์Nick businessman

์Nick businessman ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ์Nick businessman, อสังหาริมทรัพย์, บางแสน, Chon Buri.

ไม่มีทุน? ไม่มีชื่อเสียง? ไม่มีพื้นฐาน? แต่สร้างคอร์สกำไรหลักแสนได้!เมื่อก่อนผมเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีใครรู้จักไม่มีเงินทุ...
04/08/2025

ไม่มีทุน? ไม่มีชื่อเสียง? ไม่มีพื้นฐาน?
แต่สร้างคอร์สกำไรหลักแสนได้!
เมื่อก่อนผมเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีใครรู้จัก
ไม่มีเงินทุนสักบาท ไม่มีแม้แต่ประสบการณ์สอน
แต่วันหนึ่งฉันตั้งคำถามกับตัวเองว่า…
“จะรอให้พร้อมถึงเมื่อไหร่?”
ผมเริ่มจากสิ่งเล็กที่สุด คือ สิ่งที่ตัวเองรู้
แม้มันจะดูธรรมดาสำหรับเรา .
แต่สำหรับใครอีกหลายคน มันคือทางลัดชีวิตเขา!
📚 ผมจับความรู้มาเรียงใหม่เป็นเนื้อหาง่ายๆ
อัดคลิปด้วยมือถือธรรมดาๆ ไม่มีทีมงาน ไม่มีสตูดิโอ
ใช้แค่ไฟฟรีในห้องนอน กับไมค์เล็กๆ 200 บาท
ไม่มีใครโปรโมทให้ ผมก็โพสต์เองทุกวัน
ตอนแรกขายได้คลาสละ 390 บาท
ไม่กี่เดือนยอดขายแตะหลักหมื่น หลักแสน
คอร์สแรกยังขายได้ถึงวันนี้ ทั้งที่ผมทำแค่ครั้งเดียว!
เพราะคนยุคนี้ไม่ได้อยากเรียนจากคนดังเสมอไป
แต่เขาอยากได้ “วิธีลัด” จากคนธรรมดาที่เคยทำสำเร็จจริง และอยากเรียนจากคนที่พูดรู้เรื่อง
เข้าใจง่าย กระชับเนื้อหา ....
❌ คุณไม่ต้องเป็นกูรู
❌ คุณไม่ต้องมีเงินทุนก้อนใหญ่
❌ คุณไม่ต้องมีแฟนคลับเป็นหมื่นคน
แค่เริ่มลงมือ ลองเอาความรู้ในหัวออกมาเรียงใหม่
ให้เป็นระบบ ทุกคนมีโอกาสสร้างคอร์สที่ตัวเอง
ให้เป็นรายได้แหล่งที่สอง!
✨ ถ้าคุณอยากรู้ว่า
-เริ่มยังไงถ้าไม่มีทุน?
-ขายยังไงถ้าไม่มีชื่อเสียง?
-ทำคอร์สให้คนอยากซื้อได้ยังไง?
ผมสรุปวิธีทั้งหมดไว้ให้แล้ว
คอร์สเรียน สอนสร้างคอร์สเรียนออนไลน์
( ราคา 490 บาท รับจำนวนจำกัด)

The One Thing: รู้มั้ย...บางครั้งชีวิตเราก็วุ่นวายเกินไป เพราะเราพยายามทำทุกอย่างในวันเดียว อยากสำเร็จเร็ว อยากเก่งทุกอย...
01/06/2025

The One Thing:

รู้มั้ย...บางครั้งชีวิตเราก็วุ่นวายเกินไป เพราะเราพยายามทำทุกอย่างในวันเดียว อยากสำเร็จเร็ว อยากเก่งทุกอย่าง อยากเป็นคนที่ “ทำได้หมด”
แต่พอพยายามมากๆ เข้ากลับกลายเป็นว่า…ไม่สำเร็จสักอย่าง เหนื่อยไปหมดทั้งวัน แต่ไม่รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง

จนวันหนึ่งผมได้อ่านหนังสือเล่มนึงที่ชื่อว่า The One Thing แล้วมันเปลี่ยนมุมมองผมไปเลย หนังสือเล่มนี้บอกว่า “ความสำเร็จไม่ได้มาจากการทำทุกอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกทำสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดก่อน” ฟังแล้วมันดูง่ายเนอะ แต่เอาเข้าจริง...
ยากชิบหายเลย ฮ่าๆ

ผมเลยเริ่มลองทำตามดู ลองถามตัวเองทุกเช้าว่า

"วันนี้ ถ้าฉันทำได้แค่หนึ่งอย่าง สิ่งนั้นคืออะไร?"

