24/03/2026
❗️work case study ❗️ ⚠️ ⚠️ ⚠️
🔴งานโครงสร้าง 🔴
วิเคราะห์ปัญหาตามจุดที่วงแดง (Analysis of Flagged Areas)
⭕⭕เหล็กตะแกรงจมดินและไม่มีคอนกรีตหุ้ม (Concrete Covering):
* สิ่งที่เห็น: ในจุดวงกลม จะเห็นว่าเหล็กตะแกรงจมลงไปในดินหรือมีคอนกรีตเคลือบแค่บางๆ โดยที่ไม่มีการหนุน "ลูกปูน"
* ปัญหา: เมื่อเหล็กวางติดดิน ความชื้นจะเข้าถึงเนื้อเหล็กได้ทันที ทำให้เกิด "สนิมขุม" ภายในฐานราก ซึ่งจะขยายตัวจนดันคอนกรีตแตก (Spalling) และทำให้เสาทรุดหรือล้มได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี
⭕⭕ระยะห่างเหล็กกับขอบดิน (Side Covering):
* สิ่งที่เห็น: ในจุดสี่เหลี่ยมด้านซ้าย ปลายเหล็กตะแกรงวางชิดติดกับผนังดินของหลุม
* ปัญหา: ตามมาตรฐาน ปลายเหล็กต้องห่างจากขอบดินอย่างน้อย 5-7.5 ซม. เพื่อให้คอนกรีตหุ้มมิด หากเหล็กชิดดินแบบนี้ สนิมจะกินจากปลายเหล็กเข้ามาสู่แกนกลางฐานรากได้ง่ายมาก
⭕⭕ความสะอาดและวัสดุแปลกปลอม (Inclusions):
* สิ่งที่เห็น: ในจุดวงกลมด้านขวา มีเศษรากไม้หรือกิ่งไม้จมอยู่ในเนื้อคอนกรีต
* ปัญหา: วัสดุพวกนี้เป็นอินทรียวัตถุที่จะเน่าเปื่อยในอนาคต ทำให้คอนกรีตเกิดโพรง (Void) และเป็นช่องทางให้ปลวกหรือความชื้นเข้าไปทำลายโครงสร้างจากภายใน
❗❗ข้อเสียรุนแรงที่เกิดขึ้นแล้วในรูปนี้❗❗
* คอนกรีตแยกชั้น (Segregation): ดูจากเนื้อคอนกรีตที่เทลงไป มีลักษณะแห้งและเห็นหินแยกตัวชัดเจน (เหลวไม่พอหรือไม่มีการจี้ปูน) ทำให้การยึดเกาะกับเหล็กเสริมไม่สมบูรณ์
* การถ่ายแรงบกพร่อง: เมื่อเหล็กเสริมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง (จมดินหรือชิดขอบ) ฐานรากนี้แทบจะไม่ต่างจากการเทคอนกรีตเปล่าๆ โดยไม่มีเหล็กเสริม ซึ่งไม่สามารถรับแรงดัดหรือแรงถอนจากลมพายุได้ดีเท่าที่ควร
✅✅แนวทางการแก้ไข (ถ้ายังไม่สายเกินไป)🆗
> คำแนะนำ: หากเป็นไปได้ควร "รื้อแล้วทำใหม่" เพราะการเททับลงไปบนเหล็กที่จมดินไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขเรื่องสนิมในอนาคต
❌❌❌ปล.ห้ามนำภาพหรือข้อความส่วนหนึ่งส่วนใด ไปเผยแพร่เชิงพาณิชย์ หากพบเห็นทาง บริษัท จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด