อ.ศิวา โหราศาสตร์ลายมือพลิกชีวิต

อ.ศิวา โหราศาสตร์ลายมือพลิกชีวิต ถ่ายทอดพระธรรมคำสอนของพระตถาคต

 #พลังงานแห่งองค์ธรรมการถูกทอนพลังงานทางจิตวิญญานผู้ปฎิบัติส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบ  เรื่องนี้ เพราะบางครั้ง คิดว่าตัวเองต้อง...
01/03/2026

#พลังงานแห่งองค์ธรรม
การถูกทอนพลังงานทางจิตวิญญาน
ผู้ปฎิบัติส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบ เรื่องนี้ เพราะบางครั้ง คิดว่าตัวเองต้องเจริญเมตตา
กรุณา มุทิตา เวลาเจอคนที่ลำบากมาก็จะ สงสารเข้าช่วย ช่วยจนขาดสติ หรือบางครั้ง ช่วยคนที่ตัวเองคิดว่าตัวเองรัก แต่แท้จริงกับกัน กลับไม่ใช่ความรัก เป็นเพียงความหลง หลงว่ารัก หลงว่าชอบ หลงว่าใช่ หลงทาง หลงเข้าไปในสมมุติของวัฎฎะโดยมาร อันเกิดจากขันธมาร มารแห่งกองทุกข์เป็นผู้ส่งบททดสอบ
#ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การช่วยเพียงอย่างเดียว แต่มีปัญหาต่างๆตามเข้ามาอีกไม่รู้จบหรือระยะเวลาเท่าไร สะท้อนกลับหาผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ
นอกจากจะเกิดทุกข์ ทุกข์ทางใจ ทุกข์ทางกาย สูญเสียทรัพย์ต่างๆ ยังไม่พอเท่านั้นนะครับ ที่สำคัญคือ
#การสูญเสียพลังงานทางจิต หรือองค์ธรรม ที่คอยปกปักษ รักษาจิตเรา พลังงานทางจิตวิญญานเรา พลังงานที่สามารถช่วยส่งเสริมด้านปัญญาญาน ช่วยให้เข้าถึงธรรม เข้าถึงนิพพานธรรมได้ อันนี้สำคัญมาก พลังงานขององค์ธรรมจึงสำคัญมาก อย่างที่บอก เมื่อมีพลังของวิบาก ที่เกิดจาก กิเลสก็ตาม เกิดจากความทุกข์ก็ดี เกิดจากกรรมะ เกิดจากมรรคและผลในที่สุดก็ตาม เมื่อเกิดวิบากเหล่านี้ขึ้น ยอมเกิดพลังงานมาบดบัง และลดทอน พลังงานแห่งองค์ธรรม เสื่อมถอยลงและจางลงไปตามลำดับ สิ่งเหล่านี้พระพุทธองค์จึงทรงสอนสั่งไว้ในพระสูตร พระวินัย มากมาย เพียงแต่ผู้ปฎิบัติมักไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงจุดนี้ จุดที่เป็นพลังงานทางจิตวิญญาน พลังงานที่สามารถสืบเนื่องเข้าสู่จิตเราได้มีอะไรบ้าง ยังมีรายละเอียดอีกมากมายครับ ไว้มาเหลาต่อให้ฟัง สาธุ สาธุ สาธุ

ธรรมอันใดเกิดขึ้น    ธรรมอันนั้นย่อมสมบูรณ์ได้ด้วย                                    ปัญญาที่เข้าถึงสภาวะต่างๆธรรมอันใด...
16/09/2025

ธรรมอันใดเกิดขึ้น
ธรรมอันนั้นย่อมสมบูรณ์ได้ด้วย
ปัญญาที่เข้าถึงสภาวะต่างๆ

ธรรมอันใด ที่พระตถาคตทรงตรัสไว้แล้ว ดีแล้ว บริสุทธิ์แล้ว ธรรมอันนั้น
ย่อมสมควรแก่ท่านทั้งหลาย
ย่อมพึงปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎแห่งไตรลักษณ์