วันแรกที่ลอง ผมรู้สึกแปลกมาก
เพราะมันยากที่จะเลือกแค่อย่างเดียว
แต่พอเลือกได้แล้ว มันเหมือนปลดล็อกชีวิตเลย
วันนั้นผมเลือก “เขียนบทความให้เสร็จ 1 บท”
แทนที่จะพยายามทำหลายอย่างพร้อมกัน
ทั้งตอบอีเมล จัดโต๊ะ ทำคอนเทนต์ ลงโฆษณา ฯลฯ.

ผมบอกตัวเองว่า “ช่างแม่ง! เอาแค่บทความนี้ให้เสร็จก่อน”

แล้วรู้มั้ย…พอผมทำเสร็จ มันรู้สึกดีมากๆ รู้สึกว่าตัวเองได้ก้าวไปข้างหน้าจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำๆ แล้วลอยๆ ไปวันๆ

พอทำไปทุกวัน ผมเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า การ โฟกัสแค่หนึ่งอย่างที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน
มันคือ “พลังลับ” ที่ช่วยดันเราไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดด

เพราะถ้าเราทำ 10 อย่าง
แต่ไม่มีอะไรสำเร็จสักอย่าง มันก็เท่ากับศูนย์
แต่ถ้าทำแค่ หนึ่งอย่าง แล้วทำให้สุด ให้ดี ให้เสร็จ มันจะเกิดพลังมหาศาล เหมือนโดมิโนล้มแถวใหญ่ๆ แค่วางโดมิโนตัวแรกให้ถูก
ทุกอย่างจะต่อเนื่องไปเอง.

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วถ้า “สิ่งเดียว” ของแต่ละวันมันเปลี่ยนไปได้มั้ย? คำตอบคือ...ได้สิ!

บางวันสิ่งเดียวของคุณอาจเป็นการเขียนคอนเทนต์

บางวันอาจเป็นการปิดดีลกับลูกค้า

บางวันอาจเป็นการออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ
สิ่งสำคัญคือ ถามตัวเองทุกเช้าว่า
“วันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับฉันคืออะไร?”
แล้วทำมันให้ดีที่สุด

ชีวิตเรามีเวลาจำกัด ถ้าทำทุกอย่างไปพร้อมกัน
คุณจะไม่ไปถึงไหน แต่ถ้าคุณเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้สำเร็จในแต่ละวัน
ชีวิตคุณจะเปลี่ยนแบบไม่รู้ตัว

อย่าไปพยายามเป็น “คนเก่งที่ทำได้ทุกอย่าง”
แต่ให้เป็น “คนที่ทำสิ่งสำคัญที่สุดให้สำเร็จในแต่ละวัน” เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของวันนี้ อาจเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล ก็ได้

ลองดูนะครับ!

01/06/2025

5 ธุรกิจออนไลน์ที่เริ่มต้นจากศูนย์
คอร์ส “เกษียณตั้งแต่อายุ 30”
จะพาคุณก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ
ที่บอกว่า “ต้องทำงานจน 60 ถึงจะเกษียณได้”
ในคอร์สนี้ คุณจะได้เรียนรู้:
- วิธีสร้างรายได้แบบไม่ต้องแลกเวลาด้วยเหงื่อ
- วางแผนการเงินอย่างคนที่อยากใช้ชีวิต
ไม่ใช่แค่ เอาตัวรอด
- วิธีเปลี่ยน Mindset จากลูกจ้าง เป็นเจ้าของชีวิต
- เพราะอายุไม่ใช่ข้อจำกัด ถ้าเป้าหมายคือ “อิสระ”
- เริ่มต้นวันนี้ เพราะยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
- เราอาจไม่ต้องทำงานให้กับคนอื่นไปตลอดชีวิต

ราคาปกติ 5990 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับตอนนี้ 690 บาท

