โครงการบ้าน My Love Home.

โครงการบ้าน My Love Home. บ้าน ที่อยู่อาศัย & ทาวน์เฮ้าส์ & ทาวน

20/08/2023
23/07/2023
23/07/2023

• ทำไมไทยมีตราแผ่นดินเป็นรูป ‘ครุฑ’?

-----

ถ้านึกถึงตราครุฑ เชื่อว่าเราจะต้องนึกถึงตราแผ่นดินของประเทศไทย และเป็นตราที่ปรากฏอยู่บนหนังสือเอกสารราชการ ว่าแต่เคยสงสัยหรือไหมว่า ทำไมครุฑถูกเลือกให้เป็นตราแผ่นดินของไทย

ประเทศไทยเริ่มปรากฏการใช้ตราแผ่นดินอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยในตอนนั้นจะใช้ตราแผ่นดินที่เรียกว่า ‘พระราชลัญจกรประจำแผ่นดินสยาม’ หรือเรียกย่อ ๆ ว่าตราอาร์ม ซึ่งตรานี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากตราแผ่นดินแบบที่ประเทศตะวันตก นิยมกันในตอนนั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงต้นรัชกาลที่ 6 ตราแผ่นดินแบบเดิมก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็น ‘พระราชลัญจกรครุฑพ่าห์’ หรือตราครุฑพ่าห์ (คำว่าพ่าห์ในที่นี้ ก็หมายถึงพาหะหรือพาหนะ) อันเป็นตราแผ่นดินที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

ครุฑถือเป็นสัตว์พาหนะประจำตัวของพระนารายณ์ และด้วยความที่ไทยมีคติความเชื่อในเรื่องของสมมติเทพและเทวราชา ที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียและเขมร อันเป็นความเชื่อที่ว่า กษัตริย์เป็นร่างอวตารของพระนารายณ์ ดังนั้นครุฑที่เป็นพาหนะของพระนารายณ์จึงถูกโยงเข้ากับกษัตริย์ของไทย

นอกจากนี้ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ก็ได้บันทึกว่า กษัตริย์อยุธยาจะมีตราประจำพระองค์ที่ถูกใช้ในฐานะตราแผ่นดินของอยุธยา ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นตราครุฑพ่าห์หรือตรานารายณ์ทรงครุฑ ด้วยเหตุนี้การที่ไทยมีกษัตริย์เป็นประมุข ตราครุฑพ่าห์จึงกลายเป็นตราแผ่นดินของไทยไปด้วย

นอกจากนี้ครุฑยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความทรงอำนาจ ความเป็นอมตะ และการปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย ที่เข้ากับบทบาทราชการไทย ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมประเทศไทยมีตราแผ่นดินเป็นรูปครุฑ

-----

*** References

• Brandthink. เมืองไทยเมืองพุทธ ทำไมใช้ ‘ครุฑ’ เป็นตราราชการ?. http://bitly.ws/M8UY
• The Cloud. ตราตั้งห้าง เรื่องราวของตราสัญลักษณ์จากพระเจ้าแผ่นดิน ที่แสดงบรรษัทภิบาลที่ดีแบบสมัยโบราณ. http://bitly.ws/M8Vf
• Thaizer. THE GARUDA: THAILAND’S NATIONAL EMBLEM. http://bitly.ws/M8Vo

ยินดีด้วยครับ  กับเจ้าของบ้านคนใหม่ 👍👍👍ขอขอบคุณมากครับ  ที่ให้ความไว้วางใจ  ในโครงการของเรา  ❤️❤️❤️
05/07/2023

ยินดีด้วยครับ กับเจ้าของบ้านคนใหม่ 👍👍👍
ขอขอบคุณมากครับ ที่ให้ความไว้วางใจ ในโครงการของเรา ❤️❤️❤️

