มองไปอนาคต

มองไปอนาคต ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก มองไปอนาคต, อสังหาริมทรัพย์, Mueang, Nonthaburi.

เพจนี้ สร้างขึ้นเพื่อแบ่งปันหลักคิด และเกร็ดความรู้ต่างๆ เพราะชีวิตคนเรานั้นมันไม่ง่าย มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เราก็จะสามารถทำให้เรื่องที่มันไม่ง่ายนั้นให้ “เรียบง่าย” ได้ไม่ยากเลย

คำพูด ไม่มีรส ไม่มีสี และไม่มีกลิ่นคำพูด บางครั้งทำให้คนตายได้ คำพูด ทำให้คนท้อแท้ หมดหวัง ล้มเลิกได้หรือบางคนต้องยอมแพ้...
19/09/2026

คำพูด ไม่มีรส ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น
คำพูด บางครั้งทำให้คนตายได้
คำพูด ทำให้คนท้อแท้ หมดหวัง ล้มเลิกได้
หรือบางคนต้องยอมแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง
ยังไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ หรือลงมือทำเลย
เพราะคำพูดของใครบางคน โดยเฉพาะคนใกล้ตัว
คำพูดคนมีหลายลักษณ
บางคนพูดเหมือนหวังดี แต่ประสงค์ร้าย
บางคนหวังดี แต่สื่อสารในทางลบ
บางคนรักเรา เป็นห่วงเราจริงๆ แต่ขาดประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ
เลยพูดกับเรา จากประสบการณ์ของเขา แต่มันทำให้เราไม่กล้าไปต่อ
หยุดวงจรเหล่านี้ได้ด้วย
การมีสติ ศึกษารายละเอียดในเรื่องนั้นๆ ที่เราอยากทำ
ศึกษาให้รู้จริง แล้วลองลงมือทำ อาจจะลองผิดลองถูกในเบื้องต้น
แต่ผลลัพธ์ของมัน จะอธิบายทุกอย่างให้เราเอง ขอแค่อย่าใจร้อน
อย่าด่วนสรุป
.
ได้เกิดเป็นคน จะทำอะไร ต้องทำให้สุด
ไม่ใช่ทำแค่ครึ่งๆกลางๆ แล้วบอกว่ามันไม่เวิร์ก ล้มเลิกไปก่อน
คือ…ไปไม่สุด สุดท้ายเลยต้องเป็นเหมือนกับคำพูด ที่คนอื่นเขาพูดไว้จริงๆ
ตัวเรา คือ พยานของตัวเองที่ดีที่สุด
เรียนรู้ ฝึกฝน ประเมิน พัฒนา
จงเชื่อมั่นในตัวเอง

15/09/2026
5 กับดัก ของคนที่ชอบพัฒนาตัวเอง1.คิดว่ารู้มากจะทำให้เปลี่ยนชีวิต จริงๆความรู้เป็นสิ่งที่ที่ดี แต่การที่จะเปลี่ยนชีวิตได้...
12/09/2026

5 กับดัก ของคนที่ชอบพัฒนาตัวเอง

1.คิดว่ารู้มากจะทำให้เปลี่ยนชีวิต
จริงๆความรู้เป็นสิ่งที่ที่ดี แต่การที่จะเปลี่ยนชีวิตได้จริง คือ การเอาความรู้ไปเผชิญ หลายคนเขาใช้การเรียนรู้เพื่อหนี หนีความกลัวบางอย่างในชีวิตของตัวเอง หนีความรับผิดชอบ เขาเรียนๆ สะสมไว้ แต่ไม่ลงมือทำสุดท้ายมันก็ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้จริงๆสักที

2.ฉันยังรู้ไม่พอ
ฉันต้องรู้มากกว่านี้ ซึ่งทั้งหมดขับเคลื่อนจากความกลัวทั้งหมดเลย จริงๆคนที่เขาสำเร็จเขาเริ่มในวันที่เขาไม่พร้อม ความรู้เป็นสิ่งที่ดีแต่เราเอาความรู้นั้น ลงมือทำไปเลย แล้วค่อยมาดูว่าเรายังขาดอะไร เราค่อยไปเรียนเพิ่มไม่ใช่หลับหูหลับตาเรียนไปเรื่อย แล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยังขาดอะไร

