27/03/2025
ภาษีการรับ การให้
รู้ก่อนวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน! เจาะลึก "ภาษีการรับให้" หลังประเด็นร้อนการเมือง!
จากกระแสการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ ส.ส.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้หยิบยกเรื่อง "ภาษีการรับให้" ของคุณแพทองธาร ชินวัตรมาพูดถึง ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยและอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีตัวนี้กันมากขึ้น มาดูกว่าภาษีนี้ คือ อะไร เกี่ยวข้องกับใครบ้าง และมีรายละเอียดอย่างไร!
"ภาษีการรับให้" หรือที่เรียกอีกชื่อว่า "ภาษีการให้" (Gift Tax) เป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่รัฐจัดเก็บจากมูลค่าของทรัพย์สินที่เราได้รับมาโดยเสน่หา หรือเป็นการให้เปล่าจากบุคคลอื่นในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งผู้ให้และผู้รับอาจจะเป็นใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติ หรือเพื่อน
ทำไมต้องมีภาษีการรับให้? วัตถุประสงค์หลักของภาษีนี้คือ เพื่อป้องกันการวางแผนถ่ายโอนทรัพย์สินก่อนเสียชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยง "ภาษีการรับมรดก" ถ้าไม่มีภาษีการรับให้ คนที่มีทรัพย์สินเยอะๆ อาจจะทยอยให้ทรัพย์สินลูกหลานก่อนตายแทนที่จะปล่อยให้เป็นมรดก ทำให้รัฐเสียรายได้ การมีภาษีการรับให้จึงเป็นการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายและสร้างความยุติธรรมในการเก็บภาษี
ใคร คือ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี และต้องเสียเมื่อไหร่ เท่าไหร่?
กรณีให้อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน, บ้าน, คอนโด): กฎหมายกำหนดชัดเจนว่า ผู้ที่ทำการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์จะเป็นผู้เสียภาษี โดยเฉพาะเจาะจงในกรณีที่ พ่อ หรือ แม่ โอนให้ ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย เท่านั้น (ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม)
โดยจะเสียภาษีในอัตรา 5% ของมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ต่อลูก 1 คนต่อปี โดยจะเสียภาษีตอนจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน หรือผู้โอนจะเลือกนำมูลค่าส่วนที่เกินนี้ไปรวมคำนวณกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปีก็ได้
กรณีให้สังหาริมทรัพย์ (เงินสด, หุ้น, รถ, ทอง, เครื่องประดับ): ผู้ที่ได้รับ (ผู้รับ) จะเป็นผู้เสียภาษี โดยมีเกณฑ์ดังนี้:
ถ้าได้รับจาก บุพการี (พ่อแม่, ปู่ย่าตายาย, ทวด), ผู้สืบสันดาน (ลูก, หลาน, เหลน), หรือ คู่สมรส: ถ้ามูลค่ารวมกันทั้งปีภาษีเกิน 20 ล้านบาท ส่วนที่เกินจะเสียภาษี 5% ผู้รับสามารถเลือกได้ว่าจะเสียภาษี 5% โดยไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่น หรือจะนำไปรวมเพื่อคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติก็ได้
ถ้าได้รับจาก บุคคลอื่นๆ ที่ไม่ใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส (เช่น ลุง, ป้า, น้า, อา, เพื่อน): ถ้ามูลค่ารวมกันทั้งปีภาษีเกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่เกินจะเสียภาษี 5% และผู้รับก็มีสิทธิ์เลือกวิธีเสียภาษีได้เช่นกัน
กฎหมายนี้เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่? 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
การทำความเข้าใจเรื่อง "ภาษีการรับให้" เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การส่งต่อทรัพย์สินระหว่างคนในครอบครัวมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และวางแผนการเงินในระยะยาวได้อย่างเหมาะสม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการยกเว้น ตัวอย่างการคำนวณ และขั้นตอนการยื่นภาษีได้ในบทความนี้เลย! …. https://bit.ly/efinGiftTax
#ภาษีการรับให้ #ภาษีมรดก #วิโรจน์ลักขณาอดิศร #แพรทองธารชินวัตร #สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย