23/08/2022
🙋♀️ จะซื้อบ้าน ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร? โครงการ มีทีมให้คำปรึกษา ช่วยแนะนำคุณ “วางแผนก่อนซื้อบ้าน” และมีบริการดำเนินการด้านสินเชื่อฟรี!!
1. วางแผนและตรวจเช็กเงินออมของตัวเอง ✅
อันดับแรก ก่อนซื้อบ้านต้องมีเงินออม ผู้ซื้อ ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 10%-30% ของราคาที่อยู่อาศัย เพื่อใช้จ่ายต่าง ๆ ในระหว่างขั้นตอนการซื้อบ้าน เนื่องจากตามหลักเกณฑ์ LTV (Loan to Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทย
- เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์
- เพื่อไว้จ่ายส่วนต่างในกรณีที่ขอสินเชื่อไม่ได้ตามวงเงินที่ต้องการ อาทิ
ต้องการกู้ 3 ล้าน แต่ธนาคารให้กู้เพียง 2.5 ล้าน แปลว่ามีส่วนต่างที่ต้อง
จ่าย 5 แสนบาท เป็นต้น
- เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน
2. ประเมินรายได้ ศักยภาพ และคุณสมบัติผู้กู้ 👩💼
เนื่องจากการตัดสินใจซื้อบ้านสักหลังเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต ถ้าเลือกโครงการที่ชอบ บนทำเลที่ตรงใจได้แล้ว ผู้ซื้อควรเลือกที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับรายได้ด้วย หลังจากนั้น สำรวจภาระค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินหาความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน และทำการขอวงเงินกู้ให้สอดคล้องกับรายได้ ไม่ว่าจะกู้คนเดียว หรือกู้ร่วม ไม่ควรเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่ราคาสูงเกินไป โดยควรคำนวณให้พอเหมาะกับกำลังของเราว่ามีภาระรายจ่ายอะไรบ้าง และมีความสามารถในการผ่อนชำระได้เท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระที่หนักมากจนเกินไป
Checklist 💁♀️
คุณสมบัติ ที่คนกู้บ้านต้องรู้
เพราะทำให้ธนาคารอนุมัติวงเงิน ได้ 70-100% ของราคาซื้อขาย
- มีรายได้ที่แน่นอน
- พนักงานประจำ รายได้ขั้นต่ำ 10,000 บาท/เดือน
- เจ้าของกิจการหรือฟรีแลนซ์ รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
- อายุระหว่าง 20-70 ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)
- มีประวัติรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ
- ไม่มีประวัติหนี้เสีย
3. ตรวจเครดิตบูโร เคลียร์หนี้ ก่อนยื่นกู้ 🧑💻
หลังจากตรวจเช็กคุณสมบัติผู้กู้อย่างละเอียดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเคลียร์หนี้สิน โดยเฉพาะหนี้การผ่อนสินค้าให้หมดก่อนยื่นกู้ ซึ่งควรทำล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือน เพราะระยะเวลาดังกล่าว ธนาคารต่างๆ จะส่งรายงานให้เครดิตบูโร เพื่อแสดงว่าเคลียร์หนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเพิ่งไปเคลียร์ก่อนยื่นกู้ไม่กี่วัน ข้อมูลอาจจะยังไม่แสดง ทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าเล็กน้อย
ในกรณีมีประวัติเป็นหนี้คงค้าง สถาบันการเงินจะส่งข้อมูลตามจริงมายังเครดิตบูโร สำหรับผู้ที่ยังไม่จ่าย สถาบันการเงินอาจประเมินว่ามีโอกาสที่จะขาดความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต ส่วนกรณีที่เคยมีประวัติค้างชำระ และเพิ่งเคลียร์ก่อนกู้ไม่นาน โอกาสจะกู้ไม่ผ่านก็สูงเช่นกัน ส่วนกรณีที่เคลียร์เรียบร้อยแล้วมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จะยังมีลุ้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่อนุมัติสินเชื่อ
Checklist 🥰
สำคัญก่อนยื่นกู้
- เคลียร์หนี้ต่างๆ โดยเฉพาะหนี้การผ่อนสินค้าให้หมดก่อนขอยื่นกู้ 3-6
เดือน
- ก่อนยื่นกู้ 3 เดือน ไม่ควรสร้างหนี้ผ่อนสินค้าใดๆ
- หากมีประวัติผ่อนดาวน์ที่ดี ไม่ค้างชำระจะมีโอกาสได้รับพิจารณามากขึ้น
Tips 🤩
ก่อนกู้ต้องรู้ พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงยื่นกู้ไม่ผ่าน?
