11/09/2026
เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’
ทำ ‘6 แบรนด์’ ขายข้าว-เส้น-เครป ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา!
คุยกับ “เก็ต-อธิเมศร์” เจ้าของและผู้ก่อตั้งเครือร้าน “กาญจน์ โภชนา” เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่เรียนปี 3 ทำพาร์ทไทม์เก็บเงินไปซื้อแฟรนไชส์ร้านเครป ใช้ทุนต่อทุน เรียนสูตรจาก YouTube เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว-ปั้นแบรนด์เครปต่อ พบจุดพลิกผันเห็นโอกาสซอยสิโรรสย่านสวนดอกไม่มีร้านอาหารแต่คอนโดแน่น! ขยายอาณาจักรครบ 6 แบรนด์ ปีที่ผ่านมาทำรายได้ทะลุ “20 ล้าน”
จะทำธุรกิจสักอย่างให้ประสบความสำเร็จก็ดูจะเป็นเรื่องยากและใช้ความพยายามมากพอตัวอยู่แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า “เก็ต-อธิเมศร์ ธนันท์จิรานนท์” อายุ 31 ปี มีร้านอาหารและของหวานในเครืออยู่ทั้งหมด 6 แบรนด์ แต่ละแบรนด์มีฐานลูกค้าของตัวเองเกือบทั้งหมด และเกือบทุกร้านที่ว่ามา ตั้งอยู่ในซอยเดียวกัน เรียกว่า ถ้าอยากเดินหาของกินอร่อยๆ ในย่านนี้ ต้องได้เป็นลูกค้าของ “เก็ต” แน่นอน
นี่คือกลเม็ดเด็ดพรายที่ “คนตัวเล็ก” เลือกใช้ในการตกลูกค้าท่ามกลางการแข่งขันในจังหวัดเชียงใหม่ “เมืองปราบเซียน” เมืองที่ได้ชื่อว่าค่าครองชีพกำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างจากกรุงเทพ ทว่า “เก็ต” กลับมองหาโอกาสที่ต่างออกไป เขาไม่ได้เลือกทำเลร้านค้าบน Prime Location เพราะที่ตั้งของทุกแบรนด์ในเครืออยู่ในซอยสิโรรส หรือซอยตรงข้ามแมคโดนัลด์สวนดอก โดยที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีร้านอาหารเข้ามาปักหลักแม้แต่ร้านเดียว
ก่อนจะมาเป็นเจ้าของกิจการ “เก็ต” เริ่มต้นจากการเลือกเรียนด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กระทั่งเรียนถึงชั้นปีที่ 3 แฟนสาวของเก็ตพูดถึงร้านเครป และบอกว่า ตอนนี้กาดมาลินหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังไม่มีร้านเครปมาเปิด จึงตัดสินใจติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์มาเปิดด้วยเงินเก็บตัวเองบวกกับไหว้วานขอให้คุณป้ากู้ยืมเงินมาอีกส่วนหนึ่ง เบ็ดเสร็จแล้วร้านเครปชาโคลแห่งนี้ใช้เม็ดเงินลงทุนราว 30,000 บาท
ปรากฏว่า เปิดมาก็ขายดีตั้งแต่วันแรก เป็นจังหวะดีที่ตอนนั้นตลาดยังไม่มีร้านขายเครป “เก็ต” บอกว่า ร้านเครปทำให้ได้เงินมาต่อทุนอีกเยอะมากเพราะกำไรต่อชิ้นดีมาก ไม่นานก็ขยายสาขาที่สองมาอยู่หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ก็ต้องหยุดไว้ตรงนั้นเพราะแบรนด์แม่ปิดกิจการลง และมีข้อแม้กับเก็ตว่า สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้แต่ห้ามขยายสาขาเพิ่ม จึงเป็นที่มาที่ทำให้ “เก็ต” เริ่มคิดทำแบรนด์ใหม่ในชื่อตัวเอง พร้อมกับพัฒนาสูตรแป้งอื่นๆ เข้ามาด้วย
