บ้านสวนวิวดอย ลำพูน

บ้านสวนวิวดอย ลำพูน โครงการบ้านสวนวิวดอย ใกล้ตัวเมืองลำพูน และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย พร้อมวิวธรรมชาติที่สวยงาม

บ้านสวนวิวดอย ลำพูน 🌿🏡ที่ดินบรรยากาศสงบ ใกล้ชุมชน เดินทางง่ายเหมาะกับคนที่อยากมีพื้นที่ไว้ปลูกบ้าน ทำบ้านสวน หรือซื้อเก็...
14/06/2026

บ้านสวนวิวดอย ลำพูน 🌿🏡

ที่ดินบรรยากาศสงบ ใกล้ชุมชน เดินทางง่าย
เหมาะกับคนที่อยากมีพื้นที่ไว้ปลูกบ้าน ทำบ้านสวน หรือซื้อเก็บไว้เป็นทรัพย์สิน

📍 ใกล้ร้านของชำ
🌊 ใกล้สวนน้ำหละปูน
🛒 ใกล้โซนตลาดวังตาล มีทั้งตลาดสด, 7-Eleven, โลตัส, บิ๊กซีมินิ และ MR.DIY
🏭 ใกล้นิคมเครือสหพัฒน์ประมาณ 5–6 กม.
🚗 เข้าเมืองลำพูนประมาณ 7 กม.

สงบแบบบ้านสวน แต่ไม่ไกลจากของกิน ของใช้ และแหล่งงาน ✨

⛳️ พิกัด https://maps.app.goo.gl/G7VMxmL7gZCG4eGAA
☎️ 083-947-8440, 091-771-4366
🟩 Line: https://lin.ee/F02GqWU