To-Don’t List: ลิสต์สิ่งที่ไม่ต้องทำ เพื่อลดงานลง 50%ตื่นเช้ามาแล้วลิสต์งานเต็มไปหมด จะทำอะไรก็ไม่ทัน รู้สึกเหนื่อยทั้งว...
01/06/2025

To-Don’t List: ลิสต์สิ่งที่ไม่ต้องทำ เพื่อลดงานลง 50%

ตื่นเช้ามาแล้วลิสต์งานเต็มไปหมด จะทำอะไรก็ไม่ทัน รู้สึกเหนื่อยทั้งวัน แต่พอหมดวันกลับมานั่งทบทวน เอ๊ะ...ทำไมยังรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำอะไรสำคัญเลย?

ผมเคยเป็นแบบนั้นครับ ลิสต์ To-Do ยาวเป็นหางว่าว ทำไปทำมาเหมือนวิ่งบนลู่วิ่ง ไม่ไปไหนซักที จนวันหนึ่งได้อ่านบทความหนึ่ง เขาพูดถึง “To-Don’t List” ลิสต์สิ่งที่ ไม่ต้องทำ เพื่อให้ชีวิตเบาลง ทำงานน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์มากขึ้น

ฟังดูแปลกใช่ไหมครับ? แต่พอผมลองทำดูจริง ๆ มันเปลี่ยนวิธีคิดของผมไปเลย

แล้ว To-Don’t List คืออะไร?
ง่าย ๆ เลยครับ มันคือลิสต์สิ่งที่เราจะไม่ทำ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมาย แถมยังดูดพลังชีวิตไปเรื่อย ๆ เหมือนพวกแวมไพร์ที่มองไม่เห็น

ตัวอย่างเช่น...

ไม่เช็คอีเมลทุก 10 นาที เพราะมันทำให้สมาธิแตกกระจาย

ไม่ตอบไลน์ลูกค้าทุกข้อความทันที เพราะงานสำคัญมักจะถูกขัดจังหวะ

ไม่ประชุมที่ไม่จำเป็น ประชุมเพื่ออะไร ถ้าเรื่องนั้นอธิบายทางเมสเสจก็จบ

ไม่เสพข่าวลือ หรือดราม่าบนโซเชียล เพราะสุดท้ายมันไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จ

ไม่ทำงานที่คนอื่นทำแทนได้ เพราะการเก่งทุกอย่าง = ไม่ได้เก่งสักอย่าง

ลองนั่งลิสต์สิ่งที่คุณ “ไม่ควรทำ” ดูครับ ผมทำลิสต์นี้ทุกเช้า ก่อนจะเริ่มลิสต์ To-Do มันช่วยให้ผมโฟกัสสิ่งที่สำคัญจริง ๆ มากขึ้น

ทำไม To-Don’t List ถึงได้ผล?
เพราะเวลาของเรามีจำกัดครับ การบอกตัวเองว่า “ต้องทำสิ่งนี้” มันง่ายเกินไป แต่การกล้าบอกว่า “ฉันจะไม่ทำสิ่งนี้” มันต้องใช้สติและการตัดสินใจมากกว่า

ยกตัวอย่างจากชีวิตผมเอง...

ก่อนหน้านี้ผมมักจะตอบทุกข้อความทันที ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า เพื่อน หรือแม้แต่ไลน์กลุ่ม พอตกเย็นมานับดู เวลาหายไปวันละ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ได้ทำงานใหญ่สักอย่าง เลยตัดสินใจเขียน To-Don’t List ว่า “ไม่ตอบข้อความระหว่างช่วงโฟกัสงาน”

ผลลัพธ์เหรอครับ? เวลาผมกลับมาอยู่กับงานจริง ๆ เพิ่มขึ้น 50% อย่างน้อย

วิธีทำ To-Don’t List ของคุณ
หยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น หรือเปิดโน้ตในมือถือ

เขียนหัวข้อว่า “สิ่งที่ฉันจะไม่ทำวันนี้”

ลองคิดดูว่า...อะไรที่คุณทำอยู่ทุกวัน แต่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็น หรือไม่ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมาย

เขียนมันลงไป เช่น:

ไม่เช็คโซเชียลเกิน 2 ครั้งต่อวัน

ไม่ประชุมเกิน 1 ชั่วโมง

ไม่ตอบเมสเสจนอกเวลางาน

ไม่แก้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนอื่นทำได้

ทำแบบนี้ทุกเช้า แล้วอ่านมันก่อนเริ่มงาน

เชื่อผมเถอะครับ...วันไหนที่คุณมี To-Don’t List ชัดเจน คุณจะทำงานได้โฟกัสขึ้นเยอะมาก เวลาวันละ 8 ชั่วโมงจะกลายเป็น 4 ชั่วโมงที่คมกริบ .

