Millennium Deal อสังหาดีลลับ

Millennium Deal อสังหาดีลลับ ให้บริการที่ปรึกษาการกู้ซื้อคอนโด?

ไอเดีย “การรีโนเวทบ้าน” ส่วนใหญ่ มักจะเป็นบ้านที่อยู่มานานเริ่มมีสภาพทรุดโทรม กับคนที่ซื้อบ้านมือสองเพราะมีราคาที่ถูกกว่...
18/03/2021

ไอเดีย “การรีโนเวทบ้าน” ส่วนใหญ่ มักจะเป็นบ้านที่อยู่มานานเริ่มมีสภาพทรุดโทรม กับคนที่ซื้อบ้านมือสองเพราะมีราคาที่ถูกกว่าบ้านใหม่ หรือชอบทำเลของบ้านหลังนั้น จึงต้องการแปลงโฉมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น แต่ก็มีเรื่องต้องระมัดระวังไม่ควรทำอยู่เหมือนกัน

1. อย่าเปลี่ยนใจไปมา
ทุกขั้นตอนต้องมีการวางแผนก่อนลงมือปฏิบัติ ซึ่งเราจะเปลี่ยนแบบเปลี่ยนนู่นนี่นั่นได้ไม่ใช่ปัญหา แต่เมื่อช่างลงมือทำไปแล้วไม่ควรเปลี่ยนใจกลางคันขึ้นมา อาจยกเว้นกรณีถ้าเป็นเรื่องเปลี่ยนสีห้อง หรือวัสดุบางอย่างที่พอเห็นของจริงแล้วไม่สวยอยากรื้อทิ้งทำใหม่ ก็พอจะทำได้อยู่แม้จะเสียเวลาและเสียเงินเพิ่ม แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่เช่นการต่อเติมหรือเกี่ยวกับโครงสร้าง อันนี้จะมีปัญหายุ่งยากเพราะแทบจะต้องรื้อแบบ และเริ่มนับหนึ่งใหม่เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นควรตัดสินใจให้ดีๆ ก่อนเริ่มงาน

2. ไม่แนะนำให้เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
อย่างที่รู้กันว่าบ้านมือสองสิ่งที่น่ากังวลเป็นอันดับต้นๆ เป็นเรื่องของโครงสร้างที่อาจมีบางอย่างผุพังตามกาลเวลา และแม้ว่าจะตรวจสอบและทำการแก้ไขให้กลับมาสภาพดีแล้ว แต่ก็ไม่ควรต่อเติมโครงสร้างเข้ากับตัวบ้าน ไม่เพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างเดิม ยิ่งถ้าเป็นบ้านที่สร้างด้วย Precast ยิ่งไม่ควรทุบผนังเด็ดขาด เพราะผนังเป็นตัวรับน้ำหนักแทนเสาและคาน จะทำให้บ้านไม่แข็งแรงและพังลงมาได้ แนะนำว่าเรื่องนี้ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด

3. ห้ามมองข้ามเรื่องงานระบบ
เข้าใจว่าใครๆ ก็อยากให้บ้านออกมาสวยงามถูกใจ เลยพุ่งความสนใจไปที่เรื่องนั้น แต่ห้ามมองข้ามเรื่องงานระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟ เรื่องน้ำ ท่อน้ำทิ้ง เช็คดูว่าแต่ละจุดอยู่ตรงไหนบ้าง ถ้ามีอันไหนชำรุดเสื่อมสภาพก็ควรเปลี่ยนให้เรียบร้อย หรือแม้กระทั่งจะเดินสายไฟใหม่ จะเพิ่มแผงไฟตรงจุดนู้นจุดนี้ ก็อย่าลืมคำนึงถึงความเป็นจริงด้วยว่าจะใช้งานสะดวกรึเปล่า

4. ไม่ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน
นอกจากรีโนเวทไม่ให้ผิดกฎหมายแล้ว เรายังควรคำนึงถึงบ้านข้างเรือนเคียงด้วย ควรแจ้งเพื่อนบ้านก่อนเป็นอันดับแรกว่าอาจจะมีเสียงดังรบกวนบ้าง และดูว่าการก่อสร้างของเราเกินอาณาเขตเพื่อนบ้านไหม ต่อเติมแล้วไปขวางทางลมหรือบังแสงแดดมากเกินไปรึเปล่า แม้จะไม่ได้ผิดอะไรแต่ให้นึกว่าถ้าเราถูกกระทำแบบนี้บ้างก็คงไม่โอเคเหมือนกัน พยายามนึกไว้เสมอว่าไม่เอาเปรียบใครและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็พอ

5. อย่าเก็บของแบบฉุกละหุก
อันนี้สำหรับคนที่อยากรีโนเวทบ้านตัวเอง ควรเตรียมตัวเก็บของตรงพื้นที่ที่จะรีโนเวทให้เรียบร้อยให้เกลี้ยงได้ยิ่งดี อย่าทำล่วงหน้าแค่ไม่กี่วันเราควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ เลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นเกิดปัญหาหรือติดขัดตรงไหนจะแก้กันไม่ทัน บ้านจะเสร็จล่าช้าไปกันใหญ่

โดยการจัดเก็บนั้นให้หากล่องมาใส่แยกเป็นหมวดหมู่ หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เคลื่อนย้ายไม่ได้จริงๆ ก็หาผ้ามาคลุมให้มิดชิด ย้ำ! ว่ามิดชิดสุดๆ เพื่อไม่ให้ข้าวของเสียหาย ถ้ารีโนเวทแค่ชั้นใดชั้นหนึ่งยังพอย้ายของไปอยู่อีกชั้นได้ แต่ถ้ารีโนเวททั้งหลังต้องหาที่เก็บให้ดีๆ ไปฝากญาติพี่น้อง หรือเช่าล็อกเกอร์โกดังไว้ก็แล้วแต่สะดวก รวมถึงตัวเราเองและคนในครอบครัวควรเตรียมหาที่พักไว้ให้พร้อม

การรีโนเวทบ้านนับเป็นเรื่องใหญ่ และยุ่งยากพอสมควรทั้งในเรื่องของการปฏิบัติหน้างาน รวมถึงเรื่องของค่าใช้จ่าย ซึ่งหากเราหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ควรทำได้แล้วล่ะก็ นี่จะเป็นส่วนช่วยให้บ้านของเราเสร็จเรียบร้อย และเป็นไปอย่างราบรื่น

เมื่อมีห้องที่ดีใครๆ ต่างพากันแย่งอยากได้ แน่นอนครับว่าก็ย่อมมีห้องที่ไม่ค่อยดีเช่นเดียวกัน คือถามว่าอยู่ได้ไหมก็อยู่ได้...
17/03/2021

เมื่อมีห้องที่ดีใครๆ ต่างพากันแย่งอยากได้ แน่นอนครับว่าก็ย่อมมีห้องที่ไม่ค่อยดีเช่นเดียวกัน คือถามว่าอยู่ได้ไหมก็อยู่ได้แหละ แต่อาจจะไม่สงบสุขเท่าไหร่ ถ้าเราหลีกเลี่ยงไว้ก่อนก็ย่อมปลอดภัยกว่า ซึ่งมีข้อสังเกตได้ไม่ยากสำหรับห้องที่ไม่แนะนำให้เลือกกันครับ