14/06/2026

#สรุป รู้จัก “ลำพูน” จังหวัดเล็กๆ แต่เป็นที่สุด ทั้งรายได้ประชากรสูงสุดของภาคเหนือและอยู่ต้นๆ ของประเทศ บ้านเมืองและการเมืองสะอาดที่สุด ผู้คนออกไปเลือกตั้งมากสุด 15 ปีติด จากเมืองผ่านไปเชียงใหม่ที่ถูกมองข้าม กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ถูกจับตาว่า ทำไมคนเมืองมีระบบสังคมที่แข็งแรง
“ลำพูน” ดินแดนแห่งอาณาจักรโบราณ “หริภุญชัย” ที่สถาปนาเมื่อราว 1,200 ปีก่อน อู่อารยธรรมที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อนการถือกำเนิดของอาณาจักรล้านนาหลายร้อยปี
ปัจจุบันลำพูนเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ขั้นกลางระหว่าง 2 นครใหญ่แห่งเมืองเหนืออย่าง “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” และ “เขลางค์นครลำปาง” ที่ผู้คนซึ่งเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือมักจะมองข้าม เพราะจากตัวเมืองลำพูนไปถึงเชียงใหม่ มีระยะทางเพียง 34 กม. เท่านั้น ใช้เวลาไม่เกิน 20-30 นาทีก็ได้สัมผัสความเจริญของอดีตราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนา และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจากทั่วทุกสารทิศ
แต่ด้วยกระแสการท่องเที่ยวลำพูนที่เฟื่องฟูในช่วงไม่กี่ปีนี้ ทำให้ลำพูนกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการท่องเที่ยวที่ต้อง “ตั้งใจมาให้ได้” สลัดตำแหน่ง "เมืองทางผ่าน" ให้เป็น "เมืองต้องแวะ" และกำลังต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความเป็นล้านนาที่ยังไม่ถูกปรุงแต่งมากเกินไปจากอิทธิพลท่องเที่ยวเข้มข้นแบบเชียงใหม่ รวมทั้งความสโลว์ไลฟ์ และความอบอุ่นในแบบฉบับ “คนเมียง” ที่เริ่มเหือดหายไปตามการพัฒนาของวัตถุนิยม
แต่ใช่ว่าลำพูนรอพึ่งพาการท่องเที่ยวเพื่อสร้างการรับรู้ของผู้คนภายนอกเพียงเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ลำพูนเป็นจังหวัดที่มีความเป็นที่สุดหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และรายได้ประชาชน
🔵 ที่สุดของจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวประชากรสูงติดท็อปของประเทศ
หลายคนคิดว่า เชียงใหม่ที่เป็นเมืองหลวงของภาคเหนือ ศูนย์กลางความเจริญและการพัฒนาทุกด้านจะเป็นเมืองที่ประชาชนมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ยสูงที่สุดของภาค แต่ในความเป็นจริงแล้ว รายได้เฉลี่ยของชาวลำพูนกลับสูงเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ โดยอยู่ที่ 230,000 – 240,000 บาทต่อคนต่อปี ทิ้งห่างเชียงใหม่ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 150,000 - 160,000 บาทต่อคนต่อปีอย่างเห็นได้ชัด และนับว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศอีกด้วย
สาเหตุที่ทำให้ชาวลำพูนมีรายได้สูง เนื่องจากเป็นจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศเป็นรองเพียงนิคมฯ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล นิคมฯ ในภาคตะวันออก และนิคมฯ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ลำพูน มีโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม 73 แห่ง มีการจ้างงานราว 35,000 ตำแหน่ง มูลค่าการลงทุน 164,000 ล้านบาท ถือเป็นแหล่งรวมอุตสาหกรรมประเภทเทคโนโลยีขั้นสูง และชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูง
ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ที่นี่ โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด สร้างรายได้มหาศาลให้กับจังหวัด จากการผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และไอซี
ทั้งยังมีโรงงานผลิตเลนส์และอุปกรณ์ออพติคอล ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และหน่วยความจำ แผ่นพิมพ์วงจรไฟฟ้าและมอเตอร์ขนาดเล็กสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยางและพลาสติกสำหรับรถยนต์ อุปกรณ์สายไฟและชุดสายสัญญาณในรถยนต์ เป็นต้น
