10/06/2026
พอร์ตสินทรัพย์รอการขายของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ แบม ทะยานสู่ระดับ 41,046 ล้านบาท เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนว่าการยึดทรัพย์ในภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเกิดขึ้นในอัตราเร่ง ปรากฏการณ์นี้สวนทางกับความเชื่อทั่วไปที่ว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังคงมีสภาพคล่องหมุนเวียนได้ดีตามปกติ แต่ในความเป็นจริง มูลค่าการยึดทรัพย์สะสมที่สูงขนาดนี้กำลังบ่งชี้ถึงวิกฤตกำลังซื้อฐานรากอย่างรุนแรง
โครงสร้างหนี้ครัวเรือนไตรมาส 4 ปี 2568 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ดาต้าเชิงลึกจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติชี้ให้เห็นข้อมูลที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ปริมาณหนี้เสียพุ่งแตะ 1.31 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.45% จากไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็นสัดส่วน 9.59% ของสินเชื่อรวมทั้งหมดในระบบ
กลไกการเกิดหนี้เสียไหลลามจากสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 25 ปี ที่มีพฤติกรรมการบริโภคตามเทรนด์ออนไลน์ ขึ้นไปกัดเซาะสินเชื่อก้อนใหญ่อย่างสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้กลุ่มสินเชื่อที่ค้างชำระ 31-90 วัน หรือกลุ่มสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ มีมูลค่าสะสมสูงถึง 480,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.51% ของสินเชื่อรวม ซึ่งพร้อมจะกลายเป็นหนี้เสียก้อนใหม่ในอนาคตอันใกล้
เมื่อภาคครัวเรือนขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง สินทรัพย์จึงถูกยึดผ่านกระบวนการทางกฎหมายไหลเข้ามาเป็นทรัพย์สินรอการขายในตลาดรวมมากกว่า 700,000 ยูนิต โดยกลุ่มราคาต่ำกว่า 3,000,000 บาท มีสัดส่วนทะลักเข้ามามากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงสุดและผ่อนชำระต่อไม่ไหว ในขณะที่ซัพพลายบ้านมือสองล้นตลาด ดีมานด์กลับถูกแช่แข็งด้วยมาตรการสกัดความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินพุ่งสูงทุบสถิติถึง 70% ในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3,000,000 บาท ขณะที่วงเงินกู้เกิน 3,000,000 บาท มีอัตราการอนุมัติเหลือเพียง 50% เท่านั้น ความเข้มงวดนี้ส่งผลให้โครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์ที่ถูกยึดของแบมจำนวน 41,046 ล้านบาท แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยสูงถึง 23,324 ล้านบาท และอาคารพาณิชย์ 10,339 ล้านบาท โดยกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 15,096 ล้านบาท
วิกฤตการยึดทรัพย์ครั้งนี้กลับกลายเป็นขุมทรัพย์และโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ของกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่มีกระแสเงินสดหนาแน่น ตัวเลขพันธมิตรที่เซ็นสัญญากวาดซื้อทรัพย์มือสองล็อตใหญ่ไปรีโนเวตเพื่อขายต่อเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 ราย เป็นมากกว่า 10 รายในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นโมเดลที่ทำกำไรได้เร็วกว่า มีต้นทุนการจัดหาต่ำกว่า และได้ทำเลศักยภาพสูงในเมืองที่ไม่มีที่ดินเปล่าเหลือให้พัฒนาโครงการใหม่แล้ว
Bangkok Commercial Asset Management PCL | 2026 | Financial Performance and NPA Portfolio Q1/2026 | Stock Exchange Disclosure
#หนี้ครัวเรือน #หนี้เสีย #บ้านมือสอง #ทรัพย์NPA #บริหารสินทรัพย์ #อสังหาริมทรัพย์ #วิเคราะห์เศรษฐกิจ #ข้อมูลเครดิตบูโร #ยอดปฏิเสธสินเชื่อ #การเงินภาคครัวเรือน #รีโนเวตบ้าน #ทำเลทอง #สภาพคล่อง #การลงทุนอสังหา