1.ห้องที่อยู่ชั้นบนสุด

เลือกอยู่ชั้นบนสุดได้ถ้าชั้นดาดฟ้าโครงการทำเป็น Roof top แต่ถ้าหากเป็นแค่ดาดฟ้าโล่งๆ ไม่มีอะไรเลย อันนี้จะทำให้ห้องเรา รับผลกระทบจากความร้อนเต็มๆ เพราะเหมือนแสงแดดจ่ออยู่บนหัวโดยไม่มีอะไรกั้น ทำให้ห้องอบร้อนมากกว่าห้องชั้นอื่นๆ ต่อด้วยหน้าฝนหากชั้นดาดฟ้ามีน้ำขัง ก็อาจมีโอกาสน้ำรั่วซึมมาที่ห้องเราได้ บางคนคิดว่าอยู่ชั้นล่างน้ำจากห้องข้างบนก็รั่วซึมได้เหมือนกัน ซึ่งก็จริงแต่เปอร์เซ็นต์การเกิด จะน้อยกว่าห้องที่อยู่ชั้นบนสุดถัดจากดาดฟ้า

2.ห้องที่ใกล้ห้องเก็บขยะ

ช่วงแรกที่คนยังอยู่ไม่เยอะเท่าไหร่ กลิ่นไม่พึ่งประสงค์อาจยังไม่ค่อยมีมารบกวน แต่ถ้าอยู่นานไปจำนวนขยะก็ต้องเพิ่มขึ้น ถ้าประตูไม่หนาแน่นหรือเวลาเปิดปิด ยังไงกลิ่นก็ต้องมีเล็ดลอดออกมา แต่ที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือแมลงสาบ ลองถ้าได้ออกมานอกห้องเก็บขยะแล้วล่ะก็บันเทิงแน่ๆ แม้แต่คนโยนขยะหรือเปิดปิดประตูเสียงดังบวกกับผนังบาง ก็คงมีได้ยินบ้างเล็กน้อย ถ้าอยากอยู่ห้องนี้จริงต้องดูรายละเอียดให้ครบ

3.ประตูห้องตรงกันกับเพื่อนบ้าน

การเปิดประตูมาแล้วเจอกับเพื่อนตรงข้ามพอดีเป๊ะ เหมือนในหนังหรือโฆษณาอาจดูหวานแหวว แต่ในความจริงถือว่าไม่โอเค เนื่องจากขาดความเป็นส่วนตัว ดังนั้นทางที่ดีควรเลือกโครงการที่ทำประตูห้องให้เยื้องกันไปหน่อย เพื่อให้แต่ละคนมีพื้นที่เป็นของตัวเอง

4.วิวภายนอกไม่น่ามอง

จริงอยู่ว่าระเบียงเป็นพื้นที่ที่เราใช้น้อยที่สุด แต่ส่วนใหญ่ก็ไว้ตากเสื้อผ้าซึ่งเป็นของส่วนตัว ถ้าวิวข้างนอกมองเห็นห้อง หรือตึกฝั่งตรงข้ามในระยะใกล้ ก็ทำให้ต่างมองเห็นกันและกันได้ง่ายไม่มีความไพรเวซี่ หรือในกรณีที่ใครอยู่ห้องชั้นล่างการเห็นบ้านหรือชุมชนก็ดูจะไม่น่าพิสมัยซะเท่าไหร่

5.เสียงดังรบกวน

หากอยู่ติดถนนใหญ่ ใครที่เลือกชั้นไม่สูงมากอาจได้ยิน เสียงรถวิ่ง เสียงขายของ รวมถึงอยู่ใกล้สถานบันเทิง โรงเรียน หรือรถไฟฟ้ามากเกินไป แม้แต่การอยู่ใกล้ส่วนกลาง โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ จริงอยู่ว่าปิดประตูก็ไม่ได้ยินแล้ว แต่บางทีเราก็อยากเปิดประตูระเบียงระบายอากาศบ้าง ทำให้ได้ยินเสียงแน่นอนยืนยันจากประสบการณ์ตรงที่เคยเจอมา ซึ่งจะทำให้รบกวนการพักผ่อนของเราได้

อ่านๆ กันดูแล้วอย่าเพิ่งดราม่านะครับว่าสรุปมีห้องไหนดีบ้าง เพราะไม่ใช่ทุกโครงการที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ เราแค่ให้ระมัดระวังและตรวจสอบให้ดี ก่อนตัดสินใจเลือกสักห้องหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่เราจะอยู่ในระยะยาว ถ้าเช็กแล้วโอเคไม่มีปัญหาก็จัดไปเลยครับ!!!

บทความนี้จะเป็นเรื่องของการเลือกซื้อบ้านหรือคอนโด ไม่ว่าจะสถานการณ์ดีหรือร้ายแต่ถ้าตัวเรายังไม่พร้อม ยังไงก็ไปไม่รอด!  ส...
16/03/2021

บทความนี้จะเป็นเรื่องของการเลือกซื้อบ้านหรือคอนโด ไม่ว่าจะสถานการณ์ดีหรือร้ายแต่ถ้าตัวเรายังไม่พร้อม ยังไงก็ไปไม่รอด!

สำหรับการซื้อบ้านหรือคอนโด มาสำรวจตัวเองกันหน่อยว่าใน 6 ข้อนี้ คุณติดอยู่ที่ข้อไหนบ้าง เพราะนั่นหมายความว่าเรายังไม่พร้อมมีบ้านเป็นของตัวเอง ขอแบบไม่เอาเข้าข้างตัวเองนะ ใจใจกันมาเลยยยยยย

1. หนี้ท่วมท้น
ถ้าเป็นการหยิบยืมแบบเล็กๆ น้อยๆ พันสองพันอันนี้ไม่เท่าไหร่ แต่หากเป็นหนี้ก้อนใหญ่ อย่างรถหรือบัตรเครดิต (ใครผ่อนขั้นต่ำยิ่งแล้วใหญ่) ที่ต้องผ่อนกันทีก็เกือบหมื่นบาทต่อเดือน ประกอบกับเงินเดือนไม่ถึงสองหมื่น ก็ไม่ต้องไปข้ออื่นเลยเพราะแค่ข้อนี้ก็ไม่ผ่านเสียแล้ว ไปจบกับ(หนี้)เค้าเสียก่อน และค่อยเริ่มใหม่คงดีกว่า

2. การงานไม่มั่นคงเริ่มไม่นาน
อาชีพที่เคยได้เงินเดือนสูงแต่ตอนนี้พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ อย่างอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสายการบิน เพื่อนเล่าว่าธนาคารปล่อยกู้ยากมาก เพราะหลายๆ สายการบินก็ทำการเลย์ออฟพนักงานกันไปไม่น้อย และอีกหลายๆ อาชีพที่มีความเสี่ยง กับอีกกลุ่มคือเริ่มงานไม่นาน แม้จะมีกฎว่าขั้นต่ำ 6 เดือนก็จริง แต่ถ้าเอาให้ชัวร์ควรมากกว่านั้น

3. เห็นรอบข้างมีเลยอยากมีบ้าง
มีนะแบบนี้ที่พอคนรอบข้างอย่าง เพื่อนเราเริ่มมีคอนโดมีบ้านอยู่และมีการพูดคุยกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกอยากมีบ้าง จนกลายเป็นการสร้างความกดดันไปในตัวจนทำให้ต้องมีเป็นของตัวเอง ทั้งที่ความจริงก็ยังไม่ได้อยากมีสักเท่าไหร่และก็ยังไม่พร้อมสักนิด ต้องมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง

4. เงินก้อนไม่พอ
บางโครงการอาจฟรีโอน ฟรีทำสัญญา ฟรีนู่นนี่นั่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะให้ทุกอย่าง จนเราไม่ต้องซื้ออะไรเลย อย่างน้อยก็ต้องมีเฟอร์นิเจอร์บางชนิด มุ้งลวด ผ้าม่าน ซึ่งราคาพวกนี้พอรวมกันแล้วก็หลักหมื่น ยิ่งถ้าโครงการที่เราอยากได้ไม่มีโปรเท่าไหร่ ต้องจ่ายเองเกือบทั้งหมด แบบนั้นยิ่งแล้วใหญ่เพราะอาจมีถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