03/07/2023

สรุป Refinance กับ Retention สองวิธีที่ช่วย ลดดอกเบี้ยผ่อนบ้าน | BrandCase
บ้าน เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ถ้าเก็บออมเงินเพื่อซื้อบ้าน คงใช้เวลานานมาก
พอเป็นแบบนี้ หลายคนจึงเลือกที่จะกู้เงินกับธนาคาร เพื่อซื้อบ้าน

แต่หลายคนอาจจะไม่ทันคิดว่า ดอกเบี้ยผ่อนบ้าน มีมูลค่ามหาศาลกว่าที่คิด

โดยหากเรากู้เงินซื้อบ้านด้วยวงเงิน 3,000,000 บาท ระยะเวลาผ่อน 30 ปี สมมติให้ดอกเบี้ย MRR (อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ ที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกหนี้ที่มีเครดิตดี) เท่ากับ 5.95%

ถ้าเราผ่อนบ้านไปแบบนี้ตามแผน โดยไม่ทำอะไรเลย เมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้ว่า เราต้องจ่ายเงินทั้งหมดให้ธนาคารเป็นเงินกว่า 6,440,468 บาท

เท่ากับว่าเราจะเสีย
- เงินต้น 3,000,000 บาท
- ดอกเบี้ย 3,440,468 บาท
จะเห็นว่าดอกเบี้ยที่เราจ่ายไป มีมูลค่ามากกว่าตัวบ้านเสียอีก

คำถามคือ มีวิธีอะไรบ้าง ที่จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยผ่อนบ้านให้เราได้ ?
BrandCase สรุปให้อ่านกัน แบบเข้าใจง่าย ๆ

มาเริ่มจากคำว่า Refinance

หลายคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ น่าจะรู้จักคำว่า Refinance ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยเราลดภาระดอกเบี้ยได้

ซึ่ง Refinance คือการปรับโครงสร้างหนี้รูปแบบหนึ่ง โดยการนำบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เรากำลังผ่อนอยู่ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อกู้ยืมเงินจากธนาคารใหม่ที่ให้ข้อเสนอที่ดีกว่า แล้วเอาไปโปะหนี้ผ่อนบ้านกับธนาคารเดิม

หากเราเลือกที่จะ Refinance สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปก็คือ

เจ้าหนี้ของเราจะเป็นธนาคารใหม่ที่เรายื่นขอกู้สินเชื่อ และข้อเสนอสินเชื่อที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ยกตัวอย่าง ข้อเสนอที่อาจได้รับ เช่น
- ได้ดอกเบี้ยในอัตราถูกลง
- อาจมีการปรับระยะเวลาในการผ่อนบ้าน หรือยอดเงินชำระขั้นต่ำต่อเดือนใหม่ ให้ตรงกับความต้องการของเรา
- รวมถึงทางธนาคารอาจเสนอวงเงินสินเชื่อก้อนใหม่ เพิ่มเติมให้เราด้วย

ซึ่งการทำ Refinance เรามักจะได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมค่อนข้างมาก เนื่องจากหลายธนาคารมักจะจูงใจ เพื่อให้เราย้ายไปเป็นลูกค้าใหม่ของเขา
คล้าย ๆ กับเคส “การย้ายค่ายเบอร์เดิม” ที่บรรดาเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชอบใช้แย่งลูกค้ากัน

เราจึงสามารถเปรียบเทียบข้อเสนอของแต่ละธนาคาร แล้วค่อยเลือกธนาคารที่เราพึงพอใจก็ได้

อย่างไรก็ตาม การทำ Refinance ก็มีความยุ่งยากหลายอย่าง

ตัวอย่างเช่น
- ต้องเตรียมเอกสารขอกู้สินเชื่อเป็นจำนวนมาก
- ต้องเสียเวลาติดต่อธนาคาร เพื่อสอบถามข้อมูลหลายแห่ง
- ต้องใช้ระยะเวลาในการอนุมัติให้สินเชื่อนาน บางทีอาจจะเป็นเดือนเลยก็ได้ เพราะการทำ Refinance ก็คือการขอกู้สินเชื่อก้อนใหม่

