในเดือนกันยายนของปีภาษีนั้น และภาษีที่เสียนี้นำไปเป็นเครดิตหักออกจากภาษีสิ้นปีได้

2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี เป็นการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้พึงประเมินที่ได้รับแล้ว ในระหว่างปีภาษี โดยยื่นภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก DD Property


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ปัจจุบันหนึ่งในรูปแบบการลงทุนอสังหาฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั้น ก็คือ การปล่อยเช่าคอนโด เนื่องจากความต้องการคอนโดในเ...
09/06/2026

ปัจจุบันหนึ่งในรูปแบบการลงทุนอสังหาฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั้น ก็คือ การปล่อยเช่าคอนโด เนื่องจากความต้องการคอนโดในเมือง ในทำเลที่เดินทางสะดวก ไปทำงานได้แบบไม่ต้องฝ่ารถติดนั้นมีจำนวนมาก อีกทั้งการลงทุนปล่อยเช่าคอนโดก็ไม่ได้ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่อย่างที่คิด เพราะสามารถขอกู้สินเชื่อจากธนาคารได้ จึงทำให้นักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่นิยมเริ่มต้นการลงทุนอสังหาฯ ของตัวเองด้วยการปล่อยเช่าคอนโดเป็นลำดับแรก

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรต้องรู้เอาไว้ก่อนที่จะตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดนั้น ก็คือ ข้อกฎหมายสำคัญที่อาจทำให้การปล่อยเช่ามีปัญหาได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายตามมาภายหลังเมื่อดำเนินการปล่อยเช่าไปแล้ว โดยข้อกฎหมายสำคัญที่ควรรู้ก่อนทำการปล่อยเช่าคอนโด มีดังต่อไปนี้

___________________________________________

1. การปล่อยเช่าคอนโดรายวันรายสัปดาห์ผิดกฎหมาย

การประสบความสำเร็จของ AirBNB ที่ให้เจ้าของบ้าน ห้อง กลายมาเป็นเจ้าของโรงแรมปล่อยให้เช่าห้องของตัวเอง ทำให้เกิดกระแสการปล่อยเช่าคอนโดแบบรายวันรายสัปดาห์ขึ้นในไทย ซึ่งถือเป็นการทำผิดกฎหมาย เพราะโครงการคอนโดมิเนียมโดยทั่วไปที่ขายห้องสำหรับให้อยู่อาศัยนั้น ผู้ที่ซื้อไปแล้วไม่สามารถไปปล่อยเช่าระยะสั้นรายวันหรือรายสัปดาห์ได้ เนื่องจากไม่ใช่ “โรงแรม” ดังนั้น การดำเนินธุรกิจแบบโรงแรม แต่ไม่ได้เป็นโรงแรมนั้นจึงผิดกฎหมาย ขัดต่อพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งหากตรวจสอบพบ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

___________________________________________

2. ถ้าผู้เช่าเป็นชาวต่างชาติต้องแจ้งตำรวจ

กลุ่มลูกค้าสำหรับการปล่อยเช่าคอนโดนั้นไม่ได้มีเพียงแค่คนไทยด้วยกันเอง แต่การปล่อยเช่าคอนโดให้กับชาวต่างชาติที่มาเที่ยวระยะยาว หรือมาทำงานในเมืองไทยนั้นก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีกำลังซื้อสูงมาก แต่ในโอกาสก็มีวิกฤตซ่อนอยู่ด้วยหากผู้ให้เช่าไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยถ้าจะต้องปล่อยเช่าคอนโดให้คนต่างชาติพักอาศัย ผู้ให้เช่าจะต้องแจ้งต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานีตำรวจในพื้นที่ให้ทราบ มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย โดยกฎหมายดังกล่าวนี้ มีขึ้นเพื่อป้องกันความปลอดภัยและความสงบของประเทศ รวมถึงของตัวผู้ให้เช่าเองด้วย เพราะเราจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าผู้เช่าชาวต่างชาตินั้นเป็นคนดีหรือเป็นอาชญากรข้ามชาติหรือไม่
___________________________________________