- มีประวัติค้างชำระ และยังไม่เคลียร์ให้เรียบร้อย
- มีประวัติค้างชำระ และเพิ่งเคลียร์ก่อนกู้ไม่นาน
เพราะสถาบันการเงินจะส่งข้อมูลการชำระตามจริงมายังเครดิตบูโร โดยธนาคารผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาให้สินเชื่อจากพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีต และประเมินว่าผู้กู้จะมีโอกาสผิดชำระหนี้ในอนาคตหรือไม่
ดังนั้นควรมีวินัยในการชำระหนี้ต่างๆ ให้ดี จ่ายเต็มจำนวน ไม่จ่ายขั้นต่ำ และไม่คงค้างชำระ ข้อห้ามสำคัญก่อนยื่นกู้ 3 เดือน คือไม่ควรรีบไปผ่อนสินค้าใดๆ เลย จะผ่อนเล็ก ผ่อนน้อยก็ไม่ควรเด็ดขาด เพราะจะตัดโอกาสในการได้วงเงินตามเป้าหมาย
4. จัดระเบียบรายการเดินบัญชี แจกแจงรายได้ 📑
Tips 😉
เทคนิคสร้างบัญชีรายได้เพื่อเป็นหลักฐานการขอกู้ให้ผ่านง่าย
สำหรับฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการ และคนที่ไม่มีสลิปเงินเดือน
ฟรีแลนซ์ / ผู้ประกอบการ 👩🦰
- สร้างหลักฐานให้มีรายรับชัดเจน ควรนำเงินเข้าบัญชีต่อเนื่อง อย่างน้อย 6-
12 เดือนก่อนยื่นกู้
- พนักงานที่ไม่มีสลิปเงินเดือน
สร้างประวัติรายได้ โดยนำเงินเข้าบัญชีต่อเนื่อง อย่างน้อย 6-12 เดือน
ก่อนยื่นกู้
💚 สำหรับคนที่มีอาชีพอิสระ เพียงแค่มีรายได้ไม่แน่นอนก็กู้ยากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าไม่มีประวัติรายได้ผ่านบัญชีธนาคารเลย โอกาสในการกู้ผ่านเท่ากับ 0 ทีเดียว ดังนั้นคนที่ทำอาชีพอิสระควรนำเงินเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่อง และทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเก็บไว้ (เอาให้ชัวร์ควรมีอย่างน้อย 6-12 เดือนก่อนยื่นกู้) เพื่อใช้เป็นเอกสารด้านรายได้ประกอบการยื่นสินเชื่อ
👩🏫 ส่วนคนที่เป็นพนักงานประจำ แต่ไม่มีสลิปเงินเดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานในกิจการของครอบครัว ห้างหุ้นส่วน โดยรับเงินเดือนเป็นเงินสด ควรสร้างประวัติรายได้ด้วยการนำเงินสดเข้าบัญชีทุกเดือน อย่างน้อย 6-12 เดือนก่อนยื่นกู้
5. เตรียมเอกสารให้พร้อม ก่อนยื่นกู้ ✅
ถ้าผู้กู้เตรียมเอกสารทุกอย่างครบ ทั้งเอกสารเกี่ยวกับรายได้ เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน เอกสารประวัติรายได้ รายการเดินบัญชีอย่างน้อย 3-6 เดือน ฯลฯ เอกสารเกี่ยวกับผู้กู้ ทั้งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อ หรือการสมรส ฯลฯ ก็จะได้รับผลอนุมัติที่เร็วขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : แสนสิริ 🙏
#บ้านสวนสไตล์อังกฤษ #บ้านสวนสระบุรี #หนองแค #บ้านสระบุรีหนองแค #บ้านสระบุรี #บริการด้านสินเชื่อฟรี #วางแผนก่อนซื้อบ้าน