นอกจากนี้ การทำ Refinance ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงหลายอย่าง ที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย เช่น
- ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ใหม่ ให้กับกรมที่ดิน (ไม่เกิน 200,000 บาท)
- ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
- ค่าประเมินราคาบ้าน (ประมาณ 3,000 บาท)
- ค่าประกันอัคคีภัย ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารกำหนด ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท ต่อราคาบ้าน 1 ล้านบาท
- ค่าประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (ไม่บังคับ)
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามแต่ละธนาคารกำหนด

ด้วยความยุ่งยากเหล่านี้ ทำให้บางคนเลือกที่จะทำอีกวิธีแทน นั่นก็คือ วิธีที่เรียกว่า “Retention”

แล้วการทำ Retention คืออะไร ?

ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ “การขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยตรง”
ซึ่งแตกต่างจากการทำ Refinance ที่จะมีการเปลี่ยนเจ้าหนี้เป็นธนาคารใหม่

ข้อดีของการทำ Retention ก็คือ
เราสามารถเข้าไปติดต่อกับธนาคารที่เรากู้สินเชื่อผ่อนบ้านได้เลย โดยไม่ต้องเตรียมเอกสารจำนวนมาก เพราะธนาคารมีข้อมูล รวมไปถึงประวัติในการผ่อนชำระค่าบ้านของเราอยู่แล้ว

เอกสารที่เราต้องเตรียมมีเพียงสัญญากู้ยืมเงิน ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน

ซึ่งถ้าเรามีประวัติในการผ่อนชำระที่ดี ไม่ชำระค่าบ้านในแต่ละงวดล่าช้า หรือค้างส่งค่าผ่อนบ้าน ธนาคารก็พร้อมที่จะเสนออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ดีกว่าเดิมให้เรา

นอกจากนี้ระยะเวลาที่อนุมัติ ก็อาจใช้เวลาไม่นานมาก เช่น ไม่เกิน 1 อาทิตย์ เราก็สามารถรู้ผลได้แล้ว

และการทำ Retention ยังมีค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่าการทำ Refinance
คือมีค่าธรรมเนียมเพียง 1-2% ของวงเงินกู้ และไม่เสียค่าจดจำนองเพิ่มเติมเหมือนการทำ Refinance

ที่เป็นแบบนี้เพราะ การทำ Retention เป็นเพียงการตกลง ลดดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงิน
ไม่ใช่การนำหลักทรัพย์มาเป็นหลักประกันในสัญญากู้ยืมเงิน จึงไม่ต้องจดจำนองใหม่นั่นเอง

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราควรเลือกทำ Refinance หรือ Retention ?

คำตอบก็ขึ้นอยู่กับว่า ข้อเสนอของธนาคารเดิม กับธนาคารใหม่ที่เราเลือกจะขอสินเชื่อ ที่ไหนให้ข้อเสนอที่ดีกว่ากัน

แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตก็คือ ดอกเบี้ยจากการทำ Retention มักจะลดลงไม่มาก

ซึ่งแตกต่างจากการทำ Refinance ที่อาจได้รับข้อเสนอดอกเบี้ยที่ลดลงมากกว่า
และเราสามารถเปรียบเทียบดอกเบี้ย และข้อเสนอของแต่ละธนาคาร แล้วค่อยเลือกธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำที่สุดได้

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดขึ้นจากการ Refinance ด้วย

ซึ่งบางครั้ง หากเราเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย และดอกเบี้ยตลอดสัญญาแล้ว การทำ Retention อาจช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า การทำ Refinance ก็ได้

โดยเฉพาะคนที่ขอสินเชื่อที่วงเงินสูงมาก ๆ และคนที่ยังผ่อนบ้านไปได้เพียงไม่กี่ปี กรณีนี้เงินต้นจะยังคงเหลือจำนวนมาก