3. สัญญาเช่าต้องถูกต้องไม่เอาเปรียบผู้เช่า

เรื่องของสัญญาเช่าคอนโดก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ผู้ให้เช่าส่วนใหญ่อาจละเลยไป ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีว่าเงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ นั้นเป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ ยกตัวอย่างข้อกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองผู้เช่า เช่น ผู้ให้เช่าต้องส่งใบแจ้งหนี้ล่วงหน้าแก่ผู้เช่าไม่น้อยกว่า 7 วัน ผู้ให้เช่าต้องมอบสัญญาให้ผู้เช่าเก็บไว้ 1 ฉบับ ผู้ให้เช่าห้ามเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน ห้ามเรียกเก็บเงินประกันเกิน 1 เดือน เป็นต้น รายละเอียดเงื่อนไขการให้เช่าที่ต้องระบุเอาไว้ในสัญญาเหล่านี้ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าหากมีปัญหาเกิดขึ้น และมีการตรวจสอบว่าสัญญามีความผิดพลาด ขัดต่อข้อกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ให้เช่าไม่สามารถเรียกร้องเอาผิดกับทางผู้เช่าได้นั่นเอง เรียกได้ว่า หากต้องการให้การเช่าเป็นไปอย่างราบรื่น ก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการทำสัญญาให้ถูกต้องที่สุด

___________________________________________

แม้การปล่อยเช่าคอนโดจะเป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนอสังหาฯ ที่สร้างโอกาสในการทำรายได้แบบ Passive Income ให้กับนักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผลลัพธ์จะออกมาสำเร็จราบรื่นได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนได้ดำเนินการปล่อยเช่าคอนโดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยหรือไม่ ตลอดไปจนถึงนักลงทุนยังจำเป็นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในการหาผู้เช่าให้ได้ต่อเนื่อง การวางแผนการเงินให้พร้อมรองรับช่วงเวลาที่ยังหาผู้เช่าไม่ได้ด้วย เพราะหากมองข้ามความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ไป แล้วสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจมีปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนให้ล้มเหลวไม่เป็นไปตามเป้าหมายได้

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก REIC


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

“บ้านมือสอง” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับทุกคนที่ฝันอยากมีบ้าน เพราะทำให้เราได้บ้านในราคาที่ไม่แพงเกินไป ในทำเลที่ถูกใจ...
08/06/2026

“บ้านมือสอง” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับทุกคนที่ฝันอยากมีบ้าน เพราะทำให้เราได้บ้านในราคาที่ไม่แพงเกินไป ในทำเลที่ถูกใจ ยื่นกู้ได้ง่าย และดอกเบี้ยต่ำกว่าบ้านใหม่มือหนึ่ง แต่ทั้งนี้ การซื้อบ้านมือสองก็มีสิ่งสำคัญที่ต้องระวังเช่นกัน นั่นก็คือ การก่อสร้างดัดแปลง ฯลฯ ที่อาจฝ่าฝืนต่อกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งหากไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อ อาจทำให้เกิดปัญหาต้องแบกรับภาระการรื้อถอนแก้ไขภายหลังได้

__________________________________________

ตรวจก่อนซื้อบ้านมือสอง ไม่ต้องรื้อถอนภายหลัง

ด้วยเพราะทางกรุงเทพมาหานคร ได้รับการร้องเรียนจำนวนมากจากการซื้อบ้านมือสองต่อจากเจ้าของเดิม โดยไม่ทราบว่าบ้านมีการก่อสร้างดัดแปลง ฯลฯ ที่ผิดกฎหมายควบคุมอาคาร อันได้แก่ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2535 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 ทำให้เมื่อโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ต้องกลายเป็นผู้รับภาระแก้ไขรื้อถอนตามคำสั่งเจ้าพนักงานภายหลัง จึงจัดให้มีโครงการ “ตรวจก่อนซื้อ ไม่ต้องรื้อภายหลัง” ขึ้นมา เพื่อช่วยเยียวยาให้เจ้าของบ้านมือสองไม่ต้องรับความเดือดร้อน โดยเป็นการขอหนังสือรับรองความถูกต้องของอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งสามารถทำได้ตาม รายละเอียด ดังต่อไปนี้

