20/06/2022
บ้าน-คอนโด-ที่ดิน ใกล้รถไฟฟ้า มูลค่าเกิน 50 ลบ. อาจต้องจ่าย #ภาษีลาภลอย เพิ่มขึ้น หลังคลังเตรียมนำมาปัดฝุ่นอีกรอบ และพร้อมจัดเก็บหากรัฐบาลไฟเขียว
อ่านเพิ่ม https://wp.me/p1YZB1-3nWr
อสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้า อาจไม่ได้เป็นข้อได้เปรียบเสมอไป เนื่องจากในอนาคตเจ้าของอาจต้องแบกรับ “ภาษีลาภลอย” ที่จะถูกเก็บเพิ่มอีก 5% ของมูลค่าที่ดิน ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ตามแนวรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง สนามบิน ท่าเรือ หรือโครงการสาธารณูปโภคตามที่กฎหมายกำหนด
ล่าสุด นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายภาษีลาภลอย (Windfall tax) ที่กระทรวงการคลังได้เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และหากรัฐบาลมีเหตุผลที่จะต้องดำเนินการเก็บภาษีในส่วนนี้ ก็พร้อมจะทำได้
วัตถุประสงค์ของร่างกฎหมายนี้ : เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษีและสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนสาธารณูปโภคของรัฐ ที่ส่งผลให้ราคาที่ดินในบริเวณรัศมีโครงการสาธารณูปโภคปรับราคาสูงขึ้น
สำหรับ #ภาษีลาภลอย หรือ พ.ร.บ.ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ (Windfall Tax) ถูกนำมาพิจารณาในช่วง 3-4 ปีก่อน ซึ่งคลังได้อนุมัติร่างพรบ.ภาษีลาภลอย ในช่วงกลางปี 2561 แต่เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาล เลยชะลอการจัดเก็บไปก่อน
แล้วใครบ้างที่ต้องจ่ายภาษีลาภลอย ?
-> ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่มี *มูลค่าสูงกว่า 50 ลบ.* และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของคอนโด “รอการจำหน่าย” ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการฯ
-> พื้นที่จัดเก็บภาษี กำหนดขอบเขตไว้ไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพื้นที่โครงการฯ
-> อัตราภาษี กำหนดเพดานอัตราสูงสุดของภาษีที่กรมที่ดินและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจจัดเก็บได้ ไม่เกิน 5% ของฐานภาษี ทั้งนี้ อัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บจริงจะกำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ศีกษาข้อมูลร่างพรบ. ภาษีลาภลอย ได้ที่ https://www.fpo.go.th/main/News/Press-conference/9190.aspx #
คลังเตรียมหารือ ภาษีลาภลอย (Windfall tax) หรือ พระราชบัญญัติภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคขั้น.....