ธรรมอันใดที่ยังประโยชน์และเข้าสู่สภาวะแห่งความหลุดพ้นได้
เปรียบเสมือนที่ใช้จรรโลงและสร้างสรรค์สภาวะแห่งปัญญา
ธรรมอันนั้นย่อมควรค่าแก่การปฎิบัติ .. อย่างถูกต้อง....
จงเป็นผู้ที่เป็นสัมมาทิฐิ เป็นผู้มักน้อย เป็นผู้ยังอาชีพและสภาวะจิตให้เกิดประโยชน์ต่อคุณธรรมความดี และเกิดประโยชน์ต่อปัญญา ส่งผลให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริง




#ธรรมธาตุสู่นิพพาน38

ทุกข์ของชาวนาก็ทุกข์อย่างหนึ่ง ทุกข์ของชาวไร่ก็ทุกข์อย่างหนึ่งทุกข์เศรษฐีก็อีกอย่างหนึ่ง ทุกของยาจกก็อีกอย่างหนึ่งแต่แท้...
22/08/2024

ทุกข์ของชาวนาก็ทุกข์อย่างหนึ่ง ทุกข์ของชาวไร่ก็ทุกข์อย่างหนึ่ง
ทุกข์เศรษฐีก็อีกอย่างหนึ่ง ทุกของยาจกก็อีกอย่างหนึ่ง
แต่แท้จริงทุกข์ไม่มีฐานันดร ไม่มีชนชั้น ไม่มีกีดกันปันออกจากตัวของมนุษย์
มันไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าเป็นความสุขอย่างจีรังยั่งยืน
มนุษย์ได้ยึดติดในสิ่งที่มี เราเรียกว่า มานะ
มานะก็คือการยึดติดในสิ่งที่มี สิ่งที่เป็นของตัวของตน ผลสุดท้ายก็ไม่ยอมปล่อยวางในสิ่งเหล่านั้น
ในสมัยหนึ่งศาสดาของเราได้เสด็จผ่านที่เมืองหนึ่ง หรือว่าเมืองเวสาลี เป็นเมืองแม้ว่าไม่ใหญ่นัก แต่ก็ดูเกลื่อนกล่นไปด้วยผู้คนที่ทำมาค้าขายกัน อย่างสุจริตชอบธรรมนำมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตัวเค้าเองและขยายไปสู่ชุมชน พระองค์หันไปมองดูในนครแห่งนี้ลักษณะเอี้ยวไปครึ่งตัวเหมือนช้างเหลียวหลังคล้ายสั่งลาว่า พระองค์จะไม่ได้กลับมาอีกแล้ว ดวงประทีปแก้วคงจะดับลับลาจากโลกไป เพราะพระองค์กำลังจะเดินทางไปกรุงกุสินาราซึ่งมีป่าร้าง ภิกษุ ๕๐๐ รูป ที่ตามเสด็จยุคลบาทศาสดาที่ยังไม่บรรลุฯ ก็ไม่สามารถเก็บอาการหรืออารมณ์ได้ ต่างก็ดูหงอยเหงาเศร้าใจ เป็นการสั่งลาจากพระองค์ สั่งลาเพื่อที่จะไปปรินิพพาน
การกำเนิดพระพุทธเจ้าย่อมเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง การฟังธรรมจากพระองค์ก็เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง การพบพระภิกษุผู้เป็นสุปฏิปันโนปฏิบัติดี ก็เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง ภิกษุที่ปฏิบัติดีแล้วได้นำหลักธรรมของพระองค์มาแสดงให้เราฟังพาปฏิบัตินั้นก็ยิ่งยากเย็นใหญ่
แท้จริงแล้วพระองค์ไม่ได้จากเราไปไหน พระองค์อยู่ในใจของเราทุกๆ คน พระองค์นั้นก็เป็นธรรมชาติของธาตุรู้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ที่ใดมีธรรมที่นั่นมีเรา พระองค์ได้ทรงแสดงไว้ ผู้ใดเข้าถึงธรรมผู้นั้นก็เข้าถึงเรา ได้เฝ้าเราต่อพระพักตร์อย่างแท้จริง