สำหรับรายชื่อบริษัทรายใหญ่ที่คนทั่วไปคุ้นหูที่ตั้งอยู่ที่นิคมฯ ลำพูน เช่น
🔹Murata ผู้ผลิตตัวเก็บประจุและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก
🔹Hana Microelectronics โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร
🔹Fujikura ผลิตสายไฟและอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงานและการสื่อสาร
นอกจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกและเทคโนโลยีแล้ว ยังมีโรงงานผลิตสินค้าที่ต้องอาศัยความละเอียด ปราณีตขั้นสูงอย่างอัญมณี การเจียระไนพลอยและเพชร และการผลิตตัวเรือนเครื่องประดับเงินและทองอีกด้วย
ลำพูนเป็นฐานการผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะแบรนด์ยุโรป เช่น "Pandora" แบรนด์เครื่องประดับชื่อดังระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งตั้งโรงงานหลักผลิตอัญมนีที่ใหญ่ที่สุดในนิคมฯ ลำพูน เครื่องประดับของแบรนด์ที่วางขายทั่วโลกก็ถูกผลิตและประกอบด้วยมือ (Hand-finished) จากฝีมือคนไทยที่โรงงานในลำพูนแห่งนี้
รวมทั้ง "Gems Pavilion" แบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงของไทยที่ก้าวไกลไปในระดับสากล ก็มีฐานการผลิตและสตูดิโอสร้างสรรค์งานอยู่ในจังหวัดลำพูนเช่นกัน โดยเน้นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงและการฝังอัญมณีที่ซับซ้อน
ยังไม่รวมแบรนด์ในกลุ่มบริษัทผู้รับจ้างผลิต (OEM/ODM) อีกมากมาย ที่มีโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ที่เป็นผู้ผลิตให้กับแบรนด์หรูในยุโรปและอเมริกา ซึ่งแบรนด์เหล่านั้นมักไม่เปิดเผยชื่อโรงงานผู้ผลิตเนื่องจากเหตุผลทางธุรกิจ แต่ฐานการผลิตเหล่านี้อยู่ในลำพูนทั้งสิ้น
การที่แบรนด์เครื่องประดับชั้นนำของโลกเลือกมาตั้งโรงงานที่ลำพูน ไม่ใช่ปัจจัยเรื่องค่าแรงที่ไม่สูง แต่เป็นเพราะฝีมือการทำเครื่องประดับของคนลำพูนนั้นหาตัวจับยาก อันเป็นมรดกตกทอดมาจากจากบรรพบุรุษที่ทำให้ช่างลำพูนและช่างภาคเหนือมีพื้นฐานทางด้านศิลปะและงานฝีมือที่ละเอียดอ่อน
นอกจากนี้ ยังมีโรงงานกลุ่มอาหารและแปรรูปเกษตรโดยเฉพาะลำไยและลิ้นจี่ที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของลำพูน
โรงงานผลิตเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูป เช่น “มาม่า” ของ บมจ. ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ รวมทั้ง “เลย์” ขนมมันฝรั่งจาก บจ. เป็บซี่ โค ก็ตั้งโรงงานที่ลำพูนเพื่อผลิตส่งออกและจำหน่ายในประเทศ
ไม่เพียงแค่โรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม ลำพูนยังมีโรงงานที่ตั้งนอกเขตนิคมฯ อีก 382 แห่ง เกิดการจ้างงาน 48,353 ตำแหน่ง มูลค่าการลงทุน 54,994 ล้านบาท
รวมมูลค่าการลงทุนในภาคอุตสากรรมทั้งจังหวัดสูงถึง 218,994 ล้านบาท เกิดการจ้างงานเกือบ 90,000 ตำแหน่ง หรือราว 1 ใน 4 ของประชากรทั้งจังหวัด ทำให้เศรษฐกิจการจับจ่ายใช้สอยในลำพูนคึกคักมากจนเผื่อแผ่ไปถึงจังหวัดเชียงใหม่
การที่ลำพูนมีนิคมอุตสาหกรรม ทำให้สามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีท้องที่ (Local Tax) เพิ่มเติม ซึ่งลำพูนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีประสิทธิภาพในการเก็บภาษีสูงมาก โดยเฉพาะภาษีที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม
โดยรายได้จัดเก็บเองในระดับเทศบาลเมืองและท้องถิ่น เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย จัดเก็บได้จริงรวมกว่า 30-40 ล้านบาทต่อปี
ส่วนภาษีจัดสรร คือภาษีที่รัฐบาลเก็บแล้วแบ่งคืนให้ท้องถิ่น เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ในส่วนนี้ลำพูนได้รับจัดสรรประมาณ 270 - 280 ล้านบาทต่อปี
ทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน (อบจ. ลำพูน) สามารถจัดทำงบประมาณรายจ่ายในปี 2569 ได้สูงถึง 690 ล้านบาท รวมกับภาษีที่จัดเก็บเองในท้องที่ด้วยราว 300 - 320 ล้านบาท
ทำให้ลำพูนมีการจัดสรรงบประมาณมากกว่า 1,010 ล้านบาท แม้อาจจะดูไม่เยอะหากเทียบกับจังหวัดหัวเมืองหลักอื่นๆ ของประเทศ แต่ด้วยการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นำงบประมาณไปใช้ในโครงการต่างๆ กว่า 350 โครงการได้ทั่วทั้งจังหวัด
🔵 แชมป์จังหวัดที่สะอาดที่สุดของประเทศ 5 ปี
แม้ลำพูนจะเป็นเมืองนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ แต่กลับเป็นจังหวัดที่สะอาดที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
หากนับสถิติจากการประกวด "จังหวัดสะอาด" ระดับประเทศ ในกลุ่มจังหวัดขนาดเล็ก ที่จัดโดยกระทรวงมหาดไทย ลำพูนถือเป็นเจ้าของสถิติที่ยากจะหาใครมาล้มได้ โดยสามารถครองแชมป์ได้ถึง 5 ปี
ครองแชมป์ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน คือ พ.ศ. 2560, 2561 และ 2562
และกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในปี พ.ศ. 2565 และปีล่าสุดคือ พ.ศ. 2566
หัวใจสำคัญที่ทำให้ลำพูนรักษามาตรฐานได้ไม่ใช่แค่การเก็บขยะให้หมดไป แต่คือการใช้กลไก "จังหวัดสะอาด" ผ่านเกณฑ์การตัดสินที่เข้มงวดใน 3 ด้านหลักคือ
1️⃣ ด้านการบริหารจัดการ : มีแผนงานชัดเจนตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงหมู่บ้าน โดยการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง
ลำพูนโดดเด่นมากในเรื่องการคัดแยกขยะในระดับครัวเรือน โดยใช้หลักการ 3ช (ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่)
🔹ขยะเปียก : เกือบทุกบ้านจะมี "ถังขยะเปียกลดโลกร้อน" เพื่อทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง
🔹ขยะรีไซเคิล : มีระบบธนาคารขยะในชุมชนที่เข้มแข็งมาก
🔹ขยะอันตราย : มีจุดรวบรวมที่ชัดเจนและนำไปกำจัดอย่าง
2️⃣ ด้านการปฏิบัติ : ความสำเร็จของลำพูนไม่ได้มาจากคำสั่งจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน ผ่านพลังของ "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน)
ผู้นำชุมชนและพระสงฆ์ มีส่วนอย่างมากในการรณรงค์และเป็นต้นแบบเพื่อให้ผู้คนทำตามได้ง่าย
นอกจากนี้จิตสำนึกรักษ์บ้านเกิดของคนลำพูนที่มีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตนเองจากการเป็นเมืองเก่าหริภุญชัย ทำให้เกิดความรู้สึกอยากดูแลบ้านเมืองให้สวยงามอยู่เสมอ
3️⃣ ด้านผลสัมฤทธิ์ : นโยบาย "ลำพูนเมืองสะอาด" ที่ทำอย่างต่อเนื่องโดยภาครัฐในพื้นที่ผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ทำเป็นพักๆ เพื่อเป็นอีเวนท์กระแส
แต่มีการตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะเป็น "จังหวัดสะอาด ปราศจากโฟม" (Say No to Foam) และมีการติดตามผลในทุกระดับตำบลและหมู่บ้าน
ทำให้ปริมาณขยะที่ส่งไปกำจัดที่ปลายทางลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะคนในพื้นที่คัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ตั้งแต่ที่บ้าน
ด้วยการเป็นจังหวัดขนาดเล็ก แต่อยู่ใกล้เมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ ลำพูนจึงมีจังหวะชีวิตที่สโลว์ไลฟ์กว่า ผู้คนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเป็นระเบียบ ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านความสะอาดของหน้าบ้านและถนนหนทาง
แม้แต่ในปี 2563 - 2564 จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ลำพูนก็ยังคงรักษามาตรฐานความสะอาดในระดับต้นๆ ของประเทศมาโดยตลอด จนกลายเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ เข้ามาศึกษาดูงาน
🔵 ที่สุดของ “Politically Active Citizen” พลเมืองที่ตื่นตัว ตื่นรู้ทางการเมือง