5. เงินฉุกเฉินก็ไม่มี
เคยเขียนไปก่อนหน้านี้แล้วถึงวิธีการเก็บเงินฉุกเฉิน ข้อนี้สำคัญมาก เหตุผลที่ต้องมีเงินฉุกเฉินก็ง่ายๆ เลย เวลามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างโดนให้ออกจากงานกะทันหัน จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าบ้านได้หลายๆ เดือน ระหว่างที่หางานใหม่ ถ้าเราไม่มีเงินเก็บ สุดท้ายก็ต้องไปหยิบยืมคนอื่นให้เป็นหนี้สินยาวเป็นทอดๆ

6. ไม่มั่นใจเต็ม100 ว่าอยากอยู่จริงรึเปล่า
ถ้าคิดว่าเดี๋ยวก็ย้ายงาน ย้ายไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ยังมีความไม่แน่นอนกับชีวิตว่าจะอยู่ทำเลนี้ไปตลอดได้รึเปล่า อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจซื้อ เพราะบ้านไม่ได้เหมือนคอนโดที่ถ้าเกิดไม่อยากอยู่แล้วก็ปล่อยเช่าหรือขายต่อได้ง่ายกว่า ซึ่งบ้านจะใช้ระยะเวลานานกว่านั้นมาก ต้องให้ชัวร์ว่าจะอยู่อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ถึงค่อยตัดสินใจซื้อจะดีกว่า

ก่อนจะตัดสินใจซื้ออยาก ให้มั่นใจก่อนว่าเราเอาอยู่สู้ไหวจริงๆ เพราะแม้ติดอยู่เพียงข้อเดียว ก็พาลทำให้ลำบากได้ไม่ยาก รออีกสักนิดปรับปรุงอีกสักหน่อยแก้ไขตรงจุดที่บกพร่อง ก็ทำให้ได้บ้านหรือคอนโดมาครอบครองได้ไม่ยาก..ฝากไว้ให้คิด

การประชุมสามัญประจำปีหรือการประชุมเจ้าของร่วมในคอนโดเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายคนไม่ได้ให้ความสำคัญหรือไม่ใส่ใจเลยเสียด้ว...
15/03/2021

การประชุมสามัญประจำปีหรือการประชุมเจ้าของร่วมในคอนโดเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายคนไม่ได้ให้ความสำคัญหรือไม่ใส่ใจเลยเสียด้วยซ้ำ บางคนอาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ขี้เกียจออกจากบ้านวันหยุดอยากนอนพักมากกว่า ผมจะบอกว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์เลยครับ เพราะการที่คุณไม่ไปเข้าประชุมเจ้าของร่วมของโครงการนั้น ส่งผลเสียหายอย่างเลย ผมจะลิสต์ให้ดูว่ามีอะไรบ้าง

1.เสียสิทธิ์เลือก-ถอดถอน คณะกรรมการ ผู้จัดการ
ข้อนี้สำคัญมากครับ เพราะสมัยนี้มีมิจฉาชีพปลอมตัวเข้ามาในคราบของลูกบ้านเหมือนเรานี่แหละ เมื่อเขาได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการหรือเป็นประธานแล้ว เขาก็จะใช้อำนาจตรงนี้หาช่องทางให้ธุรกิจส่วนตัวของเขาได้รับผลประโยชน์ อย่างเช่นเขาอาจเปิดบริษัทรับเหมา บริษัทรักษาความปลอดภัย หรือบริษัทแม่บ้านอยู่แล้ว เขาก็ใช้อำนาจตรงนี้จัดจ้างบริษัทของตัวเองในราคาที่สูงกว่าปกติ แล้วถ้าเราไม่เข้าประชุมเลย ก็จะไม่รู้เรื่องตรงนี้ปล่อยให้เขาโกงไปฟรี ๆ เห็นไหมครับแค่ข้อแรกก็น่ากลัวแล้ว
ส่วนถ้าคณะกรรมการที่ได้รับเลือกมาทำงานได้ไม่ดี หรือมีพฤติกรรมฉ้อโกงอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว การที่เราไม่เข้าประชุมเราก็จะเสียสิทธิ์ในการออกเสียงถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งอีกเช่นกันครับ เรียกได้ว่าไม่มีสิทธิ์มีเสียงใด ๆ เลย

2.เสียสิทธิ์ตรวจสอบด้านการเงิน
โดยปกติแล้ว การประชุมเจ้าของร่วมของแต่ละโครงการจะมีการชี้แจงงบประมาณของนิติฯ อยู่แล้วครับว่าปีนั้นงบเป็นอย่างไร นำไปใช้ส่วนไหนบ้าง ใช้เท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ อย่างไร ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียดว่านิติบุคคลที่เราจ้างมาบริหารโครงการเรานั้นทำงานได้มีประสิทธิภาพหรือเปล่า จัดซื้อจัดจ้างอะไรราคาแพงผิดปกติหรือไม่ ซึ่งถ้าเราไม่ได้เข้าประชุมเราก็หมดสิทธิตรวจสอบข้อมูลตรงนี้ไปเลยครับ

3.ไม่ได้รับรู้ข่าวสารของตัวโครงการ
แน่นอนว่าแต่ละโครงการก็จะต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น เดือนนี้น้ำรั่วบริเวณที่จอดรถ ป้อมยามไฟเสีย ไม้กั้นเสีย หรือจะมีการปรับปรุงส่วนกลางของโครงการ เปลี่ยนบริษัท รปภ. ใหม่ สัญญาณเตือนไฟไหม้ตรงไหนเสีย ฯลฯ ข้อมูลพวกนี้ถ้าเราไม่เข้าประชุมเราก็จะไม่รู้ครับ เหมือนเราไม่รู้เลยว่าบ้านเราเป็นยังไงแล้วบ้าง กลับมาก็นอนอย่างเดียว ตื่นมาก็ไปทำงานเลย แบบนี้น่าเป็นห่วงนะครับ

4.เสียสิทธิ์โหวตมติต่างๆ
หากจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อกำหนดใด ๆ ในคอนโด ต้องผ่านมติจากที่ประชุมก่อนครับ อย่างเช่นเรื่องที่จอดรถ เรื่องการเลี้ยงสัตว์ การใช้ห้องฟิตเนส แต่งตัวผู้ตรวจบัญชี หรือการใช้พื้นที่ส่วนกลาง หากต้องการเปลี่ยนแปลงเวลาหรือเงื่อนไขการใช้ ก็ต้องอาศัยแรงโหวตจากที่ประชุมนี่แหละครับ ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับมตินั้น แต่เราไม่เข้าประชุม เราก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใด ๆ เลยนะครับ เขาประกาศบังคับใช้เมื่อไหร่ก็ต้องยอมโดยไม่มีเงื่อนไขเลย

5.เสียเงินฟรี
การประชุมเจ้าของร่วมแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายครับ แน่นอนว่าก็เอาเงินส่วนกลางที่คุณจ่ายไปนั่นแหละมาจ่าย แล้วถ้าเกิดการประชุมนั้นผู้เข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม ก็ต้องมีการเลื่อนการประชุมไปอีก ซึ่งหมายความว่าเงินค่าจัดการประชุมครั้งนั้นก็สูญไป ถ้าจัดอีกแล้วยังไม่ครบอีกก็สูญอีก เหมือนเอาเงินไปละลายน้ำเล่นอะ ไม่ได้อะไรกลับมาเลยครับ.
การอาศัยอยู่ในคอนโดนั้น ไม่ใช่แค่ว่าจ่ายค่างวด จ่ายค่าส่วนกลางแล้วหน้าที่ของเราจะจบนะครับ เพราะเงินค่าส่วนกลางที่จ่ายไปนั้นเราต้องใส่ใจกับมันด้วยว่ามันไปอยู่ตรงไหนบ้าง ใครจัดการ จัดการยังไง เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในมตินั้น ๆ โดยทำได้ผ่านการเข้าประชุมเจ้าของร่วมนี่แหละครับที่เราจะมีสิทธิมีเสียง เหมือนการไปเลือกตั้งเลยครับ อย่านอนหลับทับสิทธิ์ของตัวเองนะ ไปใช้สิทธิ์กันดีกว่า