ธรรม คือความเป็นจริง ..ความเป็นจริง คือสิ่งที่มีอยู่จริงในโลกนี้ ..สิ่งที่มีอยู่จริงนั้นก็คือธรรมชาติ .. ธรรมชาตินั้นก็มาจากธรรมธาตุ คือตัวสภาวะความมีความเป็น ..ธรรมธาตุนั้นย่อมเคลื่อนไหวไปตามเหตุตามปัจจัยไหลเกิดและดับ ภายใต้กฎของไตรลักษณ์คือ อนิจจัง อนัตตา ใครไปยึดติดจิตข้องเกี่ยวข้องแวะแกะไม่ออก ก็ทำให้คนๆ นั้นไม่สารมารถเข้าถึงซึ่งความเป็นจริงได้อย่างแท้จริง
ความเป็นจริง ต้องมีอิสระในตัวของมันเอง
การรู้จริง เห็นจริง เข้าถึงธรรมชาติจริง แต่ต้องทิ้งความเป็นจริงเหล่านั้นออกไป ไร้ซึ่งการยึดติด จิตที่เกาะเกี่ยวเหนี่ยวไว้ก็ต้องปล่อยวางว่างลงจากอารมณ์เหล่านั้นให้ลงตัว สมบูรณ์ที่สุด
ในปัจฉิมโอวาทของศาสดาก่อนพระองค์จะสิ้นลมหายใจ พระองค์ทรงแสดงไว้ว่าจงรักษาใจตัวเองให้ขาวสะอาด ทำความดี เว้นจากความชั่ว ความชั่วแม้น้อยนิดก็อย่าไปทำ อย่าไปทำเลยจะดีกว่า ขึ้นชื่อว่าชั่วแล้วเมื่อสะสมกลางเป็นนิสัยติดตรึงลึกลงไปในความรู้สึกเราเรียกอนุสัย ชอนไชเข้าไปในก้นบึ้งของธาตุแท้ในใจของเราเราเรียกว่า สันดาน ฝังไว้อย่างไม่สามารถที่ว่าจะแยกออกได้เราเรียกว่า ขันธสันดาน เป็นกรรมวิบากยากเกินกว่าที่จะเอาออก กลายเป็นวิบากจิตติดแน่นในสิ่งเหล่านั้นให้มาตบแต่งอารมณ์เราเรียกว่า วจีกรรม มโนกรรม เป็นผลผลิตออกมา จึงดั่งคำที่ว่า กรรมนั้นเป็นเผ่าพ้องเป็นเผ่าพันธุ์ เป็นแดนเกิดของเราที่ได้สะสมจมอยู่ในความคิด จิตไม่ปล่อยวางว่างเว้น ไม่เห็นความเป็นจริงในสิ่งที่มีอยู่จริง จึงทิ้งไม่ลงปลงไม่ตกยกไม่ออก หลอกตัวเองอยู่ร่ำไป สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตัวเอง สัตว์โลกมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์เรียกว่าพันธุกรรม นำมาสู่การตบแต่งในธาตุขันธ์ ในภูมิที่จะต้องเวียนว่ายตายแล้วเกิดใหม่อีก
โรคภัยไข้เจ็บที่มนุษย์เราได้รับอยู่ ก็มีกรรมเป็นส่วนอย่างมากเช่นเดียวกัน มีส่วนทำให้เป็นอย่างมาก มีส่วนทำให้มี มีส่วนทำให้ดีหรือร้าย ไม่มีสิ่งใดที่ในชีวิตของมนุษย์ที่จะไม่มีกรรมมาเกี่ยวเอี่ยวด้วยไม่มากก็น้อย
เราได้บอกให้เขาใจถึงว่ามานะ คือการยึดติดว่าเป็นของเรา สุดท้ายตายไปก็เฝ้าสมบัติของตัวเอง เราเรียกเปรต อย่างงูนี้ เปรตงูเปรตหนู หนูพุก หนูหริ่ง หนูนา หนูผีนะ หนูท้องขาวที่เฝ้าสมบัติอยู่ ชาติก่อนก็เป็นมนุษย์นั้นแหละ เอาแก้วแหวนเงินทองไปฝังไว้ในดิน ตายไปจิตไปดึงเกาะเกี่ยวเหนี่ยวไว้ผลจากความคิดผิดๆ วิปริตไม่ปล่อยวางผลสุดท้ายก็กลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน นั่นก็คือเฝ้าสมบัติ
จัดไว้ให้ดี มีอะไรก็แบ่งปันเขาไปบ้าง
ให้เขาไปเถอะ เป็นชายก็บวชพระไป บวชพระนั้นดีไม่มีเรื่องกลุ้ม
. .