คนลำพูนนับว่าเป็นพลเมืองมีความเป็น "Active Citizen" สูงมาก ครองแชมป์จังหวัดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดในประเทศอย่างต่อเนื่อง 15 สมัยติดต่อกัน เฉลี่ยราว 80-85% ของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในจังหวัด สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศที่ราว 75% ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจที่ชาวหริภุญชัยต่างใส่ใจต่อการเมือง เพราะมันส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของคนลำพูนโดยตรง
1️⃣ ศักดิ์ศรีดีกรีแชมป์ และความตื่นตัวทางการเมือง : สำหรับคนลำพูน การเป็นอันดับ 1 ของประเทศในเรื่องการเลือกตั้งกลายเป็นความภูมิใจระดับจังหวัดไปแล้ว เมื่อมีสถิติค้ำคอว่าครองแชมป์มา 15 สมัยติดต่อกัน ทั้งการเลือกตั้งใหญ่ทั้ง ส.ส., ส.ว. และการลงประชามติ
หรือแม้แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นอย่าง อบจ., สจ., สท., อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คนลำพูนมีส่วนร่วมกับการออกไปใช้สิทธิลงคะแนนอย่างคึกคักทั้งสิ้น ผู้คนในพื้นที่มีความตื่นตัวสูงมาก เพราะไม่อยากเสียแชมป์ให้กับจังหวัดอื่น เช่น พัทลุง หรือเพชรบุรี ที่เป็นคู่แข่งตามมาเป็นแย่งบันลังก์แชมป์เสมอ
2️⃣ ปัจจัย "ไม่ไกลบ้าน" และตลาดงานในพื้นที่ : นักรัฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า ลำพูนมีลักษณะทางประชากรที่พิเศษคือ มีคนทำงานทำอยู่ในถิ่นเกิดจำนวนมาก เพราะลำพูนมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้คนวัยแรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้ย้ายถิ่นฐานไปไกล แต่ทำงานอยู่ในจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียงอย่างเชียงใหม่
สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ครอบครัวไม่แหว่งกลาง ต่างจากหลายจังหวัดที่พ่อแม่ต้องทิ้งลูกไว้กับตายายเพื่อไปทำงานกรุงเทพฯ คนลำพูนส่วนใหญ่ยังอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ทำให้การออกไปเลือกตั้งทำได้ง่ายและพร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนเป็นกิจกรรมร่วมของครอบครัว และการคุยกันเรื่องการเมืองในครอบครัวของคนลำพูนถือเป็นเรื่องปกติ
3️⃣ การรณรงค์แบบ "เคาะประตูบ้าน" : เครือข่ายภาคประชาชนและท้องถิ่นในลำพูนเข้มแข็งมาก มีการรณรงค์ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน โดยใช้กลไกของ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และมีการให้รางวัลอำเภอสะอาด อำเภอประชาธิปไตย สำหรับพื้นที่ที่มีผู้มาใช้สิทธิสูง ทำให้เกิดการแข่งขันเชิงบวกระหว่างชุมชน
เพราะฉะนั้น คนลำพูนมองว่า การไปเลือกตั้งคือ "หน้าที่และศักดิ์ศรี" ของชาวเมืองหริภุญชัย ที่พวกเขาจะละเลยไม่ได้ และทำให้ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ลำพูนจะได้คนที่มาทำงานเพื่อประชาชนอย่างที่ต้องการ ถ้าทำดีก็ชื่นชม ทำไม่ดีก็ด่าได้เต็มปากแบบไม่ถูกครอบงำและควบคุมจากฝั่งการเมือง
🔵 ที่สุดของหนึ่งในทีมฟุตบอลที่เลื่อนชั้นขึ้นสู่ “ไทยลีก” เร็วที่สุด
สโมสรฟุตบอล ลำพูน วอริเออร์ (Lamphun Warriors) หรือฉายา "ราชันโคขาว" เป็นตัวแทนที่โดดเด่นในด้านกีฬา ซึ่งก็ตั้งสโมสรเมื่อปี 2554 โดยเริ่มจากการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 (โซนภาคเหนือ) ซึ่งเป็นลีกลำดับที่ 3 ของไทยในขณะนั้น
จุดประสงค์หลักคือการสร้างทีมฟุตบอลอาชีพที่เป็นตัวแทนของชาวจังหวัดลำพูนอย่างแท้จริง แต่ใช้เวลาไม่นานก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยลำพูน วอริเออร์ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในลีกล่าง (ดิวิชั่น 2 หรือไทยลีก 3) ยาวนานเกือบ 10 ปี จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารครั้งสำคัญในช่วงปี 2562-2563 ที่ทำให้ทีมขยับเพดานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
