Arbor Building Consultants

Arbor Building Consultants Sustainable Design & Construction Solutions

13/05/2026
06/05/2026

น้ำที่เราใช้
อากาศที่เราหายใจ
ชีวิตสัตว์ป่านับพัน
เริ่มต้นจากผืนป่าเดียวกัน
“สารคดีมรดกโลก ทุ่งใหญ่นเรศวร–ห้วยขาแข้ง”
8 เรื่องราวที่จะพาไปค้นหาว่า เหตุใดผืนป่าแห่งนี้จึงได้รับการยอมรับในระดับโลก และทำไมการปกป้อง ไม่ใช่แค่จากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน
รับชมพร้อมกันที่ https://www.seub.or.th/documentary2026/

06/05/2026

STOP SEC ACT. & LAND BRIDGE หยุดกฎหมายพิเศษ เพื่อคนพิเศษ
.
ทำไมต้องหยุด กฎหมายพิเศษนี้!
.
1. มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรม: ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เป็นกฎหมายที่จะกำหนดให้พื้นที่ จังหวัดชุมพร ระนองสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่สำหรับส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหลัก
.
2. รวบอำนาจทางกฎหมาย และผูกขาดการตัดสินใจ ให้อยู่ในมือของคณะรัฐมนตรีชุดเล็ก ในนาม “คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้” ที่สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา ออกกฎหมาย ระเบียบ รวมถึงอำนาจในการปรับปรุงกฎหมาย หรือกฎที่เห็นว่าเป็นอุปสรรค ต่อการดำเนินการของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขัดต่อหลักการถ่วงดุลอำนาจ และขัดต่อสิทธิ หลายประการตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
.
3. SEC ทางด่วนของ Land Bridge : ร่างกฎหมาย SEC เป็นกฎหมายที่เอื้อให้เกิดโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง (โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว จ.ชุมพร และโครงการท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จ.ระนอง / โครงการรถไฟรางคู่ / ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ช่วงท่าเรือชุมพร - ท่าเรือระนอง)
.
4. แย่งยึดทรัพยากรและวีถีชีวิต : ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ทะเล โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดระนอง “ขุมทองอันดามัน” เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหล่อเลี้ยงชีวิตของสัตว์ และคนในพื้นที่ ทั้งยังสร้างรายได้มหาศาล ทั้งจากการท่องเที่ยวและการทำประมงให้แก่ผู้คนจำนวนมาก แต่การเกิดขึ้นของกฎหมาย SEC ที่ต้องการเปลี่ยนภาคใต้เป็นเป็นอุตสาหกรรม ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่ม และ ต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากที่ยากต่อการฟื้นฟูเยียวยา กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นการแย่งยึดพื้นที่และอาจนำไปสู่หายนะของสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในพื้นที่
.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมลงชื่อคัดค้านได้ภายใน 30 มิถุนายน 2569
https://stop-sec.com