หลวงพ่อสี ตัตโถภิกขุ . .

31/07/2024

บทแห่งธรรมกับบทแห่งทำ

ในความจริง หรือ เท็จ แท้จริงไม่มีอะไรเลย

ไม่มีจริงไม่มีเท็จ

มีแต่ตัวเราที่ยึดมั่นว่านั้นคือจริง นั้นคือเท็จ ยึดว่าสิ่งนั้นถูก สิ่งนั้นผิด แท้จริงทุกอย่างคือมายาลวงหลอก หลอกให้คิด หลอกให้ทำ หลอกว่าธรรม

เฉกเช่นเดียวกับบททดสอบ ก็เช่นเดียวกันแท้จริงคือมายาแห่งธรรม ถ้ามองลงลึก มองด้วยสติจนเกิดตัวรู้ แล้วก้าวข้ามผ่านธรรมนั้นด้วยการไม่ยึดมั่นถือมั่น

ความจริงก็คือความเท็จ ผิดคือถูก ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารหาจับต้องอะไรได้ไม่ มีแต่มายาสมมุติมีแต่ความว่างเปล่า

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน๓๘

●วิปัสสนูปกิเลสวิปัสสนูปกิเลส แปลว่า อุปกิเลสแห่งวิปัสสนา, เครื่องทำให้วิปัสสนาเศร้าหมอง คือ อารมณ์ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบ...
29/07/2024

●วิปัสสนูปกิเลส

วิปัสสนูปกิเลส แปลว่า อุปกิเลสแห่งวิปัสสนา, เครื่องทำให้วิปัสสนาเศร้าหมอง คือ อารมณ์ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติกรรมฐานและได้เสวยผลแห่งวิปัสสนาอ่อน ๆ ก็เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าตนเองได้บรรลุมรรคผล จึงหลงเพลิดเพลินอยู่แล้วหยุดบำเพ็ญเพียรเสีย ทำให้ไม่ได้รับความก้าวหน้าในวิปัสสนาญาณต่อไป จัดเป็นสิ่งขัดขวางไม่ให้บรรลุธรรมชั้นสูง

วิปัสสนูปกิเลสเป็นอารมณ์ของสมถะไม่ใช่อารมณ์วิปัสสนา มักเกิดจากการหลงเน้นปฏิบัติแต่ฝ่ายสมถะหรือสมาธิจนเสียการ โดยขาดการนำไตรลักษณ์มากำกับสภาวะที่เกิดขึ้นเท่าที่ควรเสียนั่นเอง ซึ่งเกิดได้ตลอดสายของการปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน๓๘

ลม การหยั่งรู้ถึง "ธรรม" หากเปรียบ "ลม"เป็น "ธรรม"  จึงใช้ในการแก้ไขการปรุงแต่งกิเลสฝ่ายดีต่างๆ ทำให้จิตใจถูกตามรู้ ตามด...
28/07/2024

