บ้านอนันตราและที่ดิน

บ้านอนันตราและที่ดิน Best for You.

#บ้านอนันตราขอนแก่น สร้างจาก
เสาเข็มความสุข ซึ่งเป็น
รากฐานอันแข็งแกร่งให้บ้านทุกหลังที่นี่...

เพื่อ….

#คุณลูกค้า
ด้วยบ้านที่ดี ทำเลดี สิ่งแวดล้อมดี
ราคาถูกกว่าคุณภาพที่ได้ ดูแลรักษาง่าย
อยู่สบาย แลใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

โดยเน้นที่อยู่อาศัยใกล้เมืองเป็นหลัก

เป็น “บ้าน” ที่อยู่สบาย ดูแลง่าย มีความสุข มีเสน่ห์ ให้คุณเติมเต็มชีวิตอย่างลงตัว ในสไตล์ของคุณ

Anantarakk
“สร้างพื้นที่ ความสุขเพื่อทุกคน”

19/07/2026

UPDATE: ธอส. ปรับเกมปล่อยกู้บ้าน ใช้ Credit Scoring ดึงฟรีแลนซ์-คนรุ่นใหม่เข้าถึงสินเชื่อ ตั้งเป้าดูแลคนมีบ้าน 6 ล้านครัวเรือน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กำลังเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์การปล่อยสินเชื่อครั้งสำคัญ เพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ผ่านการนำระบบ Credit Scoring และข้อมูลทางเลือกมาใช้ประเมินความสามารถทางการเงิน ควบคู่กับการจัดทำแผนระยะยาว 5 ปี ที่ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนครัวเรือนที่ได้รับการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยจาก 4.8 ล้านครัวเรือน เป็น 6 ล้านครัวเรือน

มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้ากลุ่มอาชีพอิสระของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 8-9% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด โดยในระยะต่อไป ธอส. ต้องการเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวขึ้นเป็น 10-15% เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป และเปิดโอกาสให้กลุ่มคนอายุน้อยซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระ สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น

📌ใช้ Credit Scoring ประเมินศักยภาพแทนเอกสารรายได้

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการนำระบบ Credit Scoring มาใช้ประเมินความสามารถทางการเงินของลูกค้า โดยอาศัยข้อมูลพฤติกรรมทางการเงิน อาทิ พฤติกรรมการออม การใช้จ่าย และรายได้จากแหล่งต่างๆ มาวิเคราะห์เป็นคะแนนเครดิต

ในอนาคต หากสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกเพิ่มเติมได้ เช่น ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telco) ธนาคารก็อาจนำข้อมูลการใช้งานมาประกอบการวิเคราะห์ เพื่อสะท้อนศักยภาพทางการเงินของผู้กู้ได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ธอส. อยู่ระหว่างศึกษาพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ เพื่อหาคำตอบว่าความเชื่อที่ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่อยากมีบ้านและเลือกเช่ามากกว่าซื้อ” สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพื่อนำผลการศึกษาไปใช้กำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป

📌ตั้งเป้าดูแลคนไทยมีบ้าน 6 ล้านครัวเรือน

นอกจากการขยายการเข้าถึงสินเชื่อแล้ว ธอส. ยังอยู่ระหว่างจัดทำแผนดำเนินงานระยะ 5 ปี โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนครัวเรือนที่ได้รับการสนับสนุนให้มีที่อยู่อาศัยจากปัจจุบัน 4.8 ล้านครัวเรือน เป็น 6 ล้านครัวเรือน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3/2569

มหัทธนะย้ำว่า ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธอส. มีภารกิจสำคัญในการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะใดก็ตาม

“เราไม่ปฏิเสธลูกค้าที่วันนี้ยังไม่มีศักยภาพในการกู้ แต่จะช่วยให้ความรู้ด้านการออมและการบริหารการเงินผ่านโรงเรียนการออม เพื่อให้ลูกค้ามีความพร้อมและสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ในอนาคต”

📌คุม NPL ไม่เกิน 5% เดินหน้าดูแลลูกหนี้เชิงรุก

พร้อมกับการขยายฐานลูกค้า ธอส. ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพสินเชื่อ โดยตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 5% ของสินเชื่อรวม

ผู้บริหาร ธอส. ยอมรับว่าระดับ NPL ของธนาคารอาจสูงกว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่ง เนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้น้อยที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะใช้แนวทางบริหารจัดการเชิงรุก โดยติดตามกลุ่มลูกหนี้ที่เริ่มมีสัญญาณผิดนัดชำระ หรือกลุ่ม Special Mention (SM) ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็น NPL ในอนาคต