01/06/2025

ทำไมสินค้าดิจิทัลจึงเหมาะกับการเกษียณเร็ว
คอร์ส “เกษียณตั้งแต่อายุ 30”
จะพาคุณก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ
ที่บอกว่า “ต้องทำงานจน 60 ถึงจะเกษียณได้”

ในคอร์สนี้ คุณจะได้เรียนรู้:

- วิธีสร้างรายได้แบบไม่ต้องแลกเวลาด้วยเหงื่อ
- วางแผนการเงินอย่างคนที่อยากใช้ชีวิต
ไม่ใช่แค่ เอาตัวรอด
- วิธีเปลี่ยน Mindset จากลูกจ้าง เป็นเจ้าของชีวิต
- เพราะอายุไม่ใช่ข้อจำกัด ถ้าเป้าหมายคือ “อิสระ”
- เริ่มต้นวันนี้ เพราะยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
- เราอาจไม่ต้องทำงานให้กับคนอื่นไปตลอดชีวิต

ราคาปกติ 5990 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับตอนนี้ 690 บาท

Automate Your Life: ใช้เทคโนโลยีช่วยทำงานแทนถ้าถามว่าชีวิตตอนนี้ของผมเป็นยังไง...ก็ต้องบอกเลยว่า "โคตรสบาย!"ไม่ใช่เพราะว...
01/06/2025

Automate Your Life: ใช้เทคโนโลยีช่วยทำงานแทน
ถ้าถามว่าชีวิตตอนนี้ของผมเป็นยังไง...ก็ต้องบอกเลยว่า "โคตรสบาย!"
ไม่ใช่เพราะว่าผมรวยล้นฟ้า หรือมีคนใช้ส่วนตัวเดินตามตลอด 24 ชั่วโมงนะ แต่เพราะผมเลือกใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทนในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำเอง แล้วเอาเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ มากกว่า
ผมเคยเป็นคนที่ทำทุกอย่างเองหมดเลยครับ ทั้งตอบอีเมล ตอบแชทลูกค้า อัปเดตโซเชียล ลงบัญชี ทำกราฟิก ทำคอนเทนต์ โอ้โห…งานล้นมือแทบไม่มีเวลานอน จนวันนึงผมมานั่งคิดว่า "ถ้าเราต้องทำทุกอย่างเอง แล้วเมื่อไหร่จะได้พัก?"
พอเริ่มศึกษาเรื่องการ Automate หรือการทำงานอัตโนมัติ มันเหมือนเปิดประตูโลกใหม่ให้ตัวเองเลยครับ เพราะผมพบว่า เราสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยทำงานแทนเราได้เยอะมากกว่าที่คิด!
ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างตอนเช้า ผมไม่ต้องมานั่งลิสต์งานเองทุกวันแล้ว เพราะใช้ Notion + AI ช่วยสรุปสิ่งที่ต้องทำ แล้วเช็กอินให้เสร็จ
การตอบอีเมล? ใช้ AI ช่วย draft ให้ก่อน แล้วผมค่อยตรวจทาน โพสต์คอนเทนต์? จ้าง AI เขียน Caption, ออกแบบรูป แล้วใช้ Scheduling Tool ช่วยโพสต์อัตโนมัติทุกแพลตฟอร์มระบบขายของ?
ใช้ Line OA + Bot ช่วยตอบคำถามลูกค้า และยิงลิงก์จ่ายเงินให้เอง เก็บข้อมูลลูกค้า? ใช้ Zapier เชื่อม Google Form + Google Sheets + Email Automation ได้หมดภายในไม่กี่คลิก