ลม การหยั่งรู้ถึง "ธรรม"
หากเปรียบ "ลม"เป็น "ธรรม" จึงใช้ในการแก้ไขการปรุงแต่งกิเลสฝ่ายดีต่างๆ ทำให้จิตใจถูกตามรู้ ตามดู ตามเห็น ด้วยธรรมอันบริสุทธิ์ หรือตัวรู้ ธาตุรู้ รู้แบบลอยๆ รู้แบบเบาๆเหมือนลม ที่พัดผ่านเบาสบาย เกิดความเข้าใจและเกิดตัวรู้ หยั่งรู้ถึงธรรม รู้ถึงความคิดนึกต่างๆ รู้อย่างมีสติ รู้ถึงตัวกิเลสต่างๆ

รู้เท่าทันเหตุการณ์ต่างๆของความคิด

ทำให้ กิเลสต่างๆที่หน่อเนื่องอยู่ในจิตใจของเรา ถูกชะล้างให้ลงมา สู่ธาตุดิน ธาตุน้ำ เมื่อธาตุไฟนำความอบอุ่นมาสู่ใบไม้ จึงเกิดการย่อยสลาย กลายเป็นจุลินทรีย์ให้ดินและน้ำเกิดความสมบูรณ์ เป็นปุ๋ยให้กับธาตุดินและน้ำ

เสมือนกับกิเลสที่ถูก"สติ" ตามรู้ตามดูอยู่เนืองๆ กิเลสจะถูกธาตุไฟ ไฟแห่งธรรมเข้ามาย่อยสลายกิเลส ให้กลับมาเป็นปุ๋ยให้กับร่างกายให้กับตัวรู้ หรือปัญญาของเรา

ปัญญาก็จะเจริญงอกงาม เขียวชะอุ่มเติบใหญ่ จนเป็นร่มเงาให้กับสรรพชีวิตทั้งปวง

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน๓๘

23/07/2024

ลมแห่งธรรม...........ลมแห่งธรรม ทำหน้าที่เหมือนกับสติตัวรู้ ที่คอยพัดและทำให้ใบไม้ซึ่งเปรียบเสมือนกิเลสของมนุษย์
หลุดลอยออกมาจากจิตจากใจ

ธาตุลม ธาตุไม้ จึงเปรียบเสมือน "ความคิด" ที่เกิดขึ้นมาจากจิตใจหรือ "เจตสิก" ของแต่ละบุคคล

ความคิดที่ลอยขึ้นมาผุดขึ้นมา อยู่เนืองๆ เกิดเป็นความคิด ความเศร้า ความทุกข์ ความสุขซึ่งเกิดจาก
"มโนวิญญาน" หรือเจตภูมิต่างๆในเจตสิก หรือเกิดจากเวทนา ความทุกข์ความยินดี ยินร้าย ต่างๆนานาล้วนเกิดขึ้นจากเจตสิกแห่งธาตุ

ธาตุไม้ จึงมีหน้าที่ในการสร้างความคิด สร้างความปรุงแต่งขึ้นมา ขึ้นมาอยู่ในความคิดอยู่ในสมอง อยู่ในจิตใจของแต่ละคน
"ธาตุลม" จึงมีหน้าที่ เปรียบเสมือนกับ *สติ หรือ *ธรรมะ ที่เป็นเครื่องมือแห่งการปฎิบัติ นำมาใช้ นำมาตามรู้อย่างมีสติ พัดผ่านใบไม้ หรือ ความคิดต่างๆสิ่งต่างๆให้ร่วงหล่นร่วงโรย.......

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน๓๘

22/07/2024

ลมแห่งธรรม
ต้นไม้ เป็นธาตุหนึ่งที่เกิดจากธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ
เกิดจากการสมดุลของธาตุทั้งสี่ ความสมดุลก่อกำเนิดเกิดการเจริญงอกงามเป็นต้นไม้ และเมื่อมีการเจิรญงอกงามก็ย่อมมีการเสื่อมสลายตามกาลเวลา ...

