16/06/2023
เลือกประเภทประกันชีวิต ต้องตอบโจทย์ทั้งความต้องการ & ความจำเป็น
ประกันชีวิตแบบพื้นฐานมีอยู่ 4 ประเภท และแต่ละประเภท ก็เหมาะกับเป้าหมายที่ต่างกันไป
ตลอดชีพ : เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะยาว ไม่เน้นผลตอบแทน เพื่อความมั่นคงในชีวิตของคนที่เราดูแล เช่น สำหรับคนที่มีลูกเล็ก หรือคนที่ต้องการวางแผนสร้างหลักประกันให้กับครอบครัว
ชั่วระยะเวลา : เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะสั้น-ปานกลาง ช่วง 10-20 ปี ไม่มีผลตอบแทน จะได้ผลประโยชน์ก็ต่อเมื่อเสียชีวิตเท่านั้น เพื่อความมั่นคงในชีวิตของคนข้างหลังอีกเช่นกัน เช่น คนที่มีภาระหนี้บ้าน หรือต้องการคุ้มครองลูกในวัยเรียน
สะสมทรัพย์ : เหมาะกับคนที่ต้องการการันตีเงินออม ต้องการออมเงิน ไม่เน้นความคุ้มครองมากนัก มีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว
บำนาญ : เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนเกษียณ สร้างรายได้ที่แน่นอนส่วนหนึ่ง และรับเงินบำนาญหลังเกษียณ
สำรวจเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีให้เหมาะสม
หลักการซื้อประกันชีวิตที่สำคัญที่สุดคือ “เราควรจะต้องมีความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันจนครบกำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยโดยไม่ต้องใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดสัญญา” จึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากแบบประกัน
โดยทั่วไป สามารถคำนวณคร่าวๆโดยไม่ควรเกินประมาณ 10% ของรายได้ทั้งปี เช่น คนที่มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท เบี้ยต่อปีที่เหมาะสมอาจจะอยู่ที่ประมาณปีละ 30,000-40,000 บาท เพราะหากสูงกว่านี้ อาจจะเริ่มรู้สึกเป็นภาระที่หนักเกินไป และจะทำให้ไม่อยากจ่ายเบี้ยปีต่อๆไปได้ นี่เป็นเรื่องที่ต้องระวังให้มาก
เลือกแบบประกัน ที่มีข้อเสนอตรงใจ
แบบประกันบางแบบ จ่ายเบี้ยสั้น แต่เบี้ยประกันสูง ขณะที่ บางแบบจ่ายยาวแต่เบี้ยต่อปีไม่แพง แล้วยังมีบางแบบคุ้มครองยาว หรือบางแบบไม่มีเงินจ่ายคืนเลย แต่ให้ความคุ้มครองสูง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าแบบไหนที่ตรงใจกว่า ก็ต้องลองเอาแต่ละลักษณะมาเปรียบเทียบกัน แล้วดูว่าแผนประกันชีวิตแบบไหนที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด
บทความจากเว็บไซต์ aommoney.com
รูปภาพจาก salika.com
👉สอบถามข้อมูลได้ที่
โทรศัพท์ : 0960720168
LINE@: https://line.me/ti/p/dOHSbUlM5X
#เพจประกันชีวิต ประกันชีวิต ที่ปรึกษา ออมเงิน มรดก by Aum
เลือกประเภทประกันชีวิต ต้องตอบโจทย์ทั้งความต้องการ & ความจำเป็น
ประกันชีวิตแบบพื้นฐานมีอยู่ 4 ประเภท และแต่ละประเภท ก็เหมาะกับเป้าหมายที่ต่างกันไป
ตลอดชีพ : เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะยาว ไม่เน้นผลตอบแทน เพื่อความมั่นคงในชีวิตของคนที่เราดูแล เช่น สำหรับคนที่มีลูกเล็ก หรือคนที่ต้องการวางแผนสร้างหลักประกันให้กับครอบครัว
ชั่วระยะเวลา : เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะสั้น-ปานกลาง ช่วง 10-20 ปี ไม่มีผลตอบแทน จะได้ผลประโยชน์ก็ต่อเมื่อเสียชีวิตเท่านั้น เพื่อความมั่นคงในชีวิตของคนข้างหลังอีกเช่นกัน เช่น คนที่มีภาระหนี้บ้าน หรือต้องการคุ้มครองลูกในวัยเรียน
สะสมทรัพย์ : เหมาะกับคนที่ต้องการการันตีเงินออม ต้องการออมเงิน ไม่เน้นความคุ้มครองมากนัก มีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว
บำนาญ : เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนเกษียณ สร้างรายได้ที่แน่นอนส่วนหนึ่ง และรับเงินบำนาญหลังเกษียณ
สำรวจเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีให้เหมาะสม
หลักการซื้อประกันชีวิตที่สำคัญที่สุดคือ “เราควรจะต้องมีความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันจนครบกำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยโดยไม่ต้องใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดสัญญา” จึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากแบบประกัน
โดยทั่วไป สามารถคำนวณคร่าวๆโดยไม่ควรเกินประมาณ 10% ของรายได้ทั้งปี เช่น คนที่มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท เบี้ยต่อปีที่เหมาะสมอาจจะอยู่ที่ประมาณปีละ 30,000-40,000 บาท เพราะหากสูงกว่านี้ อาจจะเริ่มรู้สึกเป็นภาระที่หนักเกินไป และจะทำให้ไม่อยากจ่ายเบี้ยปีต่อๆไปได้ นี่เป็นเรื่องที่ต้องระวังให้มาก
เลือกแบบประกัน ที่มีข้อเสนอตรงใจ
แบบประกันบางแบบ จ่ายเบี้ยสั้น แต่เบี้ยประกันสูง ขณะที่ บางแบบจ่ายยาวแต่เบี้ยต่อปีไม่แพง แล้วยังมีบางแบบคุ้มครองยาว หรือบางแบบไม่มีเงินจ่ายคืนเลย แต่ให้ความคุ้มครองสูง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าแบบไหนที่ตรงใจกว่า ก็ต้องลองเอาแต่ละลักษณะมาเปรียบเทียบกัน แล้วดูว่าแผนประกันชีวิตแบบไหนที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด
บทความจากเว็บไซต์ aommoney.com
รูปภาพจาก salika.com
👉สอบถามข้อมูลได้ที่
โทรศัพท์ : 0992265615 หรือ 0613539455
LINE@: https://lin.ee/dF47BUc
#เพจประกันกลาง