ชีวิตมันง่ายขึ้นจริงๆ ครับ เพราะจากที่เคยต้องมานั่งทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตอนนี้แค่เซ็ตระบบครั้งเดียว แล้วปล่อยให้มันทำงานไป ส่วนเราก็เอาเวลาไปคิดเรื่องใหญ่ๆ เช่น วางกลยุทธ์ใหม่ หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัวได้มากขึ้น
มันไม่ใช่ว่าเราขี้เกียจนะครับ แต่เราเลือกใช้เวลาของเรากับสิ่งที่มี "คุณค่ามากกว่า"
บางคนอาจจะบอกว่า "ก็ต้องลงทุนเยอะมั้ย?" ไม่เลยครับ ผมเริ่มจากของฟรีก่อน เช่น Trello, Notion, Google Sheets, Line OA
แล้วค่อยๆ ขยับไปใช้ของเสียเงินเช่น Zapier, Make, หรือ AI tools ที่ช่วยเร่งงานให้เร็วขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อเดือนเทียบกับเวลาที่เราประหยัดได้ มันคุ้มค่ามากจริงๆ
ชีวิตที่ Automate ได้ มันไม่ใช่แค่การทำงานน้อยลง แต่มันคือการได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากใช้
ไม่ต้องวิ่งวุ่นกับเรื่องจุกจิก แต่ได้อยู่กับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ไม่ต้องเหนื่อยกับงานซ้ำๆ แต่ได้คิดสร้างสิ่งใหม่ๆ

01/06/2025

5ความเข้าใจผิดหลักๆ เกี่ยวกับการเกษียณเร็ว
คอร์ส “เกษียณตั้งแต่อายุ 30”
จะพาคุณก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ
ที่บอกว่า “ต้องทำงานจน 60 ถึงจะเกษียณได้”
ในคอร์สนี้ คุณจะได้เรียนรู้:
- วิธีสร้างรายได้แบบไม่ต้องแลกเวลาด้วยเหงื่อ
- วางแผนการเงินอย่างคนที่อยากใช้ชีวิต
ไม่ใช่แค่ เอาตัวรอด
- วิธีเปลี่ยน Mindset จากลูกจ้าง เป็นเจ้าของชีวิต
- เพราะอายุไม่ใช่ข้อจำกัด ถ้าเป้าหมายคือ “อิสระ”
- เริ่มต้นวันนี้ เพราะยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
- เราอาจไม่ต้องทำงานให้กับคนอื่นไปตลอดชีวิต

ราคาปกติ 5990 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับตอนนี้ 690 บาท

Minimalist Work: ทำงานน้อยลง แต่เน้นคุณภาพมากขึ้นจะว่าไปแล้วนะ เรื่อง "Minimalist Work" หรือการทำงานแบบน้อยแต่มาก มันไม่...
01/06/2025

Minimalist Work:
ทำงานน้อยลง แต่เน้นคุณภาพมากขึ้น
จะว่าไปแล้วนะ เรื่อง "Minimalist Work" หรือการทำงานแบบน้อยแต่มาก มันไม่ใช่แค่เทรนด์สวยหรูที่ใครๆ ก็พูดถึง แต่มันคือแนวคิดที่ผมเริ่มเอามาใช้ในชีวิตจริง แล้วชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก

ย้อนกลับไปเมื่อก่อน ผมเคยเป็นคนที่ทำงานแบบโหมสุดตัว คิดว่าทำเยอะ เก่ง ประสบควาสำเร็จ
แต่รู้ไหม? ตอนนั้นผมเหนื่อยแทบตาย ไม่มีเวลาส่วนตัว สมองตื้อ เครียดง่าย แล้วยิ่งเครียดยิ่งทำงานไม่ได้ผล สุดท้ายเหมือนวิ่งอยู่บนลู่วิ่งอยู่ดี… เหนื่อยแต่ไม่ได้ไปไหนไกล
จนมาวันหนึ่งผมได้เจอแนวคิด Minimalist Work จากบทความฝรั่งที่พูดถึงเรื่องการ "ทำงานน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์มากขึ้น" ฟังดูง่ายเนอะ แต่เอาจริงๆ มันคือการเปลี่ยนมุมมองชีวิตไปเลย
ผมเริ่มจากการถามตัวเองว่า...
"อะไรคือสิ่งสำคัญจริงๆ ที่ต้องทำ?"
"งานไหนถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นไร?"
"อะไรคือสิ่งที่เรา คิดว่า ต้องทำ แต่จริงๆ
แล้วไม่จำเป็นเลย?"