หากดูจากการร่วงหล่นของใบไม้ ก็เปรียบเสมือนการขจัดชะล้างกิเลสต่างๆที่หน่อเนื่องอยู่ในจิตใจ

หากเปรียบ ลม เป็น" ธรรม" หรือเป็น "สติ"
ลม ที่มีหน้าที่ พัดพาใบไม้แห้ง บนกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ ให้หลุดร่วง ปลิวหลุดลอยหล่นลงมาสู่พื้นดิน กลายเป็นปุ๋ยเป็นธาตุเสริมให้กับ ธาตุดิน และ น้ำ ที่อยู่ในดิน ก่อกำเนิดชีวิตและอินทรีย์ธาตุต่างๆ เป็นวัฏจักร วนเวียนอยู่เช่นนี้
ใบไม้ จึงเปรียบเหมือนกิเลสที่มีในตัวเราในใจเราที่วนเวียนหามีจุดสิ้นสุดไม่มี
"ลมแห่งธรรม" ทำหน้าที่เหมือนกับสติตัวรู้ ที่คอยพัดและทำให้ใบไม้ซึ่งเปรียบเสมือนกิเลสของมนุษย์
หลุดลอยออกมาจากจิตจากใจ......

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน๓๘

🍃🍃  ธรรมะกับธรรมชาติ พลังแห่งพุทธะ  มีอยู่ในทุกพื้นที่อยู่ในธรรมชาติ อยู่รอบๆตัวของเรา เมื่อสภาวะจิตเข้าสู่ความละเอียดจะ...
21/07/2024

🍃🍃 ธรรมะกับธรรมชาติ
พลังแห่งพุทธะ มีอยู่ในทุกพื้นที่อยู่ในธรรมชาติ อยู่รอบๆตัวของเรา เมื่อสภาวะจิตเข้าสู่ความละเอียดจะสัมผัสและเข้าถึงพลังแห่งพุทธะ

ความหลุดพ้นจากพันธนาการต่างๆ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเข้าถึงธรรมชาติ เข้าถึงวงจรของธรรมชาติ

การละปล่อยวางในทุกสิ่ง รู้เห็นตามความเป็นจริง

การเกิด การดับและการละทิ้งปล่อยวางอัตตาตัวตน ที่วนเวียนอยู่เช่นนี้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเข้าถึงธรรมชาติ เข้าถึงแก่นของธรรมชาติ...แก่นแห่งธรรมนั้นเอง

