16/07/2023
ซื้อบ้านหรือเช่าบ้าน มองกันยาวววว ยาวววว
เห็นข่าวคนร่อนเร่นอนข้างถนนในประเทศตะวันตกที่เราว่ากันว่าเจริญแล้ว ร่ำรวยกว่าเรา ชีวิตทุกด้านดูดีกว่าเรา ก็อดถามในหมู่คนรู้จักไม่ได้ว่า ยังไงกันแน่ หนักหนาขนาดไม่มีบ้านอยู่เลยเหรอ
ก็รู้ว่า ตกงาน ไม่มีเงินเดือนก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน
ตอนนี้พวกเราบางคนที่เคยตกงาน คงทำงานกันหมดแล้ว หรือไม่เราก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง กลับบ้านต่างจังหวัด
ส่วนต่างประเทศ ได้คำตอบอีกแบบในข่าวโทรทัศน์ว่า "บ้านไม่มี และไม่เคยมี เพราะเช่าบ้านอยู่มาตลอด วันหนึ่งโดนขี้นค่าเช่าบ้าน ๒๐% ถ้าไม่ยอมรับค่าเช่าใหม่ ก็ขนของออกไปเลย”
ขึ้นค่าเช่า ๒๐% นี่มันเกินกำลังของเงินเดือนที่มี ไม่มีที่ไปก็ไปข้างถนน
ที่นั่นค่าเช่าขึ้นรุนแรงมาก เพราะเจ้าของอาคารเช่าต่างๆ เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัยพ์ เขาไม่มีใจ ไม่มีความจำเป็นต้องได้ค่าเช่ารายเดือนจากทุกคนทุกเดือน เขารอได้ เขาตั้งราคาที่เขาจะได้กำไรดีที่สุด และยอมรับว่าจะมีห้องว่างจำนวนหนึ่ง (ดีกว่าลดค่าเช่า แล้วมีคนเช่าเต็ม)
คิดแบบนี้กลับเป็นปัญหาต่อคนเช่าบ้าน
ใครที่กำลังคิดดังๆ ว่า เช่าบ้านดีกว่าซื้อบ้าน เพราะไม่อยากเสียเงินให้ธนาคารเป็นค่าดอกเบี้ย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเงินเสียเปล่า ควรคิดให้รอบด้าน ก่อนจะตัดสินใจ
นี่คือมุมมองอีกมุมหนึ่ง
๑. คนโบราณเลือกมีทรัพย์สินประเภทที่ดินและบ้าน เพราะบ้านเป็นความมั่นคงของชีวิต ยังไงๆ ขอให้มีที่ซุกหัวนอนเป็นของตนเอง ตกยากอย่างไรก็ยังมีที่ตั้งต้นใหม่ ไม่ต้องไปนอนข้างถนน
ผู้บริหารประเทศสมัยดิฉันทำงานอยู่ก็คิดเช่นนั้น นอกจากเป็นความมั่นคงของชีวิต แล้วยังเป็นความมั่นคงของสังคมอีกด้วย ดังนั้นจะมีนโยบายสนับสนุนให้คนที่สร้างครอบครัวมีที่ มีบ้านของตนเอง มีการตั้งธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อให้กู้ระยะยาว มีการเคหะสร้างบ้านราคาถูก ในเมืองต่างๆ และต่อมาธนาคารพาณิชย์ก็ให้กู้ยาวๆ ด้วยเช่นกัน
๒. ไม่ว่าจะเช่าบ้านหรือผ่อนบ้าน ก็มีคนกลางได้กำไร ผ่อนบ้านกับสถาบันการเงินต้องจ่ายดอกเบี้ย เช่าบ้านจากใคร คนนั้นก็ต้องได้กำไร (แบบเดียวกับธนาคารได้ดอกเบี้ย) ส่วนที่แตกต่างก็คือผ่อนบ้านจบแล้วได้บ้านเป็นของตนเอง เช่าบ้านเมื่อไหร่ๆ ผู้ให้เช่าก็คือเจ้าของกรรมสิทธิ์บัานนั้น
การผ่อนบ้าน อาจจะแพงกว่าการจ่ายค่าเช่านิดเดียว บางคนจึงเลือกผ่อนบ้านแทนเช่าบ้าน ประมาณว่าเท่ากับว่าเช่าบ้านตัวเองอยู่ (หมายความว่าซื้อที่ผ่อนได้พอตัว ไม่ใช่เงินเดือนน้อยแล้วซื้อคฤหาสน์)
๓. บางคนคิดว่าซื้อบ้านเป็นภาระ ไม่คล่องตัวถ้าต้องย้ายงาน ย้ายที่อยู่ไปจังหวัดอื่น บางคนก็เลยไม่คิดมีบ้าน แต่บางคนคิดต่างออกไป เขาอยู่ห้องเช่าหรือบ้านเช่า หรือซื้อบ้านเล็กๆ ในเมือง แต่มีที่ดินและบ้านในต่างจังหวัด หรือชานเมืองด้วย ซึ่งระหว่างที่ยังทำงานกินเงินเดือนอยู่ หรือโลดโผนอยู่ในวงการธุรกิจ ที่นอกเมืองนั้นทำได้หลายอย่าง เช่น
ก. ทิ้งไว้เฉยๆ
ข. ทำสวนเป็นรายได้เสริม
ค. ให้คนอื่นเช่าไปทำการเกษตร ได้เงินมาเป็นเงินเก็บ
พอตนเองเกษียณก็กลับไปอยู่ต่างจังหวัด มีชีวิตสบายๆ
๔. ราคาบ้านและที่ดินสู้เงินเฟ้อได้ดี
ก. ราคาที่ดินในเมืองขึ้นเร็วมาก เพราะเศรษฐกิจของเมืองเติบโต และเพราะถนนหนทางที่ดีขึ้นด้วย ซื้อเมื่อวานถูกกว่าซื้อวันนี้ ช่วงเมืองเติบโต หลายคนที่เป็นเศรษฐี มีฐานความมั่งคั่งมาจากที่ดิน
ข. อสังหาริมทรัพย์เป็น inflation hedge ที่ดี ราคามักลอยขึ้นทันเงินเฟ้อ
๕. ถ้ามีคนบอกว่า จำเป็นต้องเอาเงินไปทำกิจการก่อน ก็ได้เหมือนกันนะ แต่ต้องไม่ลืมว่า บ้านคือสินทรัพย์ที่ธนาคารมองว่าเป็นความมั่นคงของลูกหนี้ และพฤติกรรมการผ่อนบ้านสม่ำเสมอ ก็แสดงความเป็นลูกหนี้ที่ดี ผ่อนบ้านไประยะหนึ่งแล้ว เอาไปวางค้ำประกันเงินกู้ได้ด้วย ได้ดอกเบี้ยต่ำลงหรือวงเงินสูงขึ้นกว่าคนไม่มีเครดิต ซึ่งไม่แน่ว่าจะกู้เงินได้
นอกจากจะเป็นความมั่นคงแล้ว บ้านยังเป็นที่ออมเงิน และเป็นรวงรังที่พักใจอีกด้วย
คิดให้ครบๆ นะ ก่อนจะตัดสินใจจะเป็นคนไม่อยากมีบ้าน
ขอบคุณบทความดีๆ จาก knowledge plus by คุณนวพร