พอเริ่มลิสต์ออกมา ผมตกใจมากครับ มีงานหลายอย่างที่ผมทำอยู่ทุกวัน ทั้งที่มันไม่ได้พาผมไปถึงเป้าหมายจริงๆ เลย เช่น การเช็คอีเมลทุก 5 นาที, การตอบแชททุกข้อความทันที, การเข้าประชุมยิบย่อยที่ไม่ได้เกิดผลอะไร หรือแม้กระทั่งการแก้งานเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้สำคัญอะไร

หลังจากนั้น ผมเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คือ ทำแค่สิ่งที่สำคัญที่สุด เริ่มวันด้วยการเขียน "งานสำคัญที่สุดวันนี้คืออะไร?"
ตั้งเวลาโฟกัสงานแบบ Deep Work 90 นาทีต่อวัน
ลบงานที่ไม่จำเป็นออก เช่น ประชุมไม่สำคัญ หรือให้คนอื่นช่วยได้ก็ให้ทำไปเลย

และสำคัญที่สุดคือ ไม่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำทุกอย่าง!
ผลลัพธ์มันมหัศจรรย์มากครับ ผมทำงานน้อยลง แต่กลับได้ผลลัพธ์มากขึ้น งานสำคัญเสร็จเร็วขึ้น คุณภาพงานดีขึ้น และมีเวลาว่างไปทำสิ่งที่ชอบ
เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือใช้เวลากับครอบครัว
นี่แหละ...คือความสุขที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้จากการ "ทำงานน้อยลง" แถมยังทำให้ชีวิตสมดุลมากขึ้นด้วย
อยากฝากบอกทุกคนที่กำลังรู้สึกว่า "ต้องทำทุกอย่างเอง" หรือ "ต้องทำเยอะถึงจะประสบความสำเร็จ" ลองหยุดสักนิด แล้วถามตัวเองเหมือนที่ผมถาม "งานไหนสำคัญจริงๆ?" แล้วโฟกัสกับมันแค่นั้นพอ

จำไว้ครับ…
การทำงานเยอะไม่ได้แปลว่าประสบความสำเร็จ..

01/06/2025

leverage กับความรู้
คอร์ส “เกษียณตั้งแต่อายุ 30”
จะพาคุณก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ
ที่บอกว่า “ต้องทำงานจน 60 ถึงจะเกษียณได้”
ในคอร์สนี้ คุณจะได้เรียนรู้:
- วิธีสร้างรายได้แบบไม่ต้องแลกเวลาด้วยเหงื่อ
- วางแผนการเงินอย่างคนที่อยากใช้ชีวิต
ไม่ใช่แค่ เอาตัวรอด
- วิธีเปลี่ยน Mindset จากลูกจ้าง เป็นเจ้าของชีวิต
- เพราะอายุไม่ใช่ข้อจำกัด ถ้าเป้าหมายคือ “อิสระ”
- เริ่มต้นวันนี้ เพราะยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
- เราอาจไม่ต้องทำงานให้กับคนอื่นไปตลอดชีวิต

ราคาปกติ 5990 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับตอนนี้ 690 บาท

วิธีทำงานวันละ 4 ชั่วโมง แล้วหยุดงานได้เร็วขึ้นเฮ้…เคยมั้ย? รู้สึกว่าทำงานทั้งวัน แต่ทำไมเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย….ผมก็เคยเ...
01/06/2025

วิธีทำงานวันละ 4 ชั่วโมง แล้วหยุดงานได้เร็วขึ้น
เฮ้…เคยมั้ย? รู้สึกว่าทำงานทั้งวัน
แต่ทำไมเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย….

ผมก็เคยเป็นแบบนั้นแหละ
นั่งทำงาน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน แต่ผลลัพธ์กลับน้อยนิด ไม่ได้ใกล้เคียงกับความสำเร็จที่อยากได้สักนิด
จนมาวันนึง ผมตัดสินใจเปลี่ยนวิธีคิดใหม่หมดเลย

ผมถามตัวเองว่า…
"ถ้าฉันต้องทำงานน้อยลง แต่ต้องได้ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม จะทำยังไงดี?"

