Foreign mutual funds ETF

Foreign mutual funds ETF ปรึกษาด้านการเงิน ฉบับเข้าใจง่ายและนำไปใช้งานได้จริง

6 ขั้นตอน วางแผนเกษียณให้มีเงินใช้ทั้งชาติอยากวางแผนเกษียณ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร งั้นลองทำตาม 6 ขั้นตอนนี้ ก็ช่ว...
02/10/2024

6 ขั้นตอน วางแผนเกษียณให้มีเงินใช้ทั้งชาติ
อยากวางแผนเกษียณ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร งั้นลองทำตาม 6 ขั้นตอนนี้ ก็ช่วยให้เกษียณบนกองเงินได้
1. กำหนดอายุที่ต้องการเกษียณและอายุขัย เพื่อให้รู้ระยะเวลาออมเงินและระยะเวลาที่จะใช้เงินหลังเกษียณ
2. คำนวณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ให้รู้จำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องเตรียมไว้ ณ วันที่เกษียณ
3. คำนวณเงินออมที่มีเพื่อวัยเกษียณจากแหล่งต่างๆ เช่น บัญชีเงินฝาก กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
4. คำนวณเงินออมที่ยังขาดอยู่ จะได้รู้เป้าหมายที่ต้องออมเงินเพิ่ม
5. วางแผนการออมและลงทุนอย่างมีวินัย เช่น ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างรัดกุมให้มีเหลือเงินออม หรือศึกษาทางเลือกการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น
6. หมั่นทบทวนและปรับปรุงแผนการเงินอย่างสม่ำเสมอ

[ เงินที่ได้รับจาก ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ คำนวณภาษีอย่างไร ]“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เป็นสวัสดิการที่นายจ้างมีให้แก่ลูกจ้า...
25/09/2024