📌มั่นใจปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้า 2.46 แสนล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2569 ล่าสุด ณ วันที่ 10 มิถุนายน ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้ว 95,366.16 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38.64% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 246,795 ล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้น 100,424 บัญชี

ธนาคารคาดว่าในช่วงครึ่งแรกของปีจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท และอีกประมาณ 150,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ยังคงเป้าหมายสินเชื่อใหม่ทั้งปีไว้ที่ 246,795 ล้านบาท โดย 65% ของสินเชื่อทั้งหมดจะเป็นสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากสัญญาณฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 3.1%

ทั้งนี้ ธอส. พบว่า กว่า 60% ของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในช่วงดังกล่าวเป็นการซื้อขายบ้านมือสอง สะท้อนว่าตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาจับต้องได้ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

18/07/2026

สวยจึ้ง☺️

12/07/2026
สุดยอด
30/06/2026

สุดยอด

เช้ามืดที่สถานีขนส่งขอนแก่น รถทัวร์จากอำเภอไกล ๆ ทั่วอีสานทยอยเข้ามาจอด
คนที่ลงจากรถไม่เหมือนเมืองท่องเที่ยว ไม่มีใครลากกระเป๋าเดินทางมาถ่ายรูป มีคนแก่ที่ลูกหลานประคองลงมา เพราะถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลใหญ่ มีเด็กแบกเป้มารายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย มีคนใส่เสื้อเชิ้ตถือแฟ้มมาประชุม คนพวกนี้ไม่ได้มาเที่ยว เขามาเพราะมีเรื่องสำคัญต้องทำ แล้วเรื่องสำคัญนั้นมันทำที่บ้านเกิดตัวเองไม่ได้
นี่คือสิ่งที่แปลกเกี่ยวกับขอนแก่น
ถ้าวัดกันด้วยจำนวนคน ขอนแก่นไม่ใช่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน โคราชใหญ่กว่า ทั้งจำนวนประชากรและขนาดเศรษฐกิจรวม ถ้าวัดกันด้วยนักท่องเที่ยว ก็เทียบเชียงใหม่ไม่ติดเลยสักนิด
แต่พอเป็นเรื่องจริงจังของชีวิต อย่างจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย จะผ่าตัดใหญ่ จะจัดประชุมระดับภาค คนทั้งอีสานตอนบนกลับวิ่งเข้าหาขอนแก่นเป็นที่แรก
คำถามคือ ทำไม
เมืองที่ไม่ได้ใหญ่ที่สุด ไม่ได้สวยที่สุด ไปกลายเป็นที่ที่คนทั้งภาคนึกถึงเวลามีเรื่องสำคัญได้ยังไง
และคำตอบของคำถามนี้ ไม่ใช่เรื่องโชค ไม่ใช่เรื่องทำเล แต่เป็นเรื่องที่มีคน "ตั้งใจ" ทำให้มันเป็นแบบนี้มา 60 ปี

== เมืองส่วนใหญ่โตเพราะทำเล เมืองนี้โตเพราะมีคนตั้งใจปั้น ==
เมืองทั่วไปมันโตตามธรรมชาติ อยู่ปากแม่น้ำก็เป็นเมืองท่า อยู่ทางผ่านก็เป็นเมืองการค้า มีของสวยก็เป็นเมืองท่องเที่ยว มันโตเพราะทำเลมันพาไป
แต่ขอนแก่นไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเป็นพิเศษ มันอยู่กลางที่ราบสูง ไม่ติดทะเล ไม่มีภูเขาสวย ไม่ใช่ประตูด่านแรกของภาคแบบโคราช
สิ่งที่ขอนแก่นมี คือการตัดสินใจของคนเมื่อ 60 ปีก่อน ว่าจะปั้นที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางของอีสาน
ผมขอเล่าเป็นสามชั้น ชั้นต่อชั้น แล้วคุณจะเห็นว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญเลย

== ชั้นที่หนึ่ง - เขาวางสมองไว้ที่นี่ก่อน
ปี 2507 รัฐบาลตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้น เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคอีสานทั้งภาค
และมันไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอย ๆ มันตั้งขึ้นภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรกของประเทศ ด้วยความตั้งใจตรง ๆ ว่าจะเอาการศึกษาระดับสูงลงมาให้คนอีสานได้เรียน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพอย่างเดียว
พูดง่าย ๆ คือมีคนนั่งวางแผนแล้วปักหมุดว่า "สมอง" ของภาคนี้จะอยู่ที่ขอนแก่น
หกสิบปีผ่านไป หมุดนั้นกลายเป็นอะไร
วันนี้ในจังหวัดขอนแก่นมีนักศึกษามหาวิทยาลัยรวมกันราว 53,000 คน เฉพาะมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เดียวก็ราว 35,000 คน คนหนุ่มสาวจากทั่วอีสานหลั่งไหลมาเรียน มาเช่าหอ มาใช้ชีวิตที่นี่ทุกวัน ทั้งที่ทะเบียนบ้านยังอยู่บ้านเกิด
ลองคิดดู เมืองที่มีคนในทะเบียนสี่แสนกว่า มีนักศึกษาปนอยู่ในนั้นเป็นห้าหมื่น นั่นไม่ใช่เมืองธรรมดา นั่นคือเมืองมหาวิทยาลัยที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น

== ชั้นที่สอง - แล้วเขาก็วางมือหมอที่เก่งที่สุดของภาคไว้ที่นี่ ==
พอมีมหาวิทยาลัย ก็มีคณะแพทย์ พอมีคณะแพทย์ ก็มีโรงพยาบาลของคณะแพทย์
โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ใช่โรงพยาบาลประจำจังหวัดธรรมดา มันเป็นโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ที่รับส่งต่อผู้ป่วยระดับสูงสุดของภาค มีเตียงเกินพันเตียง
คำว่า "รับส่งต่อระดับสูงสุด" แปลว่าอะไร แปลว่าเวลาคนไข้ในอีสานป่วยหนักเกินกว่าโรงพยาบาลบ้านตัวเองจะรักษาได้ ปลายทางที่หมอส่งต่อมา ก็คือที่นี่ บวกกับโรงพยาบาลขอนแก่นที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์อีกแห่ง สองที่นี้รวมกันทำให้ขอนแก่นกลายเป็นปลายทางของคนป่วยหนักจากทั่วภาค
ทีนี้ลองนึกภาพตาม คนไข้หนึ่งคนที่ถูกส่งมารักษานาน ๆ เขาไม่ได้มาคนเดียว เขามากับญาติที่ต้องมาเฝ้า ญาติต้องหาที่พักใกล้โรงพยาบาล ต้องกินข้าว ต้องซื้อของ นี่คือคนอีกกลุ่มใหญ่ที่ไหลเข้าเมืองทุกวัน โดยที่ไม่มีใครนับเขาเป็นประชากรขอนแก่นเลย

== ชั้นที่สาม - แล้วเขาก็ลงโครงสร้างทับลงไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด ==
ถ้าเรื่องจบแค่มหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาล มันก็แค่เมืองการศึกษาการแพทย์ธรรมดา แต่ที่ขอนแก่นพิเศษ คือการลงทุนมันไม่เคยหยุด มันต่อยอดมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้
ขอนแก่นเป็นหนึ่งในห้าเมืองของประเทศที่ถูกตั้งให้เป็นเมืองไมซ์ คือเมืองศูนย์กลางการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าระดับชาติ มีศูนย์ประชุมนานาชาติของตัวเอง เคียงข้างกับกรุงเทพ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต
ขอนแก่นเป็นหนึ่งในสามเมืองนำร่องเมืองอัจฉริยะรุ่นแรกของประเทศ คู่กับภูเก็ตและเชียงใหม่
และเรื่องที่ผมว่าเล่าถึงนิสัยของเมืองนี้ได้ดีที่สุด คือเรื่องรถไฟฟ้า
ปี 2560 เทศบาลห้าแห่งรอบเมืองขอนแก่นจับมือกันตั้งบริษัทขึ้นมาเอง เพื่อจะสร้างรถไฟฟ้ารางเบาของเมืองเอง เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ท้องถิ่นลุกขึ้นมาจะทำระบบขนส่งมวลชนเอง ไม่รอส่วนกลาง วางแผนไว้เป็นสายเหนือใต้ยาวกว่า 26 กิโลเมตร 21 สถานี ไปตามถนนมิตรภาพ
ผมพูดตรง ๆ ว่าโครงการนี้ยังไม่ได้สร้างจริง มันยังติดอยู่ที่การอนุมัติและเงินทุนจากส่วนกลาง บางเทศบาลก็เพิ่งขอถอนตัว มันสะดุดมาหลายปี
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่มันสร้างเสร็จหรือยัง ประเด็นอยู่ที่ว่า มีเมืองไหนในประเทศนี้อีกไหม ที่ท้องถิ่นกล้าลุกขึ้นมาบอกว่า ถ้าส่วนกลางยังไม่ทำ เดี๋ยวเราทำเอง นี่แหละคือนิสัยของเมืองที่ถูกปั้นด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เมืองที่นั่งรอโชค
และของจริงที่สร้างเสร็จแล้วก็มี รถไฟทางคู่มาถึงขอนแก่นแล้ว สถานีรถไฟยกระดับเปิดตั้งแต่ปี 2562 เป็นสถานียกระดับขนาดใหญ่แห่งแรกของภาคอีสาน ส่วนรถไฟความเร็วสูงสายอีสาน ช่วงที่ผ่านขอนแก่น ก็ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อต้นปี 2568 กำลังจะมา