แม้กิจการร้านเครปจะไปได้สวย แต่ “เก็ต” ก็เริ่มเห็นสัญญาณขึ้นลงของธุรกิจขนมหวาน มองว่า เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่อาจจะยืนระยะได้ไม่นาน มองหาอาหารที่กินได้ทุกวัน คิดจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวก็มาลงเอยที่ “ก๋วยเตี๋ยว” เก็ตบอกว่า ตัวเองเป็นคนชอบกินแต่ทำอาหารไม่เป็น พอคิดอยากทำก๋วยเตี๋ยวก็ใช้วิธีเปิด YouTube ศึกษาวิธีทำด้วยตัวเอง พอทำธุรกิจแล้วเริ่มมีเครดิตจึงกู้แบงก์มาหนึ่งก้อน ใช้ชื่อร้านว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือธารา”
ตอนนั้น “ก๋วยเตี๋ยวเรือธารา” ขยายไปมากถึง 5 สาขา แม้ตอนแรกจะขายดีมากบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ แต่ด้วยราคาเพียง 35 บาท ประกอบวัตถุดิบของสดทยอยขึ้นราคากันหมด ไม่นานก็ขายดีจนไม่เหลือกำไร สุดท้ายกลายเป็นขาดทุนจนต้องทยอยปิดทุดสาขา เหลือเพียงสาขาสวนดอกไว้ 1 แห่ง “เก็ต” ทยอยขายของเพื่อนำมาใช้หนี้ ปรับแผนธุรกิจใหม่ และได้อ่านหนังสือ “ขายดีเพราะขึ้นราคา” จนสามารถนำมาปรับกลยุทธ์เพื่อขายของให้มีกำไรมากขึ้น
ปฐมบทของเครือร้านอาหารเริ่มหลังจากนี้ เมื่อ “เก็ต” เอะใจว่า ทำไมซอยที่ตัวเองมาอยู่ไม่มีร้านอาหารเลยแม้แต่ร้านเดียว และส่วนใหญ่ปิดเร็วก่อน 13.00 น. แทบทั้งนั้น โดยลักษณะของซอยนี้ตรงเข้าไปจะเป็นซอยตัน ไม่ได้ทะลุกับซอยอื่นๆ ถ้าไม่ได้ตั้งใจเข้ามาจริงๆ จะไม่รู้เลยว่า ซอยนี้มีคอนโดมิเนียมผุดขึ้นมากกว่า 30 ตึก ตึกหนึ่งอยู่กันหลักร้อยคน แปลว่า มีคนหลักหมื่นคนอยู่ในซอยนี้แต่ร้านอาหารกลับน้อยกว่าความต้องการ “เก็ต” ปักหมุดในใจทันทีว่า จะทำธุรกิจในซอยนี้
เขาเริ่มจากดูก่อนว่า คนในพื้นที่บริเวณนี้อยากกินอะไร อยากได้อะไร และเราอยากขายให้ใคร คนในย่านนี้ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ คนกลุ่มนี้ต้องการความรวดเร็ว ฉะนั้น อาหารที่ทำต้องไม่ซับซ้อน ใช้เวลาปรุงไม่เกิน 5 นาทีต้องได้เสิร์ฟ หรือบางเมนูอาจใช้เวลาเพียง 1 นาทีด้วยซ้ำ ย่านสวนดอกลูกค้าจะมาเช้าและเที่ยงเป็นหลัก จากร้านก๋วยเตี๋ยวก็มีแบรนด์อื่นๆ ตามมา อาทิ “ครัวอมร สวนดอก” ขายข้าวมันไก่และอาหารจานเดี่ยว ตามมาด้วย “กาญจน์ โภชนา” โดดเด่นด้วยเมนูอาหารเช้า ทั้งข้าวต้มแห้ง ซุปกระดูก ข้าวอบหมูกรอบ เป็นต้น
แต่ละแบรนด์ แต่ละเมนู ที่เพิ่มขึ้นมา “เก็ต” บอกว่า ยังใช้วิธีเดิม คือดูว่าลูกค้าที่มาอยากมากินอะไร พอรู้ว่าอยากได้ก๋วยเตี๋ยวก็เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว อยากได้ข้าวมันไก่ก็ไปหาสูตรข้าวมันไก่ดูแล้วมาเปิดร้าน เขามองว่า เป็นข้อดีของคนทำอาหารไม่เป็น เพราะคนชอบกินจะรู้ว่า รสชาติแบบไหนในมุมคนกินที่ถูกปากที่สุด จนทุกวันนี้ซอยสิโรรสที่เคยเป็นซอยตันไม่มีร้านอาหารกลายเป็นย่านใหม่ ถ้าอยากกินข้าว อยากหาอะไรกิน ทั้งเช้า กลางวัน หรือเย็น ต้องมาที่ซอยนี้
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/1250822
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจBusiness #กรุงเทพธุรกิจMarketing