[ เงินที่ได้รับจาก ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ คำนวณภาษีอย่างไร ]
“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เป็นสวัสดิการที่นายจ้างมีให้แก่ลูกจ้างเพื่อเพิ่มเงินออมและเงินลงทุนในช่วงที่ยังทำงานอยู่ร่วมกัน โดยมุ่งหวังให้ลูกจ้างมีเงินเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ ซึ่งเงินส่วนนี้นับเป็นรายได้ที่ลูกจ้างจะได้รับมากขึ้น
หากเงินจำนวนนี้ยังคงอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็จะไม่ถูกนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี แต่หากมีการรับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกไป เงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ (1) เงินสะสมของลูกจ้าง (2) ผลประโยชน์ของเงินสะสมของลูกจ้าง (3) เงินสมทบของนายจ้าง และ (4) ผลประโยชน์ของเงินสมทบของนายจ้าง จะมีเฉพาะเงินส่วนที่ (1) เท่านั้นที่จะไม่ถูกนำไปคำนวณภาษี แต่เงินส่วนที่ (2)-(4) จะถูกนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
ทั้งนี้ การรับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบ่งได้เป็น 3 กรณี ดังนี้
1. รับเงินเนื่องจากเกษียณ
เนื่องจากข้อกำหนดในเรื่องการเกษียณของแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน บางบริษัทอาจกำหนดให้เกษียณที่อายุ 55 ปี หรือ 60 ปี หรือมีโครงการที่สามารถเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) ดังนั้น สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (สมาชิก) ที่จะเกษียณจึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขของการได้รับการยกเว้นภาษีว่า ตนเองอายุครบ 55 ปี และเป็นสมาชิกต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่า 5 ปี หรือไม่
หาก ณ วันที่เกษียณของสมาชิกเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เงินส่วนที่ (2)-(4) ก็จะได้รับยกเว้นการนำไปคำนวณภาษีเงินได้ แต่หากวันที่เกษียณไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว เช่น อายุ 50 ปี แต่เป็นสมาชิก 10 ปีแล้ว หรืออายุ 57 ปี แต่เป็นสมาชิกเพียง 3 ปี เป็นต้น จะต้องนำเงินส่วนที่ (2)-(4) มาคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกไม่ต้องการนำเงินส่วนนี้ไปคำนวณภาษีเงินได้ สมาชิกสามารถ (1) ขอคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิมโดยมีการคิดค่าธรรมเนียมรายปี หรือ (2 )โอนไปยัง RMF for PVD ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่รับโอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จนถึงระยะเวลาที่คุณสมบัติของสมาชิกเป็นไปตามเงื่อนไขแล้ว จึงค่อยถอนเงินออกมาภายหลัง
2. รับเงินเนื่องจากลาออกจากกองทุน โดยไม่ลาออกจากงาน
ไม่ว่าสมาชิกจะมีอายุเท่าไร และมีอายุงานมากเท่าไร แต่หากลาออกจากกองทุนโดยไม่ลาออกจากงานด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะต้องนำเงินส่วนที่ (2)-(4) ที่ได้รับ มาคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
3. รับเงินเนื่องจากออกจากงาน
หากบริษัทใหม่ “มี” กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการด้วย สมาชิกสามารถโอนเงินทั้งหมดจากกองเดิมไปยังกองใหม่ได้โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาคำนวณภาษีเงินได้ อย่างไรก็ดี หากบริษัทใหม่ “ไม่มี” กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาชิกสามารถขอคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเดิมและมีค่าธรรมเนียมรายปี หรือสามารถโอนไปยัง RMF for PVD ได้เช่นกัน
หากสมาชิกตัดสินใจถอนเงินออกมาทั้งหมด เงินส่วนที่ (2)-(4) จะถูกนำไปคำนวณภาษีเงินตามหลักการ ดังนี้
2.1 กรณีสมาชิกมีอายุงานน้อยกว่า 5 ปี เงินส่วนที่ (2)-(4) จะถูกนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
2.2 กรณีสมาชิกมีอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป มีทางเลือกในการคำนวณภาษี 2 ทาง ได้แก่
2.2.1 นำเงินส่วนที่ (2)-(4) ไปรวมเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
2.2.2 แยกคำนวณ โดย
ขั้นที่ 1 : นำ 7,000 x จำนวนปีที่ทำงาน แล้วนำไปหักออกจากเงินส่วนที่ (2)-(4)
ขั้นที่ 2 : เงินที่เหลือจากขั้นที่ 1 หักออกอีกครึ่งหนึ่ง แล้วนำไปคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
ตัวอย่าง
นาย A มีเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหมด 2,200,000 บาท แยกเป็น
(1) เงินสะสม 1,000,000 บาท
(2) ผลประโยชน์ของเงินสะสม 100,000 บาท
(3) เงินสมทบ 1,000,000 บาท
(4) ผลประโยชน์ของเงินสมทบ 100,000 บาท
นาย A อายุ 40 ปี มีอายุงาน 20 ปี ต้องการออกจากงานและนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกทั้งหมด
นาย A มีทางเลือก 2 ทาง ได้แก่
1. นำเงินส่วนที่ (2)-(4) จำนวน 100,000 + 1,000,000 + 100,000 = 1,200,000 บาท ไปรวมเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
2. แยกคำนวณ โดย
ขั้นที่ 1 : 1,200,000 - (7,000 x 20) = 1,060,000 บาท
ขั้นที่ 2 : 1,060,000 x 0.5 = 530,000 บาท นำไปคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
ทั้งนี้ เดือนธันวาคมของทุกปีเป็นเดือนสุดท้ายที่ผู้มีรายได้ประจำจะต้องเตรียมการเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเงินได้ของปีปัจจุบัน จะกำหนดให้ต้องยื่นแสดงรายการภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไปกรณียื่นแบบกระดาษ และภายในต้นเดือนเมษายนของปีถัดไปกรณียื่นแบบออนไลน์ ดังนั้น สมาชิกที่มีการรับเงินออกไประหว่างปี รวมถึงมีแผนจะรับเงิน ควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจรับเงิน เพื่อบริหารภาษีและเตรียมความพร้อมในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีถัดไป ได้อย่างถูกต้องตามหน้าที่ของพลเมืองไทย

ที่อยู่

93 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง
Din Daeng
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Foreign mutual funds ETFผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์