3.มักคิดว่าปัญหาอยู่ที่พฤติกรรม
เช่น เขารู้สึกว่า เขาไม่มีวินัย เลยไปฝึกเรื่องวินัย รู้ว่าไม่มีความรู้ทางการเงิน ฉันจะไปฝึกเรื่องการเงิน แต่จริงๆแล้วคนที่เขามีปัญหา แล้วเขาแก้ถูกจุด คือ เขาไปแก้ที่กระดุมเม็ดแรกนั่นคือ Mindset & เป้าหมาย เขาจะมี Mindset ที่ถูกต้องกับการพัฒนาตัวเองและมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า เขาจะทำไปเพื่ออะไรไม่งั้นเรียนให้ตายสุดท้าย ข้างในก็ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดี

4.เข้าใจผิดว่าฉันต้องมี Passion ก่อน
ฉันจะตามหา Passion ฉันต้องมี Passion ฉันถึงจะประสบความสำเร็จได้ ฉันถึงจะมีความสุขในชีวิต ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่เลย ในความเป็นจริง Passion เกิดขึ้นทีหลังลงมือทำ คุณต้องลงมือทำบางอย่างก่อน แล้วคุณค่อยเห็นว่าคุณทำได้ จังหวะที่คุณเห็นการแก้ปัญหา Overcome (เอาชนะ,ฝ่าฟัน) สำเร็จ ตอนนั้นมันจะเกิดความศรัทธาในตัวเอง แล้วค่อยจะทำให้รู้จักคำว่า Passion
5.คนที่ชอบพัฒนาตัวเองส่วนใหญ่ ชอบพุ่งมาเรียนเพื่อไปพัฒนาคนอื่น
ฉันจะเรียนการสื่อสารเพื่อไปแก้คนนั้น ฉันจะเรียนเพื่อไปให้อภัยคนนี้ ฉันจะเรียนเพื่อก้าวข้ามความโกรธคนนั้น ซึ่งมันผิดหมดเลยในความเป็นจริงแล้วเราต้องเรียนเพื่อเอาไปพัฒนาตัวเอง ในคลาสการสื่อสาร เรามีรูปแบบการสื่อสารเป็นแบบไหน เราอยากปรับแก้จุดไหน เราให้อภัยคนอื่นได้ เราให้อภัยตัวเองหรือยัง อยากเมตตาคนอื่น เคยเมตตาตัวเองไหม เวลาที่เราเรียนไปแล้ว แต่ยังนั่งโกรธตัวเองอยู่ เราทำร้ายตัวเองไปขนาดไหนแล้ว ฉะนั้นการพัฒนาตัวเองที่ถูกต้อง คือ เริ่มจากกระดุมเม็ดแรก เราจะเห็นชัดเลยว่ามันคือ 80/20 80% คือพัฒนาภายใน 20% พัฒนา Skill แต่คนส่วนใหญ่มักทำสลับกัน โดยเอา 80% ไปพัฒนาสิ่งอื่นก่อน สุดท้ายก็ล้มเหลวเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นถ้าอยากพัฒนาตัวเอง ต้องรู้จักตัวเอง ต้องเข้าใจตัวเอง และเริ่มต้นให้ถูกต้อง ตั้งแต่กระดูกเม็ดแรก

หนังสือ "พ่อรวยสอนลูก" (Rich Dad Poor Dad) ของ Robert T. Kiyosaki สรุปแก่นความคิดสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างวิธีคิดเรื...
30/08/2026

