22/06/2021
📌เคยสงสัยมั้ยว่า ผ่อนรถราคา 2 ล้านกับบ้านราคา 2 ล้านเหมือนกัน แต่พอมาหักลบกลบหนี้แล้ว ราคาที่จ่ายไปทั้งหมดกลับไม่เท่ากัน
นั่นเป็นเพราะอะไร ?
วันนี้ Lumpsum มีคำตอบมาให้ทุกคน
1.รถ คิดอัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat rate)
มีสูตรคำนวณคือ ราคารถ x อัตราดอกเบี้ย x เวลา = ดอกเบี้ยที่ต้องเสีย
เช่น 2,000,000 x 5% ต่อปี x 2 ปี = ดอกเบี้ย 200,000 บาท
ยิ่งถ้าเราผ่อนนาน ดอกเบี้ยก็จะยิ่งสูงขึ้น ลองมาดูกัน เปลี่ยนจากผ่อน 2 ปี เป็น 5 ปี
2,000,000 x 5% ต่อปี x 5 ปี = ดอกเบี้ย 500,000 บาท
นั่นหมายความว่าถ้าเราต้องการจะซื้อรถในราคา 2,000,000 บาท ในระยะเวลาการผ่อน 5 ปี เราจะต้องจ่ายเงินทั้งหมดสูงถึง 2,500,000 บาท
และการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat rate) การนำเงินมาโปะหรือมาปิดหนี้ จะไม่ช่วยให้ดอกเบี้ยของเราลดลง เหมาะที่จะ “จ่ายเงินทุกเดือนเท่าๆกัน”
สำหรับใครที่คิดจะกู้ซื้อรถ ก็ควรจะวางแผนการเงินให้ดี ก่อนจะกู้ซื้อลองเก็บเงินค่าผ่อนรถในทุก ๆ เดือนเป็นเวลาสัก 6 เดือนก่อน ว่าเราสามารถมีเงินจ่ายค่างวดได้ตลอดรอดฝั่งไหม แถมเรายังสามารถนำเงินที่ลองเก็บนั้นมาเป็นค่าดาวน์เพื่อลดดอกเบี้ยได้ด้วย
2. บ้าน คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ( Effective rate)
การคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก จะมีความพิเศษตรงที่ ยิ่งเราจ่ายเงินเพิ่มมากกว่าค่างวดมากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยที่เราต้องเสียจะน้อยลงเท่านั้น แต่จะแลกมาด้วยการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า
เช่น 2,000,000 x 12 % ต่อปี x 2 ปี = ดอกเบี้ย 480,000 บาท
ยอดรวม 2,480,000 บาท
กลับกัน ถ้าเราโปะเงินเพิ่ม 100,000 ทุกๆ 6 เดือน
1,800,000 x 12% ต่อปี x 2 ปี = ดอกเบี้ยจะลดเหลือ 432,000
หรือจ่ายรวมทั้งหมด 2,432,000 บาท ถูกกว่าแบบไม่โปะเพิ่มถึง 48,000 บาท
ใครจะกู้ซื้อบ้านแอดขอแนะนำให้เราวางแผนการเงินเพื่อที่จะนำมาโปะมาปิด ทุก ๆ 6 เดือน สามารถนำเงินจากโบนัสรายปีของบริษัทมาใช้โปะบ้านได้เลย เพราะถ้าเราจ่ายค่างวดในอัตราที่เท่ากันทุกเดือน ดอกเบี้ยจะมากมหาศาลเลยทีเดียว
3.บัตรเครดิต คิดดอกเบี้ย 2 เด้ง
และมาถึงในส่วนสุดท้ายที่ดอกเบี้ยโหดสุด ๆ หากเมื่อไหร่ก็ตามที่ครบกำหนดชำระ แล้วเราชำระได้ไม่เต็มจำนวนและไม่ตรงเวลา จะกลายเป็นการกู้เงินทันที ที่อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี ! แพงกว่ากู้ซื้อรถกับบ้านหลายขุม
ทำไมถึงแพงขนาดนี้ !
เพราะเป็นการกู้แบบไม่มีการค้ำประกัน ทำให้มีความเสี่ยงสูง ดอกเบี้ยจึงสูงตาม แล้วมันคิด 2 เด้งยังไงไปดูกัน
เด้งแรก : 20,000 บาท(เงินต้นค้างจ่าย) x 18% (อัตราภาษี) x 17 วัน (จำนวนวัน ของวันที่ 24 ก.ค. - 9 ส.ค.) / 365 วัน = 167.67 บาท
เด้งที่สอง : 18,000 (เงินต้นค้างจ่ายจาก 20,000-2,000) x 18% x 15 วัน (วันที่ 10 - 24 สิงหาคม) / 365 วัน = 133.15 บาท
นั่นคือ งวดถัดไปหลังจากจ่ายขั้นต่ำ ยอดชำระไม่ใช่เพียงแค่เงินต้นค้างจ่าย 18,000 บาท แต่จะถูกคำนวณเป็นดอกเบี้ยขั้นที่สองด้วย และจะทบกลายเป็นเงินต้นของงวดถัดไปเป็น 18,000 + 167.67 + 133.15 = 18,300.82 บาท
แอดจึงอยากบอกตรงนี้ว่าจุดประสงค์จริง ๆ ของ บัตรเครดิต คือการใช้แทนเงินสด ไม่ใช่การผ่อนจ่าย ต้องจ่ายเต็มและตรงเวลา
และประโยชน์ของมันก็มีเยอะเช่นกัน สามารถใช้เพื่อสะสมแต้มเพื่อแลกสิทธิพิเศษต่างๆ แถมมีส่วนลดอีกมากมาย หากเราใช้เป็นจะเกิดประโยชน์ให้กับตัวเรานั่นเอง
เมื่อเพื่อนๆเห็นแบบนี้แล้ว ใครที่จะคิดกู้ซื้อบ้าน รถ หรือจะสมัครบัตรเครดิต จะได้สามารถวางแผนการเงินของเราได้อย่างถูกต้อง และไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับหนี้ให้เราปวดหัวอีกต่อไป !
ติดตามคอนเทนต์จาก Lumpsum ทั้งหมดได้ที่นี่
Line : หรือคลิกลิ้งค์ https://lin.ee/C8k0QLT
Website: https://www.lumpsum.in.th/knowledge
YouTube: https://bit.ly/3bYpXZD
Blockdit: https://www.blockdit.com/lumpsumofficial
Twitter: https://twitter.com/lumpsumofficial