ปัญหาคลาสสิคของการอยู่คอนโดมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกครับ ไม่โครงสร้างแย่ นิติไม่ดี ก็พฤติกรรมน่าปวดหัวของเพื่อนบ้านนี่แหละที...
13/03/2021

ปัญหาคลาสสิคของการอยู่คอนโดมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกครับ ไม่โครงสร้างแย่ นิติไม่ดี ก็พฤติกรรมน่าปวดหัวของเพื่อนบ้านนี่แหละที่ทำให้ต้องมองบนอยู่บ่อย ๆ ถ้านิสัยไม่ดีของเค้าจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ของเขาเองก็ดีอยู่ แต่นี่มันส่งผลกระทบต่อคนข้างห้อง รวมทั้งผู้อยู่อาศัยร่วมโครงการด้วยแบบนี้ไม่โอเคเลยจริง ๆ ไปดูกันครับว่าพฤติกรรมของชาวคอนโดแบบไหนที่ชวนยี้และทุกคนไม่ควรทำตามกันบ้าง.
1.ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
อันนี้คลาสสิคจัดดดดดดด ไม่จำกัดเฉพาะคนที่อยู่คอนโดด้วย ไม่ว่าจะเป็นหอพัก คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว อาศัยอยู่ที่ไหนก็โดนหมดแน่นอนครับเรื่องปัญหาเพื่อนบ้านเสียงดังเนี่ย ถ้าเป็นตอนกลางวันหรือตอนเย็นก็ยังพอโอเคอยู่ แต่บางคนดังยันตี 1 ตี 2 หรือวันอาทิตย์แสนสงบของเราก็ยังไม่ได้พักแบบนี้ไม่ไหวครับ เพราะงั้นสำคัญเลยครับ จะทำอะไรเกรงใจเพื่อนบ้านข้างห้องบ้างเด้ออออออ

2.ทำอาหารส่งกลิ่นรบกวน
เสน่ห์ปลายจวักก็มาาา ทำอาหารอร่อยน่ะเป็นเรื่องดีครับ แต่การทำผัดกระเพรากลิ่นฉุนแถมเปิดประตูหน้าห้องจนกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วโถงทางเดินแบบนี้ไม่โอเคครับ หรือบางทีห้องข้าง ๆ หน้าต่างและระเบียงใกล้กันก็จะพาลได้กลิ่นไปด้วย กลิ่นโชยมาน่ะไม่เท่าไหร่ครับ แต่กลิ่นแรง ๆ มันจะไปติดตามผ้าม่านและเฟอร์ฯ ในห้อง กว่าห้องจะหายกลิ่นกะเพราก็รอไปหลายเดือนเลยล่ะครับ

3.วางรองเท้าไว้หน้าห้อง
บางคนทำพฤติกรรมแบบนี้จนคิดว่ามันไม่ผิดไปแล้วนะ แต่การวางรองเท้าหรือสิ่งของอื่น ๆ ไว้นอกห้องตัวเองนั้นเป็นความผิดนะครับ เพราะพื้นที่ของเราสิ้นสุดแค่ประตูหน้าห้องเท่านั้น ออกนอกประตูไปถือเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันของคนทั้งคอนโดครับ ไม่มีสิทธิ์จับจองเอาอะไรไปวางทั้งสิ้น เผลอ ๆ จะทำให้มีปัญหากับเพื่อนบ้านได้ด้วยนะ ทางที่ดีเก็บมาไว้ในห้องดีที่สุดครับ

4.กวาดขยะทิ้งหน้าห้อง
อีกหนึ่งพฤติกรรมสุดยี้ที่ชาวคอนโดมักเจอเป็นประจำเลยครับ สมัยก่อนก็คิดว่าพอย้ายไปอยู่คอนโดคงไม่เจออะไรแบบนี้แล้วนะ แต่จนแล้วจนรอดก็หนีไม่พ้นจริง ๆ ครับ กับการที่พวกชอบลักไก่กวาดขยะทิ้งออกมาหน้าห้องเนี่ย เศษผงเศษอะไรเต็มไปหมด เดินผ่านนี่รู้เลยว่าห้องไหนทำ ทางที่ดีก็แจ้งนิติให้มาจัดการดีกว่าครับ อย่าไปจัดการเองล่ะ เดี๋ยวจะมีปัญหากันเปล่า ๆ

5.จอดรถไม่ตรงช่อง
ลองนึกภาพขับรถกลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ ถึงที่จอดรถปุ๊บเห็นที่ว่างพอดี รีบบึ่งไปเลย ปรากฎว่ารถคันข้าง ๆ จอดกินมาเกือบครึ่งช่อง จอดไม่ได้สิคร้าบบบ ! โมโหนะเจองี้ แล้วผมสงสัยนะว่าคนที่จอดรถแบบนี้ตอนลงจากรถมาเค้าไม่หันกลับมาดูหน่อยหรอว่าฝีมือการจอดของตัวเองเจ๋งแค่ไหน เรียกพี่ รปภ มาดูก็จนปัญญาล่ะครับ คงได้แต่เขียนโน๊ตน้อยบอกความในใจเสียบไว้ที่ปัดน้ำฝนแทน

6.เลี้ยงสัตว์ในโครงการที่ห้ามเลี้ยง
คอนโดส่วนใหญ่ห้ามเลี้ยงสัตว์อยู่แล้วครับ เพราะมันส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยคนอื่น ทั้งเรื่องกลิ่นและสุขภาพด้วย แต่ผมก็เห็นคนแอบเลี้ยงกันเยอะนะ ไม่ว่าจะเป็นแมว หมา กิ้งก่า หนู ฯลฯ สุดแล้วแต่จะหามาเลย ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเขาเลี้ยงในห้อง มันสิทธิ์ของเขา แต่อย่าลืมนะครับว่าเราอยู่คอนโดไม่ใช่บ้านเดี่ยว เปิดประตูออกไปเป็นโถงทางเดินไม่ใช่สวนหน้าบ้าน เพราะงั้นต้องเคารพกติกาของทางโครงการด้วยครับ

7.ใช้ของส่วนกลางแล้วไม่เก็บคืนที่เดิม
หลายโครงการมักจะมีอุปกรณ์ส่วนกลางให้ใช้ฟรีใช่มั้ยล่ะครับ อย่างพวกรถเข็น ร่ม หรืออะไรก็ตามที่โครงการเตรียมไว้ให้ ซึ่งมันจะมีจุดเก็บของมัน คือถ้าใครใช้เสร็จแล้วก็ต้องเอากลับมาไว้ที่เดิมให้เรียบร้อย แต่เพื่อนบ้านบางคนเขาใช้เสร็จตรงไหนเขาจะทิ้งไว้ตรงนั้นเลยครับ แอบซุกไว้แถวนั้นแหละ เล่นเอาคนอื่นปวดหัวไปตาม ๆ กัน เพราะจะใช้แล้วหาของไม่เจอ

8.ไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง
สำหรับพฤติกรรมนี้ต้องเรียกว่าเห็นแก่ตัวและไม่รับผิดชอบมากครับ เพราะค่าส่วนกลางที่เราจ่ายกันไปนั้นมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารส่วนกลางของโครงการทั้งหมด ทั้งค่าจ้าง รปภ. แม่บ้าน ค่าไฟทางเดิน ค่าซ่อมไม้กั้น ฯลฯ ทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายครับ แล้วการที่เราไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลางนี้เท่ากับเราเอาเปรียบคนอื่นอยู่นะครับ เหมือนเราได้ใช้ส่วนกลางฟรีโดยที่คนอื่นเขาเสียเงิน ไม่น่ารักเลยแบบนี้ ห้ามทำ ๆ