แล้วผมก็เริ่มทดลองทำงานแค่วันละ 4 ชั่วโมง
ฟังดูเวอร์ไปหน่อยมั้ย? แต่เอาจริงๆ มันเวิร์คมากกว่าที่คิดเยอะเลย!

ทำไมต้องทำงานแค่วันละ 4 ชั่วโมง?
ก่อนอื่นเลย…
มันไม่ใช่ว่าจะมานั่งตีพุงเฉยๆ แล้วรอเงินร่วงลงมา แต่เพราะว่า “การทำงานเยอะไม่ได้แปลว่ามีประสิทธิภาพ”
บางทีเราเอาเวลาส่วนใหญ่ไปเสียกับงานไม่สำคัญ งานเล็กๆ น้อยๆ ที่ใครก็ทำแทนได้ หรือสิ่งที่ไม่ช่วยให้เป้าหมายของเราขยับไปข้างหน้า

ผมเริ่มด้วยการถามตัวเอง 3 คำถามทุกเช้า:

งานไหนสำคัญที่สุดที่ฉันต้องทำวันนี้?

ถ้าทำงานนี้เสร็จแล้ว จะรู้สึกว่าทั้งวันคุ้มค่าเลยมั้ย?

มีอะไรที่ฉันไม่จำเป็นต้องทำเองบ้าง?

พอจัดลำดับแบบนี้ได้ งาน 4 ชั่วโมงต่อวันก็พอแล้ว!

แล้ว 4 ชั่วโมงต้องทำอะไรบ้าง?
ผมแบ่งเวลาแบบนี้เลย…

1 ชั่วโมงแรก: วางแผนและคิดงานใหญ่ เช่น เขียนบทความ อัดวิดีโอ ทำโปรเจกต์สำคัญ

2 ชั่วโมงถัดไป: ลุยงานสำคัญเต็มที่ ปิดการขาย โทรหาลูกค้า หรือทำโปรเจกต์ที่สร้างรายได้

ชั่วโมงสุดท้าย: ตอบอีเมล สื่อสารกับทีม เช็คงานที่ต้องตาม แล้วปิดคอม!

ที่เหลือคือเวลาชีวิต! ใช้ไปกับการออกกำลังกาย อยู่กับครอบครัว หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เติมพลัง.

01/06/2025

Work Hard
คอร์ส “เกษียณตั้งแต่อายุ 30”
จะพาคุณก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ
ที่บอกว่า “ต้องทำงานจน 60 ถึงจะเกษียณได้”
ในคอร์สนี้ คุณจะได้เรียนรู้:
- วิธีสร้างรายได้แบบไม่ต้องแลกเวลาด้วยเหงื่อ
- วางแผนการเงินอย่างคนที่อยากใช้ชีวิต
ไม่ใช่แค่ เอาตัวรอด
- วิธีเปลี่ยน Mindset จากลูกจ้าง เป็นเจ้าของชีวิต
- เพราะอายุไม่ใช่ข้อจำกัด ถ้าเป้าหมายคือ “อิสระ”
- เริ่มต้นวันนี้ เพราะยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
- เราอาจไม่ต้องทำงานให้กับคนอื่นไปตลอดชีวิต

ราคาปกติ 5990 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับตอนนี้ 690 บาท

เทคนิค Outsourcingจ้างคนอื่นทำงานที่ไม่ต้องทำเองงานบางอย่างที่เราทำอยู่ทุกวัน มันไม่ใช่งานที่เราควรทำเองเลยด้วยซ้ำ? แต่พ...
01/06/2025

เทคนิค Outsourcing
จ้างคนอื่นทำงานที่ไม่ต้องทำเอง

งานบางอย่างที่เราทำอยู่ทุกวัน มันไม่ใช่งานที่เราควรทำเองเลยด้วยซ้ำ? แต่พอไม่ทำก็รู้สึกผิด หรือไม่รู้จะให้ใครช่วยดี ก็เลยต้องมานั่งเสียเวลาทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ตอบแชท ทำกราฟิก จัดการบัญชี ดูแลลูกค้า ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ อย่างโพสต์คอนเทนต์ในเพจ
ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นครับ... จนวันนึง มีพี่นักธุรกิจคนหนึ่งพูดคำที่ผมจำขึ้นใจมาจนทุกวันนี้

