20/05/2026
https://www.facebook.com/share/p/1Nd1mM84F9/
Thailand Is Safe Haven
ข่าวที่ออนไลน์ไม่ลง
ข่าวที่ไปไม่ถึงคนไทย
ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมี “ข่าวดี” ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นมากมาย แต่กลับแทบไม่ถูกพูดถึงอย่างจริงจังในสังคมไทย ทั้งที่หลายเรื่องถือเป็นสัญญาณเชิงบวกครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี เรากำลังถกเถียงกันในรายละเอียดเล็ก ๆ ด่ากันเองในประเด็นรายวัน จนบางครั้งมองไม่เห็นว่า “ภาพรวมของประเทศ” กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น .
โลกกำลังเผชิญสงคราม เศรษฐกิจโลกผันผวน ราคาพลังงานแกว่งตัว เงินเฟ้อกดดันหลายประเทศ นักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาพื้นที่ปลอดภัยในการลงทุน และท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น ประเทศไทยกลับเริ่มถูกพูดถึงในฐานะ “Safe Haven” หรือพื้นที่ปลอดภัยทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนี่ไม่ใช่คำพูดปลอบใจตัวเอง แต่สะท้อนผ่านตัวเลข ความเห็นของสถาบันจัดอันดับเครดิตระดับโลก และเม็ดเงินลงทุนจริงที่กำลังไหลเข้าประเทศไทย .
รู้ไหมครับว่า วันนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือดีขึ้น ท่ามกลางโลกที่หลายประเทศกำลังถูกลดอันดับเครดิตหรือถูกตั้งคำถามเรื่องเสถียรภาพทางการคลัง ขณะเดียวกัน R&I บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำจากญี่ปุ่น ก็ยังคงอันดับเครดิตประเทศไทยไว้ที่ระดับ A- พร้อมมุมมอง Stable หรือ “มีเสถียรภาพ” สะท้อนชัดเจนว่า ในสายตาของโลก ไทยยังถูกมองว่าเป็นประเทศที่ฐานะการเงินต่างประเทศแข็งแรง มีทุนสำรองสูง ระบบการคลังยังบริหารจัดการได้ และยังมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว .
สิ่งสำคัญคือ การได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันจัดอันดับเครดิต ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่มันส่งผลจริงต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ เพราะยิ่งประเทศมีความน่าเชื่อถือสูง ต้นทุนการกู้เงินของประเทศก็ต่ำลง นักลงทุนต่างชาติก็กล้าลงทุนมากขึ้น บริษัทข้ามชาติกล้าเข้ามาตั้งฐานการผลิตมากขึ้น และท้ายที่สุดมันจะเชื่อมโยงไปถึงการจ้างงาน รายได้ และโอกาสใหม่ ๆ ของคนไทยทั้งประเทศ .
ขณะเดียวกัน ภาคการส่งออกของไทยก็กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เดือนมีนาคม 2569 ไทยส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่ากว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 1 ล้านล้านบาทในเดือนเดียว เติบโตถึง 18.7% และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องถึง 21 เดือนติดกัน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยในยุคที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบางและการแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน .
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น คือ “โครงสร้าง” ของการส่งออกไทยกำลังเปลี่ยนไป ไทยไม่ได้โตจากสินค้าเดิมเพียงอย่างเดียว แต่กำลังได้แรงหนุนจากสินค้าเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบ AI และ Data Center ที่ทั่วโลกกำลังต้องการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หมายความว่า ประเทศไทยกำลังเริ่มเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้มากขึ้น และกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain เทคโนโลยีระดับโลก .
ในเวลาเดียวกัน ภาคเกษตรและอาหารของไทยก็ยังแข็งแรง ทุเรียน มังคุด อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป และสินค้าเกษตรหลายชนิดยังขยายตัวได้ดีในตลาดโลก นี่คือข้อพิสูจน์ว่า ไทยยังคงมีจุดแข็งเรื่อง “อาหาร” และ “ความมั่นคงทางอาหาร” ซึ่งกำลังกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของโลกในยุคที่หลายประเทศเริ่มเผชิญปัญหาด้านภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหารมากขึ้นเรื่อย ๆ .
อีกหนึ่งข่าวดีที่สำคัญมาก แต่คนไทยจำนวนมากอาจยังไม่ทันสังเกต คือเรื่อง “การลงทุน” วันนี้ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านบาทไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่สิ้นเดือนพฤษภาคม ขณะที่ข้อมูลการลงทุนจริง รวมถึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ในไตรมาสแรกของปี 2569 ก็มีมูลค่ากว่า 2.6 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 18% .
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอะไร ? มันสะท้อนว่า แม้คนไทยจำนวนหนึ่งอาจมองเศรษฐกิจด้วยความกังวล แต่นักลงทุนระดับโลกกลับกำลัง “ซื้ออนาคตประเทศไทย” พวกเขากำลังมองเห็นศักยภาพบางอย่างที่ยังอยู่ในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ทำเลที่ตั้ง ความสามารถของแรงงานไทย หรือศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค .
แน่นอนว่า ไทยยังมีปัญหาอีกมาก ทั้งหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพที่สูง สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงแรงกดดันจากราคาพลังงานโลก ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็ควรมองความจริงอีกมุมด้วยว่า ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ประเทศไทยยังคงรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเอาไว้ได้ และเริ่มมีสัญญาณบวกหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งเครดิตประเทศ การส่งออก การลงทุน และความเชื่อมั่นจากต่างชาติ .
อาจเป็นเพราะ “ข่าวดีเดินทางช้ากว่าความขัดแย้ง” เราจึงเห็นดราม่าทุกวัน แต่ไม่ค่อยเห็นการพูดถึงตัวเลขที่กำลังสะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังเติบโต และเรายังมีโอกาสอีกมากรออยู่