หนังสือ "พ่อรวยสอนลูก" (Rich Dad Poor Dad) ของ Robert T. Kiyosaki สรุปแก่นความคิดสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างวิธีคิดเรื่องเงินของคนส่วนใหญ่ (พ่อชนชั้นกลาง/พ่อจน) กับคนรวย (พ่อรวย) ออกเป็น 6 บทเรียนหลัก ดังนี้
1. คนรวยไม่ทำงานเพื่อเงิน (แต่ให้เงินทำงานให้)
พ่อจน: คิดว่าการทำงานหนัก รับเงินเดือน และไต่เต้าในองค์กรคือความมั่นคง แต่สุดท้ายมักตกอยู่ใน "วงจรหนูถีบจักร" (Rat Race) คือ ยิ่งหาเงินได้มาก รายจ่ายและหนี้สินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม
พ่อรวย: มองว่าเงินคือเครื่องมือ ใช้เวลาและสมองสร้างระบบหรือสินทรัพย์เพื่อทำเงินให้เรา แม้กระทั่งยามที่เรานอนหลับ
2. รู้จักความแตกต่างระหว่าง "สินทรัพย์" และ "หนี้สิน"
หัวใจสำคัญที่สุดของความฉลาดทางการเงิน (Financial Literacy) คือการแยกสองสิ่งนี้ให้ออก:
สินทรัพย์ (Assets): สิ่งที่ "เอาเงินเข้ากระเป๋าเรา" เช่น หุ้น, พันธบัตร, อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า, ลิขสิทธิ์ หรือธุรกิจที่ไม่ต้องเข้าไปบริหารเอง
หนี้สิน (Liabilities): สิ่งที่ "ดึงเงินออกจากกระเป๋าเรา" เช่น บ้านที่คุณอยู่อาศัยเอง (เพราะมีค่าบำรุงรักษา/ภาษี/ดอกเบี้ย), รถยนต์ส่วนตัว, บัตรเครดิต

หลักการ: คนรวยมุ่งเน้นการสะสม "สินทรัพย์" ในขณะที่คนชนชั้นกลางมักสะสม "หนี้สิน" โดยเข้าใจผิดว่าเป็นสินทรัพย์
3. ใส่ใจใน "ธุรกิจของคุณเอง" (Mind Your Own Business)
การทำงานประจำคือการสร้างธุรกิจให้ "คนอื่น" (เจ้าของบริษัท) และสร้างรายได้ให้ "รัฐ" (ภาษี)
คุณควรรักษางานประจำไว้เพื่อสร้างรายได้สุทธิ จากนั้นนำเงินไปลงทุนและสร้าง "พอร์ตสินทรัพย์" ของตัวเองขึ้นมาอย่างจริงจัง
4. ความรู้เรื่องภาษีและพลังของนิติบุคคล
คนธรรมดา: ทำงาน -> โดนหักภาษี -> นำเงินที่เหลือไปใช้จ่าย
นิติบุคคล/บริษัท (ที่คนรวยใช้): ทำงาน -> นำรายได้ไปใช้จ่ายและลงทุน -> จ่ายภาษีจากเงินที่เหลือ
การมีความรู้ด้านกฎหมาย ภาษี การลงทุน และบัญชี จะช่วยปกป้องสินทรัพย์และทำให้เงินทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
5. คนรวยสร้าง "โอกาส" และ "เงิน" ขึ้นมาเอง
ความรู้ทางการเงิน (Financial IQ) เกิดจากการผสมผสาน 4 ด้าน: การบัญชี, การลงทุน, ความเข้าใจตลาด, และกฎหมาย
ในโลกจริง คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มีแค่ความรู้ แต่คือคนที่มี "ความกล้าหาญ" คนรวยจะฝึกมองหาโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น และกล้าคำนวณความเสี่ยง (Calculated Risk)
6. ทำงานเพื่อ "เรียนรู้" อย่าทำงานเพื่อ "หาเงิน"
อย่าเลือกงานเพียงเพราะได้เงินเดือนเยอะ แต่ให้เลือกงานจาก "ทักษะที่จะได้รับ"
ทักษะสำคัญที่สุดที่ทุกคนควรมีคือ การสื่อสาร, การขาย, การตลาด และ การบริหารจัดการ (บริหารเงินหมุนเวียน, บริหารคน, และบริหารเวลา)
สรุปเป้าหมายสูงสุดของหนังสือ:
มุ่งเน้นให้เปลี่ยนจาก E (Employee - ลูกจ้าง)
หรือ S (Self-Employed - ทำงานให้อาชีพตัวเอง/ธุรกิจส่วนตัว)
ไปสู่การเป็น B (Business Owner - เจ้าของธุรกิจที่มีระบบ)
หรือ I (Investor - นักลงทุน) เพื่อบรรลุอิสรภาพทางการเงิน
ไม่ใช่การทำงานเพื่อเงิน แต่ใช้เงินให้ทำงานแทนเรา

ที่อยู่

Mueang
Nonthaburi
11000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มองไปอนาคตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์