9.ไม่เคยเข้าประชุมลูกบ้านเลย
การประชุมเจ้าของร่วมคอนโดนั้นจะมีจัดขึ้นเป็นประจำในทุก ๆ ปีครับ จะเป็นการประชุมอัพเดทสถานการณ์ต่าง ๆ ของคอนโดและโหวตมติใด ๆ ก็ตามที่ต้องการเสียงส่วนใหญ่ของผู้อยู่อาศัย การที่เราไม่สนใจการประชุมนี้หรือสนใจแต่ไม่ไปก็ตามที จะทำให้เราตกข่าว เสียสิทธิ์ เสียเงินฟรีด้วยนะครับ เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมนี่ก็มาจากเงินส่วนกลางที่เราจ่ายนั่นแหละ ถ้าเราไม่ยอมเข้าประชุมแล้วเสียงไม่ครบ ก็ต้องมีการจัดประชุมใหม่เรื่อย ๆ จนกว่าเสียงจะครบ แบบนี้ก็เหมือนเอาเปรียบคนอื่นเหมือนกันนะครับ เพราะทุกคนเสียเงินจัดประชุมฟรี ๆ เพราะเราไม่รับผิดชอบเลย..
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็นพฤติกรรมแย่ ๆ ของชาวคอนโดที่ไม่ควรทำตามอย่างยิ่งเลยครับ ซึ่งถ้าสังเกตดูดี ๆ ทุกข้อนั้นส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและสิทธิของผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกันทั้งนั้นเลยนะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกถึงต้องเบะปาก รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าเผลอไปทำนะครับ

รู้ทันราคาประเมินเพิ่มโอกาสในการลงทุน #ราคาประเมิน ที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ค...
12/03/2021

รู้ทันราคาประเมินเพิ่มโอกาสในการลงทุน

#ราคาประเมิน ที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ราคาประเมินที่ดิน และราคาประเมินอาคารชุด

1.ราคาประเมินที่ดิน คือ
การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาที่ดินแต่ละแปลงนั่นเอง โดยปกติแล้วราคาประเมินที่ดินจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตามศักยภาพของทำเลที่ตั้งและความเจริญของทำเล เช่น ถนนตัดใหม่ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

2.ราคาประเมินอาคารชุด คือ
การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาอาคารชุด ซึ่งทั้งสองประเภทจะมีกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแลกำหนดราคากลางบอกเอาไว้ ซึ่งมูลค่าก็จะเป็นไปตามศักยภาพที่ดินแต่ละแปลงและคุณสมบัติของอาคารชุดหรือคอนโดแต่ละโครงการ

ประโยชน์หลักๆ ของราคาประเมินที่ดินและราคาประเมินอาคารชุดก็เพื่อนำมาใช้คำนวณค่าธรรมเนียมภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ในการทำนิติกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนอง การซื้อ-ขายที่เกิดขึ้น และจะใช้คำนวณค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดินโดยส่วนใหญ่จะคิดค่าใช้จ่าย 1-2% ของราคาประเมิน รวมทั้งกรณีที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีความ ศาลก็จะใช้ราคาประเมินนี้ในการคิดค่าความเสียหายหรือในกรณีนำสินทรัพย์ไปค้ำประกัน ลงทุน ธุรกรรมต่างๆ

สำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์แล้ว ข้อมูลราคาประเมินเหล่านี้ สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุน หรือรวมถึงการประเมินศักยภาพของแต่ละทำเลที่จะเลือกลงทุนได้ด้วย โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ศักยภาพของทำเล และศักยภาพของโครงการในอนาคตเพื่อประกอบการตัดสินใจ

การปรับเพิ่มของราคาประเมินที่ดินในแต่ละโซนเป็นตัวกำหนดราคาซื้อขายของที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งราคาต้นทุนแต่ละแปลงถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดราคา อสังหาฯ ที่กำลังจะพัฒนาเพื่อขายในอนาคตอีกด้วย ราคาอสังหาฯ จะถูกหรือแพงก็มาจากต้นทุนที่ดินเป็นปัจจัยหลัก

ฉะนั้นแล้วหากสามารถวิเคราะห์ แนวโน้มของราคาประเมินที่ดินและประเมินอาคารชุดได้ ซึ่งจะมีข้อได้เปรียบในการลงทุนมากขึ้น โดยราคาประเมินที่ดินที่มีการประเมินจากกรมธนารักษ์กับราคาซื้อขายในตลาดปัจจุบันแตกต่างกัน นั้นหมายความว่าราคาประเมินที่ดินไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาซื้อขายในตลาดไปซะทีเดียว ซึ่งขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของ ผู้ซื้อและผู้ขายจะตกลงกัน.
#ประโยชน์ของการรู้ทันราคาประเมิน

- บางทำเลจะนำไปใช้ในการซื้อขายได้เลย
- ใช้คำนวณค่าใช้จ่าย ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ก่อนวันโอน
- นักลงทุนสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้อย่างถูกต้อง
- นักลงทุนสามารถใช้เป็นข้อมูลในการเจรจาต่อรองการลงทุน

แต่ไหนแต่ไรมา เรามักได้รับการปลูกฝังแนะนำกันมาตลอดว่า ให้ตั้งใจขยันทำงาน เก็บเงินและรีบซื้อบ้าน หรือคอนโดให้ได้ เพราะบ้า...
11/03/2021

แต่ไหนแต่ไรมา เรามักได้รับการปลูกฝังแนะนำกันมาตลอดว่า ให้ตั้งใจขยันทำงาน เก็บเงินและรีบซื้อบ้าน หรือคอนโดให้ได้ เพราะบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์นั้น คือ “สินทรัพย์” ที่เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าจะมีแต่ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้การซื้อบ้าน การที่เรามีบ้านเป็นของตัวเอง คนส่วนใหญ่ก็ยังมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “ความมั่นคง” ในชีวิตอีกด้วย แต่ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้ว “บ้าน” อาจไม่ใช่ “สินทรัพย์” อย่างที่หลายคนเข้าใจเสมอไป แต่กลับกันเลยที่อาจเป็น “หนี้สินก้อนใหญ่” ซึ่งทำให้อาจเราตกที่นั่งลำบาก และยากที่จะมีชีวิตที่มั่นคงได้ด้วยซ้ำ โดยการจะตัดสินได้ว่าบ้านคือหนี้หรือสินทรัพย์กันแน่นั้น ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจความหมายของคำว่า “สินทรัพย์” เสียก่อน

“สินทรัพย์” คืออะไร?

สินทรัพย์ คือ สิ่งที่เมื่อเราครอบครอง หรือ เป็นเจ้าของแล้ว ทำให้เรา “มีเงินเพิ่มพูนมากขึ้น” โดยตัวอย่างของสินทรัพย์ ก็เช่น เงินสด เพราะหากเรานำเงินฝากไว้กับธนาคาร ก็จะได้ดอกเบี้ย ทำให้เงินเพิ่มพูนมากขึ้น หุ้นที่เราซื้อไว้ เมื่อเวลาผ่านไปกิจการมีกำไรหุ้นก็มีมูลค่าสูงขึ้น เรามีโอกาสได้รับปันผลจากหุ้น จึงทำให้มีเงินเพิ่มมากขึ้น หรือ ทองคำ ก็เป็นสินทรัพย์เช่นกัน เพราะการซื้อทองคำเก็บไว้ เมื่อทองมีมูลค่าสูงขึ้น เราก็จะมีเงินมากขึ้นกว่าเดิมจากที่เสียไป เป็นต้น

“บ้าน” เป็น สินทรัพย์หรือไม่?