== ทีนี้ลองตรวจจากข้อมูลดิบดูบ้าง ว่าที่เล่ามามันจริงไหม ==
ทั้งหมดที่ผมเล่ามา เป็นเรื่องการตัดสินใจของรัฐ ของเทศบาล ของมหาวิทยาลัย ฟังดูเหมือนโฆษณาเมืองได้ ผมเลยเปิดข้อมูลอีกชุดมาวางเทียบ เป็นข้อมูลจุดสนใจ หรือ POI จากแผนที่เปิด ที่บันทึกไว้ดิบ ๆ ว่าในเมืองนี้มีอะไรตั้งอยู่จริงบ้าง ข้อมูลชุดนี้ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ารัฐวางแผนอะไรไว้ มันแค่บอกว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน
แล้วสิ่งที่เจอมันตรงกับเรื่องที่เล่ามาเป๊ะ
ในอำเภอเมืองขอนแก่นมีหมุดสถานที่กว่า 27,000 จุด แต่พอแยกประเภทดู นิสัยของเมืองมันโผล่ออกมาทันที
เทียบกับเชียงใหม่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มตัว ขอนแก่นมีโรงแรมน้อยกว่ากันเกือบสี่เท่า โรงแรมในเมืองเชียงใหม่มีสองพันกว่าแห่ง ของขอนแก่นมีหกร้อยกว่า ที่พักรวมทุกแบบก็น้อยกว่ากันเท่าตัว ร้านเหล้าผับบาร์ก็น้อยกว่ากันหลายเท่า
แต่สิ่งที่ขอนแก่นมีแน่น คือของอีกแบบ หมุดโรงพยาบาลและสถานพยาบาลกว่า 500 จุด หมุดสถานศึกษาระดับวิทยาลัยมหาวิทยาลัยอีกกว่า 400 จุด หมุดหน่วยงานราชการอีกกว่า 500 จุด และร้านที่เกี่ยวกับรถยนต์อีกพันกว่าจุด
อ่านออกไหมครับ เมืองท่องเที่ยวเขาสร้างของไว้รองรับคนมาเที่ยวมานอน แต่ขอนแก่นสร้างของไว้รองรับคนมาเรียน มารักษา มาติดต่อราชการ และมาตั้งหลักปักฐาน มันคือเมืองของคนที่มา "ทำเรื่องจริงจัง" ไม่ใช่เมืองของคนที่มาพักผ่อน
และที่ชัดที่สุด คือเส้นการเติบโตของเมือง ภาพถ่ายดาวเทียมประเมินว่าในเขตเมืองขอนแก่น ปี 2518 มีคนอยู่ราวแปดหมื่นคน พอถึงปี 2563 ขยับขึ้นไปเป็นสี่แสนเจ็ดหมื่นกว่า โตขึ้นเกือบหกเท่าในช่วงชีวิตคนรุ่นเดียว เมืองมันไม่ได้ค่อย ๆ โตตามมีตามเกิด แต่มันพุ่งขึ้นตามของที่ถูกลงไว้ทีละชั้น ๆ