__________________________________________

1. ผู้มีความประสงค์จะขอตรวจสอบ ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตัวอาคาร โดยมีหลังฐานแนบพร้อมการยื่นคำร้อง ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ ในกรณีเป็นบุคคลธรรมดา หนังสือรับรองการจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทในกรณีเป็นนิติ บุคคล สำเนาโฉนดที่ดิน และ/หรือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในตัวอาคาร สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ละสำเนาแบบแปลน แผนผังที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคาร สัญญาจะซื้อจะขายอาคารที่ขอให้ตรวจสอบ แผนผังสังเขปแสดงที่ตั้งอาคาร

__________________________________________

2. หากเป็นอาคารไม่เกิน 4 ชั้น ให้ยื่นคำร้องขอตรวจสอบที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตที่อาคารนั้นตั้งอยู่

__________________________________________

3. หากเป็นอาคารเกิน 4 ชั้น ให้ยื่นคำร้องขอตรวจสอบที่กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา

__________________________________________

4. เมื่อยื่นคำร้องและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนแล้ว จะแจ้งให้มาติดตามผลภายใน 15 วัน

__________________________________________

5. เมื่อตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่จะเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการสำนักการโยธา และผู้อำนวยการเขต เพื่ออนุมัติคำสั่ง

__________________________________________

6. หากอาคารบ้านมือสองไม่มีการก่อสร้างดัดแปลงที่ผิดกฎหมาย จะมีการออกหนังสือรับรองแก่เจ้าของอาคาร แต่หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำใดๆ ฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาคาร ก็จะไม่สามารถออกหนังสือรับรองให้ได้

__________________________________________

ประโยชน์ของโครงการตรวจบ้านมือสองนี้ จะช่วยลดความเสียหายที่ได้รับจากการซื้อบ้านมือสองที่มีการดัดแปลง หรือสร้างผิดกฎหมายได้ ทั้งยังทำให้เรามีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมอาคาร และทำให้เรามั่นใจได้ว่า “การซื้อบ้านมือสอง” ของเรา จะไม่นำมาซื้อภาระและปัญหาภายหลัง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสองจึงต้องใส่ใจเรื่องการตรวจสอบให้ดี เพราะปัจจุบันมีการซื้อขายบ้านมือสองกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็มีทั้งเป็นบ้านที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง หรือเพื่อสร้างความมั่นใจให้ได้มากยิ่งขึ้น ในการซื้อบ้านมือสองของเรา ก็ควรเลือกซื้อกับโครงการหรือหน่วยงานที่น่าชื่อถือ ตรวจสออบได้ อย่างโครงการบ้านมือของรัฐ ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อเป็นการป้องไม่ให้เกิดปัญหาและความเสียหายขึ้น อันจะทำให้เราได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันที่อยู่สบาย สุขกายสุขใจอย่างแท้จริง

__________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก REIC


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

🏡  เป็นที่ทราบกันดีว่าหลักการสำคัญของการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ซื้อบ้านจากธนาคารว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ธนาคารจะพิจารณาจา...
05/06/2026

🏡 เป็นที่ทราบกันดีว่าหลักการสำคัญของการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ซื้อบ้านจากธนาคารว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ธนาคารจะพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นหลัก ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จะรับผิดชอบชำระหนี้ไหวหรือไม่ โดยสิ่งที่จะมาเป็นข้อมูลช่วยให้วิเคราะห์ได้ก็คือรายได้จากการทำงาน และภาระหนี้ที่มีอยู่ เพราะถึงต่อให้มีรายได้มาก การงานมั่นคง แต่มีหนี้อื่นอยู่เป็นจำนวนมาก ก็อาจที่จะไม่สามารถขอกู้ซื้อบ้านผ่านได้ เพราะธนาคารจะประเมินว่าเรามีภาระหนี้มากเกินไป ด้วยเหตุนี้เองหลาย ๆ คนจึงเกิดความสงสัยว่า “หนี้นอกระบบ” มีผลต่อการพิจารณาขอกู้ซื้อบ้านจากธนาคารด้วยหรือไม่ ซึ่งบทความจะมาช่วยไขข้อข้องใจให้ทุกคนหายสงสัยกัน