สินทรัพย์นั้น อาจจะเป็นวัตถุสิ่งของก็ได้ ซึ่ง “บ้าน” เอง ก็สามารถจัดว่าเป็นสินทรัพย์ได้เช่นกัน แต่การที่บ้านจะเป็นสินทรัพย์ได้อย่างแท้จริงนั้น จะต้องอยู่ภายใต้แนวคิดที่ว่า “การครอบครองบ้านหรือคอนโดของเราก่อให้เกิดรายได้มากกว่ารายจ่าย” หมายความว่า ถ้าเราซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยเอง บ้านจะไม่ได้เป็นสินทรัพย์ แต่จะเป็น “หนี้สิน” เพราะบ้านที่เราซื้อ ทำให้เรามีภาระที่จะต้องจ่าย ได้แก่ ค่าผ่อนบ้านทุกเดือนเป็นเวลาหลายสิบปี รวมหนึ่งค่าบำรุงรักษา และค่าเสื่อมที่ตามมากอีกนับไม่ถ้วน ส่วนในกรณีที่จะทำให้บ้านเป็นสินทรัพย์ ก็คือ เราซื้อบ้าน หรือคอนโดเพื่อให้เช่า และ เราได้ค่าเช่าเป็นรายได้เข้ามามากกว่า “ค่าผ่อนที่ต้องชำระ” เช่น เราซื้อบ้านมาต้องผ่อนเดือนละ 7,000 บาท แต่ปล่อยให้เช่าได้เดือนละ 10,000 บาท เหลือเงินเป็นกำไร 3,000 บาท ดังนั้น บ้านหลังนี้จึงถือเป็นสินทรัพย์ เพราะ “ทำให้เรามีเงินเพิ่มพูน” มากขึ้น

📌สิ่งของใดก่อให้เกิดรายได้ถือเป็นสินทรัพย์ทั้งสิ้น

หากเราเข้าใจความหมายของคำว่า “สินทรัพย์” ดีแล้ว ก็จะเข้าใจว่า “รถยนต์” ก็สามารถเป็นสินทรัพย์ได้ หากเราซื้อมาเพื่อใช้สร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมาเพื่อปล่อยเช่า ซื้อมาเพื่อใช้ประกอบอาชีพ ขับรถรับส่ง ขับไปทำงานเพื่อสร้างยอดขาย ที่ทำให้สุดท้ายแล้ว เรามีรายได้มากกว่า “ค่างวดที่ต้องจ่าย” ทั้งนี้ รวมถึง คอมพิวเตอร์ โน้ตบุค โทรศัพท์มือถือก็ด้วย ที่หาก การซื้อมานั้น ทำให้เรานำเอาใช้เพื่อก่อให้เกิดรายรับมากกว่ารายจ่าย ก็จะถือว่าสิ่งของเหล่านั้น เป็นสินทรัพย์ทั้งสิ้น ส่วนหากสิ่งของทั้งหมดที่เราจ่ายเงินซื้อมา ไม่ได้ทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ตามมาด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องผ่อนจ่าย ต้องซ่อมบำรุงแล้ว จะถือว่าเป็น “หนี้สิน” ทั้งหมด

#สรุป

การซื้อบ้าน ไม่อาจทำให้ชีวิตเรามั่นคงได้เลย หากไม่สามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายที่จะตามมาได้ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด จึงจำเป็นต้องสำรวจตัวเองให้ดีก่อน ว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ได้หรือไม่ หากยังไม่พร้อมจริงๆ ก็ควรชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน เนื่องจากการตัดสินใจซื้อในวันที่สถานะการเงินไม่พร้อมก็จะกลายเป็นการสร้าง “หนี้สิน” มากกว่าการสร้าง “สินทรัพย์” ให้กับชีวิต ซึ่งรวมถึงการตั้งใจจะซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อปล่อยเช่าด้วย ที่แม้จะเป็นแนวคิดของการสร้างสินทรัพย์ที่ถูกต้องจริง แต่ก็ต้องมั่นใจว่า บ้านหรือคอนโดที่ซื้อ เป็นทำเลที่ปล่อยเช่าได้ และได้ราคาค่าเช่ามากกว่าค่างวดผ่อนชำระที่เราต้องจ่าย ไม่เช่นนั้นแล้ว การลงทุนที่ตั้งใจ ก็จะกลายเป็นทำให้เกิดภาระหนี้สินได้ในที่สุดอยู่ดี

เชื่อว่าทุกคนย่อมอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ดวงดี มีโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง แล้วรู้หรือไม่ว่าแหล่งโกยโชคที่เห็นผลที่สุดก็คือ บ้าน...
10/03/2021

เชื่อว่าทุกคนย่อมอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ดวงดี มีโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง แล้วรู้หรือไม่ว่าแหล่งโกยโชคที่เห็นผลที่สุดก็คือ บ้านที่คุณอยู่อาศัยนั่นเอง เคล็ดไม่ลับตำรับเสริมโชคลาภเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ก็คือ “การจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย” เพื่อช่วยเปิดทางให้โชคลาภเงินทองไหลเข้ามาหาคนในครอบครัวได้ดีขึ้น
ถ้าไม่เชื่อลองย้ายเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น หรือเสริมของตกแต่งบางอย่างตามหลักฮวงจุ้ย แล้วคุณจะรู้ว่าบ้านที่ยิ่งอยู่ ยิ่งรวย ดวงยิ่งดี เป็นอย่างนี้นี่เอง
จัดบ้านให้โล่ง ไร้สิ่งกีดขวาง
“พื้นที่โล่ง” คือหลักสำคัญของการจัดบ้านตามหลังฮวงจุ้ย โดยเฉพาะทางเดิน ที่ห้ามมีสิ่งของใดๆ วางกีดขวางอยู่ ควรจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หรือหากห้องมีบริเวณกว้าง ให้ลองจัดทางเดินเป็นวงกลม จะช่วยให้การเงินหมุนเวียนคล่องตัวไม่ติดขัด ทั้งยังช่วยให้บ้านแลดูกว้างขวางขึ้นด้วย.
แสงส่องถึง จัดว่าดี
ใครที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านที่มีความดาร์ก ดิบ หรือแสงน้อยๆ อาจจะไม่ปลื้มการจัดบ้านตามฮวงจุ้ยในข้อนี้ เพราะหลักที่ถูกต้องในการแต่งบ้านก็คือ การใช้โทนสีธรรมชาติและเปิดรับแสงธรรมชาติ เพื่อทำให้บ้านดูสว่างสดใสขึ้น จิตใจผู้อยู่อาศัยก็จะเบิกบานตามสภาพแวดล้อม