== แล้วของพวกนี้มันยังไม่หยุด ==
ที่น่าสนใจคือเงินก้อนใหญ่ยังเทเข้าเมืองนี้ต่อเนื่องจนถึงวันนี้
เซ็นทรัลมาเปิดห้างที่ขอนแก่นตั้งแต่ปี 2552 และนั่นคือห้างเซ็นทรัลสาขาแรกในภาคอีสานทั้งภาค เลือกลงที่นี่เป็นที่แรก ล่าสุดก็เพิ่งทุ่มอีกหลายพันล้านเปิดโครงการใหม่ในเมืองนี้อีก ในเมืองมีซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างท็อปส์ถึง 21 สาขา มีร้านขายของแอปเปิลแบบทางการอย่างสตูดิโอเซเว่นด้วย มีบริษัทจดทะเบียนในอำเภอนี้กว่า 5,200 ราย มากที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของอีสาน
และมีหลักฐานอีกชั้นที่ผมว่าน่าสนใจที่สุด เพราะมันไม่ใช่เงินของคนนอก แต่เป็นเสียงของคนในเมืองเอง
ผมลองไปดูว่าช่วงนี้คนแชร์คอนเทนต์เกี่ยวกับขอนแก่นเรื่องอะไรกันมากที่สุดบนโซเชียล แล้วภาพที่ออกมามันบอกนิสัยของเมืองนี้ชัดมาก เรื่องที่คนแชร์กันแรงสุด ทิ้งห่างเรื่องอื่นเลย ไม่ใช่ "ขอนแก่นเที่ยวไหนดี" แบบเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นข่าวที่ขอนแก่นถูกพูดถึงในฐานะเมืองไมซ์และศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาค คนในเมืองแชร์ความภูมิใจเรื่องนี้กันเอง โดยไม่มีใครจ้างให้แชร์
ถัดลงมาก็เป็นเรื่องมหาวิทยาลัย เรื่องกิจกรรมของเทศบาลที่ขยันผิดเมือง ไปจนถึงโรงแรมที่ชวนคนมา "Workation" คือมาเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงาน แทบไม่มีคอนเทนต์แนว "พาเที่ยวขอนแก่น" โผล่ขึ้นมานำเลย พูดง่าย ๆ คือแม้แต่สิ่งที่คนในเมืองเลือกจะแชร์เอง มันก็ยังเป็นเรื่อง "เมืองที่กำลังโตและมีอนาคต" ไม่ใช่ "เมืองตากอากาศ" ตรงกับทุกอย่างที่ข้อมูลฝั่งสถาบันและห้างร้านบอกมาเป๊ะ
และเป้าหมายของเมืองก็ยังเดินไปข้างหน้า ขนาดศูนย์ประชุมนานาชาติ KICE เองก็ตั้งเป้ารายได้จากการจัดงานไว้ระดับหลายพันล้านบาทต่อปี เมืองนี้เลยเป็นเมืองที่ทั้งคนนอกที่เอาเงินมาลง และคนในที่อยู่กับมันจริง ๆ มองทิศทางตรงกัน
ทุกการลงทุนพวกนี้ คือคนที่เอาเงินจริงมาเดิมพันว่า เมืองนี้จะโตต่อ พวกเขาไม่ได้อ่านแค่จำนวนคนในทะเบียน เขาอ่านทิศทางที่เมืองนี้ถูกปั้นมา 60 ปี แล้วเชื่อว่ามันจะไปต่อ

== แล้วถ้าผมเป็นคุณ ผมจะอ่านมันยังไง ==
ผมต้องพูดให้แฟร์ก่อน ขอนแก่นไม่ได้เป็นที่หนึ่งทุกด้าน โคราชคนเยอะกว่า เศรษฐกิจรวมใหญ่กว่า และเป็นประตูเข้าอีสานที่อยู่ใกล้กรุงเทพกว่า ด้านการบินอุดรธานีก็มีผู้โดยสารมากกว่าขอนแก่น ขอนแก่นไม่ได้ชนะทุกกระดาน
แต่สิ่งที่ขอนแก่นเลือก คือไม่ไปแข่งเรื่อง "ใหญ่ที่สุด" แต่เลือกเป็น "สมองของภาค" เป็นที่ที่คนมาเรียน มารักษา มาประชุม มาทำเรื่องจริงจัง แล้วลงมือปั้นตัวเองไปทางนั้นมาตลอด นี่แหละคือทั้งเรื่อง
ทีนี้พอเรารู้ว่าเมืองนี้เป็นแบบนี้ มันเปลี่ยนวิธีคิดเวลาจะลงทุนเลย
ถ้าคุณคิดจะเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ ลูกค้าหลักของคุณที่นี่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวขาจร แต่เป็นนักศึกษาห้าหมื่นคน เป็นญาติคนไข้ที่มาเฝ้านาน ๆ เป็นคนทำงานออฟฟิศและราชการ คนกลุ่มนี้อยู่ยาว กินซ้ำ และมาทั้งปีไม่มีโลว์ซีซั่นแบบเมืองท่องเที่ยว
ถ้าคุณทำอสังหา ความต้องการที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ของที่นี่มาจากคนมาเรียนมาทำงานที่ต้องเช่าอยู่ ไม่ใช่บ้านหลังที่สองของนักท่องเที่ยว เป็นคนละโจทย์กับเมืองตากอากาศโดยสิ้นเชิง
ถ้าคุณทำธุรกิจบริการ ไม่ว่าจะคลินิก ร้านขายของ หรือบริการรอบโรงพยาบาลรอบมหาวิทยาลัย นี่คือเมืองที่ "เหตุผลที่คนมา" มันชัดและมั่นคง เพราะคนเจ็บป่วยและคนต้องเรียน มันไม่เลือกฤดู