___________________________________________

เป็นหนี้นอกระบบ ก็มีสิทธิ์กู้ซื้อบ้านผ่านได้

.

แม้ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านจากเหตุผลว่าผู้กู้มีรายได้น้อยเกินไปหรือมีหนี้มากเกินไปเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงนั้น “หนี้นอกระบบ” คือสิ่งที่ธนาคารตรวจสอบไม่ได้ว่าผู้กู้มีหนี้นอกระบบอยู่เท่าไร ถ้าหากผู้ขอกู้ไม่บอกกับทางธนาคาร ทั้งนี้ เพราะหนี้ที่ธนคารจะตรวจสอบได้จะมีแต่เฉพาะหนี้ในระบบ เช่นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้ที่ดินที่เคยมีการขอกู้มาก่อน ตลอดจนหนี้บัตรเครดิต และพฤติกรรมการใช้จ่ายบัตรเครดิตของผู้ขอกู้ ดังนั้น เมื่อหนี้นอกระบบไม่ได้มีข้อมูลส่งไปยังสำนักงานเครดิตแห่งชาติให้ตรวจสอบได้ ธนาคารจึงไม่ได้เอาหนี้นอกระบบมาเป็นตัวคำนวณในการพิจารณาตัดสินการอนุมัติสินเชื่อกู้ซื้อบ้านนั่นเอง

___________________________________________

ถึงธนาคารให้กู้ผ่านได้ แต่ถ้าเป็นหนี้นอกระบบเราก็เสี่ยงผ่อนบ้านไม่ได้อยู่ดี

.

การที่ธนาคารไม่สามารถตรวจสอบหนี้นอกระบบของผู้ขอกู้ได้ ทำให้สามารถพิจารณาอนุมัติสินเชื่อกู้ซื้อบ้านผ่านได้นั้น อาจไม่ใช่สาระสำคัญเท่าไรนัก เพราะผู้ขอกู้ต้องตระหนักไว้ให้ดีว่า ถ้ากู้ซื้อบ้านผ่านเราก็จะมีสถานะเป็นลูกหนี้ธนาคารอยู่ดี ซึ่งก็ต้องผ่อนชำระค่างวดให้ได้ตามที่ธนาคารกำหนด ซึ่งหากสุดท้ายแล้วถ้าผู้กู้ยังมีหนี้นอกระบบอยู่ ก็เท่ากับว่าในแต่ละเดือนจะต้องแบกภาระผ่อนหนี้ทั้งค่างวดหนี้นอกระบบและค่างวดผ่อนบ้าน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะผ่อนไม่ไหวและกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากกว่าเดิม โดยผู้กู้อาจถูกธนาคารยึดบ้านไป ในขณะที่ก็ยังต้องตามใช้หนี้นอกระบบอยู่ไม่มีวันจบสิ้น



หนี้นอกระบบเป็นหนี้ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการขอกู้ซื้อบ้าน แต่มีผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระค่างวดโดยตรง ซึ่งทางที่ดีที่สุดนั้น หากต้องการจะขอกู้ซื้อบ้านจริง ๆ ให้ปลอดภัยและเสี่ยงน้อยที่สุด ผู้ขอกู้ควรเคลียร์หนี้นอกระบบให้หมดเสียก่อน ซึ่งก็อาจจะวางแผนชะลอการขอกู้ซื้อบ้านออกไป และเข้าขอรับคำปรึกษากับธนาคาร ขอกู้เงินในระบบจากธนาคารมาเคลียร์หนี้นอกระบบให้หมด เพื่อให้เสียดอกเบี้ยกับธนาคารในระบบที่ถูกกว่าและปลอดภัยมากกว่า จากนั้นจึงค่อยวางแผนการเงินเพื่อที่จะขอกู้ซื้อบ้านในภายหลัง ซึ่งแน่นอนว่าก็สามารถปรึกษากับธนาคารเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกันได้