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน38

20/07/2024

สภาวะธรรมอันสูงสุด
จิตที่เข้าถึงสภาวะธรรมอันสูงสุด หรือการถูกยกจิต คือสภาวะที่จิตแยกจากขันธ์5 ทิ้งขันธ์5
คำว่าแยกหรือทิ้ง มี 2 อย่างคือ
1.แยก หมายถึงสภาวะ สอุปาทิเสสานิพพานคือยังสามารถมีชีวิตดำรงธาตุขันธ์อยู่ได้
2. ทิ้ง คือ อุปาทิเสสานิพพานคือสำเร็จจบกิจก็ละสังขารเข้าสู่แดนนิพพาน ทั้งสองอย่างคือสภาวะที่จิตถูกตัดออกจากกิเลสโดยสิ้นเชิง
*^* เดิมทีจักรวาลสร้างดวงจิตหรือสร้างมนุษย์ขึ้นมา จิตจะมีสองด้าน คือจิตด้านมืดและจิตด้านสว่าง
เปรียบเหมือนกับธรรมชาติที่ว่า "ในที่มืดย่อมมีที่สว่าง ในที่สว่างย่อมมีที่มืด" จิตคนเราจึงประกอบด้วย ขันธ์5 ที่คอยทำงานกับจิตด้านมืด
จิตด้านมืดไม่ได้หมายถึงจิตที่เลวหรือไม่ดี แต่ เป็นจิตที่ ทำงานทั้งด้านดีและไม่ดี ตามสัญญานกิเลสที่ถูกสร้างขึ้นจากขันธ์ ๕ กิเลสที่ขันธ์ ๕ คอยส่งสัญญานมาที่จิตหรือปรุงแต่งมาที่จิต
เมื่อจิตรับสัญญานจิตจะปรุงแต่งมาที่จิตใจ และธาตุขันธ์ร่างกายกลับไปกลับมา เป็นสภาวะเกิด-ดับ ตามธรรมชาติ จึงทำให้เกิดสภาวะต่างๆทางอารมณ์ ความคิด ร่างกาย
แต่จิตของพระอรหันต์ จะไม่ปรุงแต่งต่อ ถึงจะมีสัญญานของกิเลสส่งเข้ามาจิตก้อสามารถเห็น รู้ และตัดได้ด้วยสภาวะของจิตที่เข้าถึงธรรมอันสูงสุด หรือที่เรียกว่า "ธรรมธาตุแท้ดั้งเดิม"
นั้นหมายถึง ถูกยกจิต หรือจิตที่เข้าถึงธรรมะอันสูงสุดคือจิตด้านสว่าง ถูกยกออกมาจากจิตด้านมืด ที่ทำงานควบคู่กับขันธ์๕ นี้เอง จิตที่ถูกยกออกมาจากจิตมืดตัวนี้เรียกว่า "จิตพุทธะ" หรือ "จิตธรรมธาตุแท้ดั้งเดิม"
ดังนั้นจิตของพระอรหันต์ ที่ถูกแยกจากขันธ์ ๕ คือจิตที่ยังสามารถรับรู้ อารมณ์ต่างๆหรือการทำงานของขันธ์๕ หรือการทำงานของจิตด้านมืด
แต่จิตที่ถูกยกจิตบรรลุธรรมแล้วก็ได้เพียงแต่ดู รู้ เห็น ในสัญญานการปรุงแต่งต่างๆ หาได้รับเอาการปรุงแต่งกิเลสต่างๆ เข้ามาในจิตของตน
นี้คือสภาวะของ
"ธรรมธาตุแท้ดั้งเดิม "

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน๓๘

19/07/2024

💧ฝนแห่งธรรม💧
ธรรมชาติสร้างน้ำจากการสมดุลของวัฎจักรในธรรมชาติ การสมดุลของธาตุทั้งสี่
ฝนจะตกไม่ได้ ถ้าผืนดินไม่ถูกแสงแดดแผดเผา
เมื่อแผ่นดินร้อนน้ำจะระเหยขึ้นไปในอากาศ
สายลม ทำหน้าที่นำไอน้ำมารวมตัวกัน
เมื่อธาตุทั้งสี่เกิดการสมดุล ความชุ่มฉ่ำของโลกก็จะกลับมาอีกครั้ง นั่นคือธรรมชาติที่เกิดขึ้น และหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
เปรียบเหมือนจิตใจของเรา เพียงแค่เรานำแสงแห่งธรรม เข้ามาแผดเผา น้ำหรือความทุกข์ที่เกิดจากความคิด การปรุงแต่ง และความเศร้า ความโศก ความเสียใจต่างๆก็จะระเหยออกจาก แผ่นดิน ที่เปรียบเหมือนเนื้อตัวชีวิตจิตใจเรา
สายลม หรือ สติ ตัวรู้ ธาตุรู้ ก็จะทำการพัดพาความทุกข์ ความเสียใจ ความเศร้าโศกมารวมกันและสลายแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นน้ำที่บริสุทธิ์
วนเวียนเปลี่ยนแปลง หล่อเลี้ยงชีวิตของเราให้เติบโต และเกิดการรู้เห็นตามจริงรู้ในธรรมชาติทั้งปวง จนเข้าสู่จุดสุดท้ายคือการคืนกลับสู่ธรรมชาติ กลับคืนสู่พุทธะ

#เมตตา เมตตา เมตตา
#ธรรมธาตุสู่นิพพาน๓๘

ที่อยู่

Khon Kaen
40000

เบอร์โทรศัพท์

+66994623591

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อ.ศิวา โหราศาสตร์ลายมือพลิกชีวิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง อ.ศิวา โหราศาสตร์ลายมือพลิกชีวิต:

แชร์