== เหลือคำถามสุดท้าย ที่ยากและสำคัญที่สุด ==

จำที่ผมตั้งไว้ตอนต้นได้ไหม ที่ถามว่าทำไมเมืองที่ไม่ได้ใหญ่ที่สุด ถึงเป็นที่ที่คนทั้งภาคนึกถึงเวลามีเรื่องสำคัญ ตอนนี้เราตอบได้แล้วว่า เพราะมีคนตั้งใจปั้นมันให้เป็นแบบนั้นมา 60 ปี ทีละชั้น สมอง มือหมอ แล้วก็โครงสร้าง
แต่พอรู้ว่าเมืองนี้ดึงคนมาจากทั้งภาค คำถามต่อไปที่ยากที่สุดก็คือ แล้วถ้าจะลงร้านลงโครงการสักอย่าง ควรปักหมุดตรงไหน
เพราะคนที่มาเรียนมารักษา เขาไม่ได้เดินตามเส้นเขตอำเภอ เขาเดินตามเวลาเดินทาง จากหอถึงร้าน จากโรงพยาบาลถึงที่พัก กี่นาที พื้นที่ที่คนเดินทางมาหาคุณได้จริงในเวลาที่เขายอมรับ มันล้นข้ามเส้นเขตการปกครองเสมอ และบางทีจุดที่ดีที่สุดก็ไม่ใช่ใจกลางเมืองที่ค่าเช่าแพง แต่เป็นจุดริมเมืองที่ดักคนจากหลายทางพอดี
คำถามนี้ตอบด้วยตาเปล่าไม่ได้ ต้องดูบนแผนที่ที่คำนวณเวลาเดินทางจริงตามถนนจริง
ผมเลยทำแผนที่สามมิติของเมืองขอนแก่นขึ้นมา จิ้มจุดไหนก็ได้บนแผนที่ แล้วมันจะวาดวงให้เห็นว่าจากจุดนั้น คนเดินหรือขับมาถึงได้ในกี่นาที วงคร่อมข้ามไปถึงไหน มีคนอยู่ในวงเท่าไหร่ และมีคู่แข่งดักอยู่ก่อนแล้วกี่ราย
ถ้าคุณกำลังเล็งทำเลย่านไหนในขอนแก่นอยู่ หรือทักมาคุยได้เลยครับ
ข้อมูลทุกชุดที่ผมใช้วันนี้ ไม่มีอะไรเป็นความลับเลยสักชิ้น ปีก่อตั้งมหาวิทยาลัย ที่ตั้งโรงพยาบาล มติคณะรัฐมนตรีเรื่องรถไฟ ตำแหน่งห้างร้าน ทุกอย่างเปิดให้คนทั่วไปดูได้หมด
สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ว่าใครมีข้อมูลลับกว่าใคร แต่คือใครเอาของที่เปิดอยู่แล้วมาวางต่อกัน แล้วอ่านออกว่ามันกำลังเล่าเรื่องเดียวกันว่าอะไร
ขอนแก่นไม่ได้ใหญ่ที่สุดในอีสาน แต่มันเลือกแล้วว่าจะเป็นสมองของภาค แล้วลงมือปั้นตัวเองมา 60 ปี จนคนทั้งภาควิ่งเข้าหามันเวลามีเรื่องสำคัญ

”บ้าน“ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดสะท้อนระดับรสนิยมอย่างแท้จริง
31/05/2026

”บ้าน“ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด
สะท้อนระดับรสนิยมอย่างแท้จริง

ที่อยู่

มิตรภาพ
Khon Kaen
40000

เบอร์โทรศัพท์

+66826962829

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ บ้านอนันตราและที่ดิน โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านอนันตราและที่ดิน:

ทางลัด

แชร์