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก REIC


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ขายด่วน โรงงาน/โกดังพร้อมออฟฟิศ 1 ไร่ครึ่ง... ครบจบ ย้ายเข้าทำธุรกิจได้ทันที !"ทำเลดี การันตีน้ำไม่ท่วม ประวัติสะอาด 100...
04/06/2026

ขายด่วน โรงงาน/โกดังพร้อมออฟฟิศ 1 ไร่ครึ่ง... ครบจบ ย้ายเข้าทำธุรกิจได้ทันที !
"ทำเลดี การันตีน้ำไม่ท่วม ประวัติสะอาด 100% เจ้าของย้ายเพราะขยายกิจการ"

ขายโกดัง/โรงงานขนาดเล็ก (อดีตโรงงานบิ้วอิน) เนื้อที่กว้างขวาง **1 ไร่ 2 งาน** บรรยากาศดี ด้านข้างติดคลอง เงียบสงบ ไม่รบกวนชุมชน เหมาะสำหรับเป็นโกดังเก็บสินค้า, โรงงานผลิต, อู่ซ่อมรถ, ศูนย์กระจายสินค้า หรือเปิดบริษัท สำนักงาน ได้ทุกรูปแบบ

🔥 จุดเด่นและสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน:
✅ เนื้อที่ดิน 1 ไร่ 2 งาน ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย
✅ ตัวอาคาร โกดังขนาดใหญ่ 10 x 50 เมตร + โรงจอดรถในร่ม
(จอดได้ 10 คัน)
✅ ส่วนสำนักงาน มีออฟฟิศพร้อมโต๊ะทำงาน + ห้องสโตร์เก็บของแยกเป็นสัดส่วน
✅ ระบบความปลอดภัย รั้วรอบขอบชิด, ประตูรั้วรีโมทอัตโนมัติ, กล้อง CCTV 10 ตัวรอบบริเวณ
✅ พลังงานทดแทน ติดตั้งโซล่าเซลล์ 5 Kw. ช่วยเซฟค่าน้อยและค่าไฟออฟฟิศได้
✅ ระบบสุขาภิบาล ห้องน้ำออฟฟิศ 1 ห้อง + ห้องน้ำคนงานแยกต่างหาก 2 ห้อง

📌 ** ถนนคอนกรีตเดินทางสะดวก **น้ำไม่ท่วม** ประวัติสะอาดปลอดภัย ไม่มีคนตาย ไม่มีผี สบายใจหายห่วง!
ราคาขาย **5.9 ล้านบาท** (ราคาพร้อมจบคุ้มกว่าสร้างเองใหม่)
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ณ วันโอน คนละครึ่ง

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดเข้าชมสถานที่จริง:
LINE 💚: https://lin.ee/eA1uaMM](https://lin.ee/eA1uaMM)
Tel 📞:095-4232987 คุณวรวลัญช์ (ช่อม่วง)
🚫 ลิขสิทธิ์ภาพถ่าย: ไม่อนุญาตให้เซฟหรือคัดลอกไปโพสต์ซ้ำทุกกรณี

#ขายโกดังเชียงราย #ขายโรงงานเชียงราย #โกดังพร้อมออฟฟิศ #อสังหาเพื่อการพาณิชย์ #โรงงานขนาดเล็ก #โกดังน้ำไม่ท่วม

ที่อยู่

Chiang Rai

เบอร์โทรศัพท์

0874644954

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wara Real Estate - ซื้อ ขาย เช่า จำนอง บริการนิติกรรมที่ดินครบวงจรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์