การทำ Retention จึงอาจจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการทำ Refinance เพราะไม่ต้องเสียค่าจดจำนองให้กรมที่ดินด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้ หากเราต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องการเตรียมเอกสารเป็นจำนวนมาก การเลือกทำ Retention ก็น่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่าการทำ Refinance

ดังนั้น คำตอบของคำถามนี้ ก็คงขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าและความพึงพอใจของแต่ละคนเป็นหลัก

สำหรับใครที่ไม่ได้สนใจเรื่องดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเลย ก็คงต้องหันมาใส่ใจให้มากขึ้น

โดยทุก ๆ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านของเรา มักจะถูกปรับจากแบบอัตราคงที่ เป็นแบบลอยตัว
เราก็ควรทำ Refinance หรือ Retention เพื่อลดภาระดอกเบี้ยผ่อนบ้าน

และนอกจากการทำ Refinance หรือ Retention แล้ว
หากบางคนมีเงินก้อนเข้ามา ก็อาจเลือกที่จะโปะค่าบ้านก็ได้ เพื่อตัดเงินต้นให้ลดลงเร็วขึ้น

ดอกเบี้ยที่จ่ายในเดือนถัด ๆ ไป ก็จะลดลง นั่นเอง..

References
-https://advicecenter.kkpfg.com/th/money-matter/refinance-retention
-https://advicecenter.kkpfg.com/th/money-matter/expense-of-home-refinance
-https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/loan/mortgages/refinance-vs-retention-percent-interest
-https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/loan/mortgages/home-loan-refinance
-https://www.billionmoney.com/7179
-https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/retention-refinance-แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน-18934

 #ทาวน์โฮมหาดใหญ่ใน #พร้อมอยู่     #พร้อมโอน #พร้อมโปรโมชั่นของ   แถมเพียบ.👍 #สวิทซ์ไฟระบบสัมผัส #ประตูรั้วอัตโนมัติ🇹🇭🇹🇭...
11/10/2022

#ทาวน์โฮมหาดใหญ่ใน
#พร้อมอยู่ #พร้อมโอน
#พร้อมโปรโมชั่นของ
แถมเพียบ.👍
#สวิทซ์ไฟระบบสัมผัส
#ประตูรั้วอัตโนมัติ
🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭
#โครงการบ้านแฝด
& เทศาพัฒนา ซ.11/1
#โซนหาดใหญ่ใน

🏠 ทาวน์โฮม 2 ชั้น 🏠
- 🛌 2 ห้องนอน
- 🛁 3 ห้องน้ำ
- 🍲 1 ห้องครัว
- 📺 1 ห้องนั่งเล่น
- 🧑‍🤝‍🧑 1 ห้องรับแขก
- 🚗 1 ที่จอดรถ
- 😊 #ห้องนั่งเล่น
สามารถปรับเปลี่ยน
เป็นห้องนอนได้ตาม
ความต้องการ
- เนื้อที่ใช้สอย 136,153
ตร.ม.
- ที่ดินกว้าง4.00 ,4.50ม.
ยาว 18.3 ม.
#โปรโมชั่นของแถมสุด
เพียบ!!..😱
- #ฟรี!! 😊 สวิทซ์และ
ปลั๊กไฟระบบสัมผัสทั้ง
หลัง
- #ฟรี!! 😊 ประตูรั้ว
อัตโนมัติ
- #ฟรี!! 😊 ปั้มน้ำ
อัตโนมัติ
- #ฟรี!! 😊 ถังเก็บน้ำ
ขนาดใหญ่
- #ฟรี!! 😊 มิเตอร์ไฟ
- #ฟรี!! 😊 มิเตอร์น้ำ

#ราคาเอื้อมถึงแค่...

- 2.79 ล้าน

#มีแค่ 2 คูหาเท่านั้น
#สนใจติดต่อ T..097-8745562

ที่อยู่

Hat Yai
90110

เบอร์โทรศัพท์

+66978745562

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โครงการบ้าน My Love Home.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์