05/05/2026
02/05/2026

#สมองเล็กกว่าแตดมด แล้วยังกล้าออกมาด่า เหตุผลเค้ามีที่เค้าต้องตัด
#ตัวแม่ ในฐานะคนที่เข้าใจเรื่อง "รุกขกรรม" (Arboriculture) แต่จะไม่ทนความดราม่าไร้สติแบบนี้
​🌳 "ต้นไม้หรือระเบิดเวลา?" : เมื่อความสุนทรีย์สวนทางกับความปลอดภัยทางชีวภาพ
​เห็นดราม่าเรื่องตัดต้นสนที่สะพานหินแล้วถึงกับต้องถอนหายใจเป็นภาษาละติน
📌คือบางคนเนี่ย... รักธรรมชาติจนลืมใช้ Common Sense หรือแค่อยากจะหาเรื่องแซะเทศบาลให้ดูมีเทสต์เฉยๆ
📌​วิเคราะห์แบบผู้เจริญ (ที่อ่านหนังสือเกิน 3 บรรทัด):
​ตรรกะ "ภายนอกดูดี = ปลอดภัย": อันนี้คืออาการ Visual-Inertia Bias ขั้นรุนแรงค่ะ
📌ต้นสนที่ดูเขียวชอุ่มข้างนอก แต่ข้างในเป็นโพรง (Hollow Trunk) มันคือโครงสร้างที่ล้มเหลวทางวิศวกรรมธรรมชาติค่ะ ถ้าลมพัดแรงๆ แล้วมันโค่นทับหัวคนขึ้นมา คนกลุ่มเดิมนี่แหละที่จะออกมาด่าว่า "เทศบาลทำไมไม่ดูแล?"
📌​ความเสี่ยงทางโครงสร้าง (Structural Failure): การที่ต้นไม้ 68 ต้นผุกร่อน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเรื่องของความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) การตัดแต่งไม่ใช่การฆ่า แต่มันคือการ "ศัลยกรรมเพื่อรักษาชีวิต" ทั้งคนและต้นไม้ค่ะ
📌​นิเวศวิทยาไม่ใช่เรื่องมโน: การตัดเพื่อให้ฟื้นตัวในช่วงฤดูฝน (Regeneration) คือจังหวะที่ถูกต้องตามหลักพฤกษศาสตร์ที่สุดแล้วค่ะ ไม่ใช่มาตัดสุ่มสี่สุ่มห้า
​"หยุดเอาความโรแมนติกส่วนตัว มาแลกกับสวัสดิภาพของส่วนรวม การอนุรักษ์ที่ปราศจากความรู้
📌เขาไม่ได้เรียกคนรักโลก เขาเรียกว่า 'ภาระทางปัญญา' ของสังคมค่ะ
​สรุปให้สำหรับคนขี้เกียจวิเคราะห์ : ​เทศบาลเขาทำหน้าที่ Risk Management ครับ ไม่ใช่แค่ถือเลื่อยเดินไปตัดเล่นๆ ถ้าอยากดูต้นไม้ที่สมบูรณ์แบบ แนะนำให้ไปดูใน National Geographic หรือไม่ก็รอให้มันแตกกิ่งใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมเถอะค่ะ
​ #สะพานหินไม่ใช่สวนสวรรค์ที่ไม่มีวันพัง #รุกขกรไม่ได้ทำงานตามใจชาวเน็ต #ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
#ภูเก็ต

30/04/2026

UPDATE : 'ชัชชาติ' ถกผู้เชี่ยวชาญเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนรุกขกร เตรียมจัดทำฐานข้อมูล-คู่มือมาตรฐานการดูแลต้นไม้เขตเมือง

วันนี้ (30 เมษายน) เวลา 08.30 น. ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมร่วมกับกลุ่มรุกขกร (ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลต้นไม้) เพื่อหารือแนวทางในการยกระดับการบริหารจัดการต้นไม้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ชัชชาติ ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียว โดยระบุว่า ต้นไม้ เปรียบเสมือนพลเมือง ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การตัดแต่ง การล้อมย้าย ไปจนถึงการบำรุงรักษา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กทม. ยังคงเผชิญกับข้อท้าทายหลายประการ อาทิ ผลกระทบจากการดำเนินโครงการก่อสร้างที่ทำลายต้นไม้ การขาดมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงาน และการดูแลที่ยังคงมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ อาชีพรุกขกรในประเทศไทยยังอยู่ในภาวะขาดแคลน เนื่องจากการสอบวัดมาตรฐานมีความเข้มข้นสูง จึงจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมและฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทักษะทางวิชาชีพนี้จะสามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้เสริมนอกเวลาราชการได้ และจะเป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเข้าสู่วิชาชีพนี้มากยิ่งขึ้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงแนวทางการดำเนินงานและข้อเสนอที่สำคัญหลายประเด็น ประกอบด้วย:
⚈ การผลักดันข้อบัญญัติและกฎระเบียบ: เพื่อรองรับการล้อมย้ายและตัดแต่งต้นไม้ โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้าง ซึ่งจะต้องมีการกำหนดให้ผู้ดำเนินโครงการมีส่วนรับผิดชอบในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
⚈ การพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ: ส่งเสริมการสอบใบประกอบวิชาชีพรุกขกร เพื่อยกระดับทักษะและมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
⚈ การจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน: เพื่อสร้างมาตรฐานการดูแลต้นไม้ที่เป็นแนวทางเดียวกัน นำไปปรับใช้ในทุกสำนักงานเขต
⚈ การจัดทำฐานข้อมูล (Big Data): รวบรวมข้อมูลต้นไม้ขนาดใหญ่และต้นไม้สำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อใช้ในการดูแลรักษาอย่างเป็นระบบ และสามารถนำไปต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศหรือส่งเสริมการท่องเที่ยว
⚈ การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน: จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และโครงสร้างการทำงานของรุกขกรให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจ

เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับเครือข่ายรุกขกร ทำการรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนางานด้านการดูแลต้นไม้ของ กทม. ในระยะต่อไป

"ต้นไม้คือหัวใจของเมือง การปลูกอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูแลให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ขอให้ทุกคนช่วยกันเสนอแนวทาง พัฒนางาน และสร้างมาตรฐานร่วมกัน เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่มากขึ้น" ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ตัวแทนกลุ่มรุกขกร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

28/04/2026
24/04/2026

10 ปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของป่าไม้ทั่วโลก
การดำรงอยู่ของผืนป่าและวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันกับป่า ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัย ‘โครงสร้าง’ ที่มองไม่เห็นอย่างระบบธรรมาภิบาลที่มั่นคง สิทธิในที่ดินและทรัพยากรที่ได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง ตลอดจนเงื่อนไขทางการเงินและตลาดที่เอื้อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี จนเกิดคำถามสำคัญว่า ความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น อาจกำลังเคลื่อนไปเร็วกว่าระบบกำกับดูแล การมีส่วนร่วม และกลไกคุ้มครองที่มีอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับปี 2026 ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามอง โดยผ่านกระบวนการระดมความเห็นผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบในระดับนานาชาติ เพื่อคัดกรองและระบุ 10 ประเด็นเกิดใหม่ ที่คาดว่าจะกำหนดทิศทางของป่าไม้ทั้งโลกและชีวิตผู้คนในทศวรรษข้างหน้า ประเด็นทั้งหมดประกอบไปด้วย
1. ความช่วยเหลือจากประเทศพัฒนาแล้วลดลง
2. การขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี AI และการเชื่อม ต่ออินเทอร์เน็ตที่ขยายตัวขึ้น
3. ความต้องการทองคำและแร่ธาตุสำคัญเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
4. การเพิ่มขึ้นของลัทธิอำนาจนิยมและการลดลงของพื้นที่ทางสังคม
5. การขยายตัวของตลาดคาร์บอน ท่ามกลางความกังวลของความน่าเชื่อถือ
6. ค่านิยม บรรทัดฐาน และระบบการกำกับดูแลป่าไม้ในระดับนานาชาติ
7. การเกิดขึ้นของกลไกเงินทุนโดยตรงแก่ชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น
8. ผลกระทบระดับโลกจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหภาพยุโรป
9. ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ของสหภาพแอฟริกาเพื่อปฏิรูปภาคเกษตรและอาหาร
10. อนาคตที่ไม่แน่นอนของป่าฝนแอมะซอน
หมายเหตุ ประเด็นปัญหาทั้ง 10 ข้อด้านล่างนี้ไม่ได้เรียงลำดับตามความสำคัญ
ประเด็นทั้งสิบข้อที่ระบุไว้ชี้ให้เห็นว่า ทศวรรษที่ใกล้เข้ามาเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการบริหารจัดการป่าไม้และวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับป่าไม้ โดยมีนัยสำคัญที่อาจขยายไปไกลกว่าปี 2035
แรงผลักดันทางการเมือง การเงิน เทคโนโลยี ที่เสี่ยงต่อการเร่งการสูญเสียป่าไม้และทำให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น อาจสนับสนุนเส้นทางที่เท่าเทียมและยั่งยืนมากขึ้นภายใต้การจัดการที่แตกต่างกัน
การลงมือทำตามสัญญาณใหม่เหล่านี้ อาจไม่สามารถรับประกันได้ว่าป่าไม้จะไม่ถูกทำลาย แต่การไม่ลงมือทำอะไรเลยจะทำให้ปัญหารุนแรงมากยิ่งขึ้นและเป้าหมายห่างไกลออกไปจนยากจะแก้ไข
อ่านเนื้อหาโดยละเอียดที่ https://www.seub.or.th/bloging/news/global-news/2026-103/

ที่อยู่

46 หมู่1 ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี
Ko Phangan
84280

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Arbor Building Consultantsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์