🔹ฤดูกาล 2020/21: คว้าแชมป์ไทยลีก 3 (ระดับประเทศ) และเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ได้เป็นครั้งแรก
🔹ฤดูกาล 2021/22: สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีก 2 ทันทีในปีแรกที่ขึ้นมา ทำให้เลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 1 (Thai League 1) ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
เหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าลำพูนเลื่อนชั้นเร็วมาก เป็นเพราะ 10 ปีแรก พวกเขาเป็น "ยักษ์หลับ" ในลีกภูมิภาคที่เกือบจะเลื่อนชั้นได้หลายครั้งแต่พลาดไป
จนกระทั่งมีการเปลี่ยนมือผู้บริหารและอัดฉีดงบประมาณในช่วงปี 2563 ทำให้ทีมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และพุ่งพรวดคว้าแชมป์ 2 ลีกติดต่อกันใน 2 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากในยุคที่ฟุตบอลไทยมีการแข่งขันสูงเช่นนี้
ปัจจุบันทีมใช้สนาม แม่กวงสเตเดียม (องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน) เป็นรังเหย้า ซึ่งมีบรรยากาศการเชียร์ที่อบอุ่นและเป็นเอกลักษณ์ของชาวลำพูน
แม้จะเป็นทีมเล็กแต่กลับดึงนักเตะฝีเท้าดีจากทั่วโลกมาร่วมทีมได้ เช่น
🔹 อาลี ซิสโซโก้ (Aly Cissokho) อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติฝรั่งเศส และสโมสรดังอย่าง ลิเวอร์พูล, ลียง และบาเลนเซีย เขาเป็นกัปตันทีมคนสำคัญที่พาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 1 และยังคงค้าแข้งกับทีมในฤดูกาลปัจจุบัน (2025/26)
🔹 เฆฟเฟรน ซัวเรซ (Jeffrén Suárez) อดีตเด็กปั้นเทพของ บาร์เซโลนา ยุคเป๊ป กวาร์ดิโอลา เขาเคยทำประตูในนัด "เอล กลาซิโก้" มาแล้ว เจฟเฟรนย้ายมาสร้างความฮือฮาให้กับลำพูนในช่วงที่ทีมอยู่ไทยลีก 2 และช่วยพาทีมขึ้นสู่ลีกสูงสุด
🔹 วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ (Victor Cardozo) ปราการหลังจอมถล่มประตูชาวบราซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในกองหลังที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยลีก
ส่วนนักเตะไทยชื่อดังที่มีดีกรีทีมชาติไทยหลายคนก็เป็นส่วนหนึ่งของลำพูน วอริเออร์ เช่น
🔹 อนันต์ ยอดสังวาลย์ ปีกดาวรุ่งทีมชาติไทยที่สร้างชื่อมาจากการเล่นฟุตบอลเดินสาย ก่อนจะถูกลำพูนดึงตัวมาปลุกปั้นจนกลายเป็นตัวหลักของสโมสรและก้าวไปติดทีมชาติชุดใหญ่
🔹 สิโรจน์ ฉัตรทอง อดีตกองหน้าทีมชาติไทยชุดแชมป์อาเซียน ซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่และเป็นขวัญใจแฟนบอล
🔹 มิก้า ชูนวลศรี กองหลังลูกครึ่งไทย-เวลส์ อดีตนักเตะทีมชาติไทยที่เคยมาค้าแข้งกับทีม และปัจจุบันยังคงมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาให้กับสโมสร
🔹 นนท์ ม่วงงา ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์ ซึ่งเป็นกำลังหลักในด่านสุดท้ายของทีม
🔹 อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ กองกลางกัปตันทีมที่ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอจนมีชื่อก้าวไปติดทีมชาติไทยในช่วงที่ผ่านมา
ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นระบบและการเสริมทัพนักเตะฝีเท้าดีทั้งไทยและต่างชาติ ทำให้ปัจจุบันลำพูน วอริเออร์ กลายเป็นทีมที่น่าจับตามองและสู้กับทีมใหญ่ในไทยลีกได้อย่างสนุก
นี่คือจังหวัดเล็กๆ ที่คนมองข้าม แต่วันนี้ลำพูนกลายเป็นจุดสนใจในแสงสปอตไลท์ที่ใครๆ ต่างอยากรู้ว่า คนจังหวัดนี้เขาทำอะไร ทำไมถึงแม้จะเล็ก แต่ภายในกลับซ่อนความแข็งแกร่งทั้งภาคสังคม ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเมือง นั่นเอง

ที่อยู่

Lamphun
51000

เบอร์โทรศัพท์

+66839478440

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านสวนวิวดอย ลำพูนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์