29/06/2022
ขอย้ำ ... ต้นเหตุของปัญหาการออกแบบก่อสร้างอันดับต้นๆ สำหรับงานขนาดเล็กหรืองานบ้าน
ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกคนทั้งหมดนี้ มันเป็นไปไม่ได้ แต่ให้รู้ไว้ว่าต้องมีคนรับหน้าที่แทน เพราะงานไม่ได้หายไปไหน ถ้าข้ามไปไม่ได้ทำ มันจะไปงอกเป็นปัญหาอื่นแทน ให้เตรียมรับความเสี่ยงนั้นครับ 😎
ใครเป็นใครทำอะไรบ้าง
ในงานออกแบบก่อสร้างอาคาร มีใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่ละคนมี “มุมมองแตกต่าง” กันอย่างไร ทั้งที่เป็นงานเดียวกัน มีเป้าหมาย (purpose) เดียวกัน
1) “สถาปนิก” มองลักษณะการใช้งาน การใช้ชีวิตของผู้ใช้อาคาร มีพื้นที่และ space ที่พอดีมีความหมาย ความเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างห้องต่างๆ และทางเดิน ได้แสงธรรมชาติและการระบายอากาศเพียงพอเหมาะสม ความดูดีมีรสนิยม มีความงามทางสถาปัตยกรรม ทั้งด้านรูปทรง สัดส่วน เส้นสาย แสงเงา และเนื้อที่เว้นว่าง ผู้ใช้อาคารเข้าไปอยู่แล้วมีความสะดวกสบาย มีความสุข
2) “ซินแส” ดูที่ตั้ง ทิศทางของที่ดิน ดูวันตกฟากของเจ้าของและครอบครัว เพื่อหาตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ ที่ตั้งตัวอาคาร ทางเข้า ประตู หน้าต่าง ห้องน้ำ ชักโครก ห้องครัว บันได ด้วยเชื่อว่าจะเป็นพลังส่งเสริมให้ชีวิตมีความปลอดภัย แข็งแรง เจริญรุ่งเรือง ลูกหลานประสบความสำเร็จในการเรียน การงาน และชีวิต
3) “วิศวกรโครงสร้าง” มองโครงสร้างฐานราก เสา คาน พื้น โครงหลังคา ว่าไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แข็งแรงปลอดภัยดี เลือกประเภทโครงสร้างให้เหมาะสมพอดีกับแบบสถาปัตย์ ไม่สิ้นเปลืองแบบไร้เหตุผล แต่ก็ปลอดภัยในระยะยาวๆ
4) “วิศวกรงานระบบ” มองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ประปา สื่อสาร และปรับอากาศ ให้มีน้ำไหลไฟสว่างแอร์เย็นเน็ตแรงถูกสุขอนามัย ออกแบบให้ท่อ สาย เครื่อง ถัง มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ สามารถใช้งานได้สะดวก มีความสุขแบบยาวๆ ไม่ปวดหัวจุกจิก
5) “ผู้อนุญาตให้ก่อสร้าง” เน้นเรื่องความปลอดภัย สุขอนามัย ทั้งต่อผู้ใช้อาคาร เพื่อนบ้าน และสิ่งแวดล้อม ดูแลให้การออกแบบไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามบทบัญญัติของกฎหมาย
6) “เจ้าของบ้าน” มองประโยชน์ใช้สอยตรงกับความต้องการ มีความสะดวก ความสวยงาม งานเรียบร้อย อยู่แล้วรวย รุ่งเรือง โชคดี มีความสุข ใช้งบประมาณได้เหมาะสมคุ้มค่าในการลงทุน ไม่รอนานเกินเหตุ
7) “ฝ่ายการเงิน” ของเจ้าของบ้านมองว่าต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไร ต้องเตรียมเงินในแต่ละเดือนไว้กี่มากน้อย งานจึงจะราบรื่นได้ไม่สะดุด ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ต้องไม่มากไม่น้อยเกินไปจนทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยและโอกาสโดยไม่จำเป็น
8 “ผู้รับเหมา” มองความชัดเจนครบถ้วนของแบบก่อสร้าง ระยะเวลาที่เพียงพอกับการจัดการ ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม มีข้อมูลเพียงพอให้ทำงบประมาณได้ถูกต้องซึ่งจะทำให้เหลือกำไร มองเห็นขั้นตอน อุปสรรคและความเสี่ยง ดูว่าเจ้าของสามารถจ่ายค่าจ้างได้ตามกำหนดเวลา
9) “Project Manager” หรือ “PM” หรือ “ตัวแทนเจ้าของโครงการ” มองความสำเร็จที่ปลายทาง จึงต้องมองทุกเรื่องที่กล่าวมา ต้องมีความเข้าใจมุมมองของผู้เกี่ยวข้องทุกคน เพราะมีหน้าที่ประสานทุกฝ่ายให้ทำงานสอดประสานกัน เหมือนเป็น conductor ในวง orchestra และเป็นกรรมการตัดสินเมื่อเกิดความขัดแย้ง โดยยึดวัตถุประสงค์ (purpose) ที่เจ้าของโครงการกำหนดเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผน และมีหน้าที่ทำงานให้สำเร็จ
10) "Cost Planner" หรือ "QS" หรือ "นักวางแผนต้นทุน" มองงบประมาณหรือต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเกินงบหรือบานปลายอาจทำให้โครงการสะดุด ล้ม ไม่สำเร็จได้ จึงเป็นผู้วางงบประมาณตั้งแต่ริเริ่มโครงการไว้อย่างเหมาะสม เป็นไปได้ ใกล้เคียงความเป็นจริงให้มากที่สุด แล้วคอยประเมิน ปรับสัดส่วนงบไปตามขบวนการออกแบบ คอยเตือนว่าสิ่งใดเหมาะหรือไม่เหมาะกับงบที่วางไว้ หรือหากอยากได้จะต้องเพิ่มเท่าไร หรือจะลดอะไรดี เป็นผู้ประเมินราคาที่ผู้รับเหมาเสนอ ตรวจสอบสัญญา ตลอดจนการจ่ายเงิน ให้มีความเหมาะสม ไม่ต่ำไม่สูงเกินจนเป็นปัญหา นักวางแผนต้นทุนจะช่วย PM ให้สามารถทำงานได้ราบรื่นและสำเร็จ
เมื่อเข้าใจมุมมองของแต่ละคน การเลือกผู้ร่วมงานและการบริหารจัดการการออกแบบก่อสร้างจึงจะเป็นไปได้อย่างถูกต้องราบรื่น
เมื่อมีความขัดแย้งทางความคิดเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิด และส่วนใหญ่เกิดจากการมองคนละมุมตามข้อจำกัดความรับผิดชอบของแต่ละคน (ข้อจำกัด เช่น กฎหมาย งบประมาณที่ได้รับ ความต้องการของลูกค้า สภาพหน้างาน เป็นต้น)
เรื่องนี้แก้ง่ายๆ ด้วยการพยายามเข้าใจมุมมองข้อจำกัดของคนอื่น แล้วปรับของเราให้ไปเจอกัน โดยเอาประโยชน์และเป้าหมาย (purpose) ของลูกค้าหรือเจ้าของเป็นศูนย์กลาง (customer centric)