ถ้าคุณจัดแสงให้บ้านแลดูสลัว แสงน้อย นอกจากจะทำให้บ้านดูทึบตันแล้ว ยังทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอึดอัด เพราะอากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก เพื่อให้เป็นไปตามหลักฮวงจุ้ย ควรปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามาภายในตัวบ้านให้ครบทุกห้อง จะยิ่งเสริมให้โชคลาภไหลเวียนเข้ามาในห้องง่ายขึ้น แต่หากใครชอบให้บ้านค่อนข้างมืด เพื่อจะได้พักผ่อนนอนหลับแบบไม่มีแสงรบกวน ต้องใช้ผ้าม่านแบบโปร่งแสงชั้นหนึ่ง และแบบทึบอีกชั้นหนึ่ง หรือใช้มูลี่เป็นตัวช่วย และทันทีที่อยู่นอกเหนือเวลาพักผ่อน ให้รีบเปิดหน้าต่างหรือผ้าม่าน เพื่อให้แสงส่องเข้ามาในตัวบ้านให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้.
เก็บกวาดครัวให้สะอาดเสมอ
ห้องครัวถือเป็นอีกหนึ่งห้องสำคัญของบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ๆ ส่งผลต่อความร่ำรวยและสุขภาพของคนในบ้านโดยตรง เพื่อเป็นการเสริมดวง ปัดเป่าโรคภัยให้ผู้อยู่อาศัย ควรปัดกวาดเช็ดถูห้องครัวเป็นประจำ อย่าปล่อยให้รก และควรจัดเก็บจานชามให้เรียบร้อย เพื่อให้พลังงานหมุนเวียนได้สะดวก ที่สำคัญคือ ควรเคลียร์ของเสียในตู้เย็นออกเสมอ.
หันหัวเตียงผิด ชีวิตเปลี่ยน
ตามหลักฮวงจุ้ย การหันหัวเตียงไปชิดผนังด้านที่เป็นห้องน้ำถือว่าไม่ค่อยดีนัก ยิ่งถ้าเป็นจุดที่ตั้งของชักโครก ยิ่งส่งผลเสียไปกันใหญ่ เพราะจะทำให้คนในบ้านมีอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พลอยทำให้โชคลาภหดหายตามไปด้วย ที่สำคัญ อย่าลืมจัดห้องนอนให้สะอาด เคลียร์ของที่ไม่จำเป็นออก อย่าลืมว่าพื้นที่โล่งเป็นจุดสำคัญของการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย.
จัดมุมทำงาน เสริมพลังความสำเร็จ
ใครว่าบรรยากาศการทำงานไม่สำคัญ ในเมื่อมุมทำงานที่ดีจะยิ่งทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ และเป็นมุมที่จะผลิตเงินให้แก่เราโดยตรง เพื่อเป็นการเสริมอำนาจในการทำงาน ให้วางของที่มีความสูงมากที่สุดไว้ด้านซ้ายของโต๊ะ หรือหากอยากดูดซับพลังงานที่ดี ให้หาแก้วใส่น้ำและหินเก๋ๆ มาวางประดับตรงด้านหน้าโต๊ะ ซึ่งถือเป็นจุดรับพลังงานต่างๆ ที่จะไหลเข้ามาสู่โต๊ะทำงานโดยตรง

แม้ว่าการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย จะช่วยเสริมดวงทั้งด้านครอบครัว การเงิน การงาน แต่ก็เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งที่จะช่วยเปิดรับพลังบวก และเสริมสร้างความสำเร็จ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ ตัวบ้าน ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

บ้านหลังแรกซื้อให้พ่อแม่อยู่ แต่พอวันหนึ่งอยากย้ายออกไปอยู่คอนโด เพื่อให้ทำงานสะดวก หรืออยากได้บ้านอีกสักหลังเพราะต้องกา...
09/03/2021

บ้านหลังแรกซื้อให้พ่อแม่อยู่ แต่พอวันหนึ่งอยากย้ายออกไปอยู่คอนโด เพื่อให้ทำงานสะดวก หรืออยากได้บ้านอีกสักหลังเพราะต้องการขยับขยาย หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ทำให้มีเหตุผลต้องซื้อเพิ่มอีกสักหลัง กลายเป็นบ้านหลังที่สอง จะทำการกู้ได้ไหมหากหลังแรกยังผ่อนไม่หมด
บ้านหลังแรกเหลือผ่อนอีกเยอะไหม
เช็กดูเลยว่าบ้านหรือคอนโดหลังแรกเหลืออีกกี่ปีถึงจะผ่อนหมด เพื่อจะได้รู้ค่าใช้จ่ายและจะได้คำนวณระยะเวลาในการผ่อนทั้งหมดหากมีหลังที่สอง ถ้าเหลือไม่เกิน 5 ปี และไม่รีบเท่าไหร่แนะนำว่าปิดหนี้ให้หมดก่อนก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าเพิ่งผ่อนหลังแรกได้ไม่นานและอยากได้หลังที่สองเลย ก็มีทางเลือกอยู่สองวิธี หนึ่งหาเงินก้อนมาโปะหนี้เก่าให้หมด ส่วนอีกวิธีไปดูในข้อถัดไป
เงินมีพร้อมผ่อนจริงรึเปล่า
ความอยากน่ะมีได้แต่เงินก็ต้องมีด้วยนะ ดังนั้นสำรวจสถานะการเงินของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก เริ่มตั้งแต่บ้านหลังปัจจุบันทำการผ่อนกี่บาท รวมไปถึงรายจ่ายอื่นๆ อย่างค่ารถ ค่าบัตร จิปาถะต่างๆ พูดง่ายๆ คือรวมยอดรายจ่ายมาเลยทีเดียวว่ามีทั้งหมดกี่บาท เพราะต่อให้มีรายได้สูงแต่รายจ่ายก็สูงไม่แพ้กัน อาจต้องพับหลังที่สองไว้ก่อน.
ซึ่งคำนวณได้ไม่ยากว่า ตัวเราจะมีกำลังผ่อนอีกหลังหรือไม่ คือต้องไม่เกิน 40% ของรายได้ ยกตัวอย่าง เงินเดือน 70,000 บาท ก็จะเป็น 70,000 x 40% เท่ากับ 28,000 บาท ถ้ารวมหนี้ทั้งหมดแล้ว 15,000 บาท ก็จะเหลือส่วนต่างที่ผ่อนหลังที่สองได้ 13,000 บาท
เลือกรีไฟแนนซ์จ่ายถูกลง
เป็นเรื่องปกติที่เมื่อถึงกำหนดผ่อนบ้านครบ 3 ปี เราจะสามารถเปลี่ยนธนาคารหรือรีไฟแนนซ์ได้ ด้วยเหตุผลหลักๆ คือจะทำให้เราผ่อนได้ถูกลงจากแต่ละเดือนผ่อนหลักหมื่นก็อาจจะเหลือหลักพันปลายๆ สมมติว่า กู้บ้านราคา 3 ล้าน อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เท่ากับว่าต่อเดือนจะต้องผ่อนประมาณ 17,200 บาท แต่ถ้ารีไฟแนนซ์ได้ดอกเบี้ยถูกลงแม้จะแค่ 1% ก็มีค่า เหลือ 4% ต่อปี จะผ่อนแค่ 15,200 บาทต่อเดือน แต่พยายามเลือกธนาคารที่ให้โปรโมชั่นฟรีพวกค่าธรรมเนียมต่างๆ ก็จะดีไม่น้อย
หาผู้กู้ร่วมรวมรายได้
ถ้ากู้คนเดียวแล้วตึงมือหรือกังวลว่าจะไม่ผ่าน หันมาหาผู้กู้ร่วมโดยด่วนซึ่งถ้ากำลังจะสร้างครอบครัวก็ไม่ยากถ้าจะดึงแฟนมาช่วยเพิ่มรายได้ หรือไม่ก็เป็นพี่น้องก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งข้อกำหนดส่วนใหญ่ที่นอกจากต้องมีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกันแล้ว ยังอนุญาตให้กู้ร่วมกันได้สูงสุดไม่เกิน 3 คน อาจมียกเว้นบางโครงการที่ให้ถึง 4 คน
กู้หลังที่ 2 ยังไงก็ต้องวางเงินดาวน์
อย่างที่รู้กันว่ามี มาตรการ LTV ทำให้ยากต่อการกู้แบบเต็มวงเงิน 100% ซึ่งจะกู้ได้สูงสุดประมาณ 80%-90% เท่านั้น หมายความว่าจะต้องวางเงินดาวน์ 10% สำหรับผู้ที่ผ่อนหลังแรกเกิน 3 ปี และวางเงินดาวน์ 20% สำหรับผู้ที่ผ่อนหลังแรกไม่ถึง 3 ปี..
อยากให้ใคร่ครวญไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน หากคิดจะกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดอีกหลัง เพราะแม้จะมีรายได้เพียงพอ แต่ต้องมองถึงอนาคตว่าเงินที่ได้มานั้นจะมั่นคงไปตลอดหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลในภายหน้านั่นเเอง