"เวลาของเรา มีค่ามากที่สุด งานไหนไม่จำเป็นต้องทำเอง ก็ไม่ต้องทำเอง"

พอได้ยินแบบนั้น ผมก็เริ่มนั่งทบทวนตัวเอง... เออจริงแฮะ! เราจะพยายามเก่งทุกอย่างไปทำไม
ในเมื่อมันมีวิธีง่ายกว่านั้นคือ "จ้างคนอื่นทำ"
เริ่มจากอะไรดี?
ตอนนั้นผมเริ่มง่ายๆ ด้วยการ จ้าง Virtual Assistant (VA) หรือผู้ช่วยออนไลน์ ช่วยจัดการงานเล็กๆ น้อยๆ ที่กินเวลาผมมาก เช่น

ตอบอีเมล

จัดตารางนัด

ลงข้อมูลใน Excel

หาไอเดียโพสต์คอนเทนต์

งานพวกนี้ ถ้าไม่ระวัง มันแอบขโมยเวลาของเราไปวันละหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

ลองนึกภาพดูนะครับ...
วันนึงเรามีเวลา 8 ชั่วโมง แต่เอาไปนั่งตอบแชท 2 ชั่วโมง จัดตารางนัดอีก 1 ชั่วโมง สรุปงานให้ลูกค้าอีก 1 ชั่วโมง... เหลือเวลาแค่ 4 ชั่วโมงไปทำสิ่งสำคัญจริงๆ อย่างวางแผนธุรกิจ คิดโปรเจกต์ใหม่ๆ หรือหาลูกค้าใหม่
แต่พอผม จ้าง VA เดือนละ 5,000 บาท ให้มาช่วยทำงานพวกนี้ ผมได้เวลาคืนมาเกือบครึ่งวัน และรู้ไหมครับ... เวลาที่ผมได้คืนมา มันมีค่ามากกว่านั้นเยอะมาก เพราะผมเอาเวลาไปสร้างงานใหม่ๆ ที่ทำเงินได้มากขึ้นหลายเท่า

หลักคิดง่ายๆ:
อะไรที่ไม่ใช่งานของคุณ = ให้คนอื่นทำ
สิ่งที่ผมใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินคือ "นี่คืองานที่ต้องใช้สมองของฉันจริงๆ ไหม?"

ถ้าไม่ใช่ = ให้คนอื่นทำ ถ้าใช่ = ลงมือเอง

ยกตัวอย่างเช่น...

ทำบัญชี? ไม่ใช่ ให้คนอื่นทำ

ออกแบบโพสต์? ไม่ใช่ ให้ฟรีแลนซ์ทำ

ตัดต่อวิดีโอ? ไม่ใช่ ให้คนอื่นทำ

วางแผนการตลาด? อันนี้ต้องใช้สมองเราเอง ทำเอง!

แล้วจะหาคนมาช่วยจากที่ไหน? ง่ายมากครับ...

ไปหาในเว็บจ้างฟรีแลนซ์เช่นFastwork,FreelanceBay, Fiverr หรือจะประกาศหาใน Facebook กลุ่มฟรีแลนซ์ถ้ามีคนรู้จัก แนะนำคนเก่งๆ ให้คุณได้ ยิ่งดีใหญ่ จ้างเขามาช่วยเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เช่น งานครั้งละ 300–500 บาท พอเจอคนที่เวิร์ก ค่อยเพิ่มงานไปเรื่อยๆ
ประโยชน์ของการ Outsource
คืนเวลาให้ตัวเอง
จากเดิมที่เคยหมดเวลาไปกับงานจุกจิก กลายเป็นมีเวลาคิดแผนใหญ่ๆ ได้มากขึ้น
ได้งานจากคนที่ถนัดจริงๆ
คุณอาจไม่เก่งทำโลโก้ แต่คนที่คุณจ้าง เขาทำโลโก้มาแล้วเป็นร้อยๆ งาน คุณจะได้งานที่มืออาชีพกว่าที่คุณทำเอง
ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว
การเป็นเจ้าของธุรกิจหรือฟรีแลนซ์ มันเหนื่อยพอแล้ว ถ้ามีคนช่วยแบ่งเบางานบ้าง มันก็จะเบาขึ้นเยอะ

ที่อยู่

บางแสน
Chon Buri
20130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ์Nick businessmanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์