ห้อง Studio เหมาะกับใคร.ห้องในคอนโดแต่ละโครงการมีหลายแบบหลายขนาด เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยรอบนี้เราจะขอเริ่มท...
08/03/2021

ห้อง Studio เหมาะกับใคร.
ห้องในคอนโดแต่ละโครงการมีหลายแบบหลายขนาด เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยรอบนี้เราจะขอเริ่มที่ห้องแบบพื้นฐานก่อนเลยนั่นก็คือ ห้องสตูดิโอ จริงๆ แล้วห้องสตูดิโอเป็นยังไง แปลนห้องเป็นแบบไหน ดูยังไงว่าแบบนี้เรียกว่าสตูดิโอ และมีจุดเด่นจุดด้อยที่ควรรู้อะไรบ้าง รวมถึงเหมาะกับใคร เรามีคำตอบมาให้หมดทุกข้อในบทความนี้

#ห้องสตูดิโอ เป็นห้องเดี่ยวที่มีขนาดกำลังพอดีไม่ใหญ่เกินไป ซึ่งส่วนมากโครงการจะทำออกมาไม่เกิน 25 ตารางเมตร แต่ถามว่ามีขนาดใหญ่กว่านี้ไหมก็มี เพียงแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ และมักจะ รวมห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัวไว้ด้วยกัน แน่นอนว่าห้องน้ำแยกไว้อยู่แล้ว แต่ก็มีบางคอนโดที่ใช้บานเลื่อนกั้นห้องครัวไว้ให้แค่นั้น ที่เหลือก็คือใช้พื้นที่รวมกันทั้งหมด

#จุดเด่นห้องสตูดิโอ

1. ราคาย่อมเยาทำเลก็ดี
เพราะคิดราคาเป็นตารางเมตร ทำให้ห้องสตูดิโอที่มีพื้นที่ไม่มากได้มาในราคาที่ถูก และยังได้ในทำเลที่ค่อนข้างดี ติดรถไฟฟ้าและอยู่ในเมืองอีกต่างหาก รวมถึงการได้ใช้ส่วนกลางได้อย่างเต็มที่ เมื่อเทียบเท่ากับห้องขนาดอื่นๆ ที่มีราคาแพงกว่า

2. ตกแต่งได้ตามใจชอบ
เมื่อเป็นห้องโล่งที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้น ทำให้เราอยากจะทำอะไรกับห้องก็ได้อย่างอิสระ หมายความว่าอยากจะกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน โดยใช้เฟอร์นิเจอร์กั้นก็สามารถทำได้ หรือจะใช้ผ้าม่าน บานเลื่อน แม้แต่ไม่กั้นปล่อยโล่ง คือยืดหยุ่นตกแต่งได้หมดเลยตามสไตล์ของแต่ละคน

3. ทำความสะอาดง่ายและรวดเร็ว
อย่างที่บอกว่าห้องมีพื้นที่ขนาดไม่มาก ทำให้เฟอร์นิเจอร์มีน้อยชิ้นตามไปด้วย เวลาทำความสะอาดเลยไม่ต้องเสียเวลาทำทีละห้องๆ เพราะทุกห้องเชื่อมถึงกันหมด จึงใช้เวลาทำน้อยกว่าเมื่อเทียบกับห้องขนาดใหญ่ ทำให้การทำความสะอาดเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว
มีจุดเด่นแล้วต่อมาเราก็จะมาดูในเรื่องของจุดด้อยห้องสตูดิโอกันครับ

#จุดด้อยห้องสตูดิโอ

1. ความเป็นส่วนตัวที่น้อยลง
ได้ความเป็นส่วนตัวน้อย เวลามีเพื่อนหรือใครมาหาที่ห้อง ก็เหมือนเราเปิดเผยทุกอย่างให้เค้าเห็น เนื่องจากเค้าจะมองเห็นในส่วนของห้องนอน ที่มีทั้งที่นอนและโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งเป็นส่วนที่คนภายนอกไม่ควรจะเห็น

2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ไม่ดีทำให้ห้องอึดอัด
อย่างที่บอกไปว่าขนาดห้องไม่ได้มีมากพอที่จะใส่เฟอร์นิเจอร์ได้หลายชิ้น เพราะถ้ายัดเข้าไปอยู่ด้วยกันเยอะๆ จะทำให้ห้องดูแคบและอึดอัดกว่าเดิม ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ควรมีขนาดไม่ใหญ่ สามารถใช้ได้หลายฟังก์ชั่นในชิ้นเดียว และของตกแต่งก็ต้องไม่เยอะจนเกินไป เพื่อให้ห้องดูโปร่งอยู่แล้วสบาย

3. เสียเงินเพิ่มกับส่วนอื่น
แม้จะได้ราคาห้องที่ถูกก็จริง แต่ถ้าเกิดอยากกั้นห้องเพื่อให้เป็นสัดส่วนขึ้นมา เราก็อาจต้องเสียเงินเพิ่ม ไปกับพวกบานเลื่อน พาร์ทิชั่น ผ้าม่าน หรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อนำมากั้น เป็นต้น ดังนั้นก็ต้องเทียบราคาดูว่าแบบไหนคุ้มค่าและชอบมากกว่า

แล้วห้องสตูดิโอจริงๆแล้วเหมาะกับใครกันหละ?
อย่างแรกเลยคือเหมาะกับ คนที่งบประมาณไม่มาก แต่อยากได้ทำเลที่ดีอยู่ใจกลางเมือง อย่างนักเรียนนักศึกษารวมถึง First Jobber และด้วยห้องมีพื้นที่จำกัดการอยู่คนเดียวจะสะดวกสบายกว่า ซึ่งถ้าถามว่าอยู่เป็นคู่ได้ไหมก็ได้อยู่แหละ แต่อาจต้องเลือกห้องสตูดิโอแบบขนาดใหญ่สุด เพื่อให้แต่ละคนมีพื้นที่ในการใช้ชีวิตอยู่ในห้องได้มากขึ้น รวมถึงต้องเป็นคนที่ยอมรับได้กับห้องที่เปิดใช้ทุกส่วนในพื้นที่เดียวกัน

นี่คือความเป็น ห้องสตูดิโอ ที่มีทั้งข้อเด่นข้อด้อยไม่ต่างจากห้องอื่นๆ ซึ่งก็ต้องดูว่าห้องแบบนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความเป็นอยู่ของเราไหม หรือสามารถดัดแปลงได้มากน้อยแค่ไหนเพื่อให้เข้ากับเรานะครับ

รปภ.ห้างในฟิลิปปินส์เค้าพกแต่ของหนักๆ จะปล้นต้องคิดดีๆ เพราะไม่ได้ถือกระบอง..ไม่ได้ถ่ายเล่นๆ ประเทศเค้าเป็นแบบนี้จริงๆ ็...
07/03/2021

รปภ.ห้างในฟิลิปปินส์เค้าพกแต่ของหนักๆ จะปล้นต้องคิดดีๆ เพราะไม่ได้ถือกระบอง..
ไม่ได้ถ่ายเล่นๆ ประเทศเค้าเป็นแบบนี้จริงๆ

็ด ปืนควาย

อัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย ปี 2564
06/03/2021

อัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย ปี 2564

ที่อยู่

พัทยา-นาเกลือ, นาเกลือ, พัทยา, ชลบุรี
Pattaya
20150

เบอร์โทรศัพท์

+66655603152

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Millennium Deal อสังหาดีลลับผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์