13/07/2016
วิธีผ่อนบ้านให้หมดไว แถมยังได้เงินคืนเมื่อผ่อนบ้านหมด จากประสบการณ์จริงด้วยกลเม็ดเด็ดเอาไว้ต่อรองกับธนาคารที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้
หลายคนทำงานงก ๆ เพื่อเก็บเงินไปผ่อนบ้าน ซึ่งใช้เวลาหลายปีมากกว่าจะผ่อนหมด เพราะต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ที่ล้วนแต่ทำไปตามสเต็ปของธนาคาร เลยทำให้เป็นหนี้ยาว ผ่อนหมดช้า แถมยังไม่ได้เงินคืนจากการทำประกันบ้านอีกต่างหาก
วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว และได้เงินคืนบางส่วนเมื่อผ่อนหมด
วิธีนี้หลายท่านคงรู้ดีอยู่แล้ว ขอแชร์ให้ผู้ที่ไม่รู้แล้วกันนะ สละเวลาอ่านแล้วคุณจะประหยัดเงินได้เยอะเลย
1. ผ่อนให้หมดไวคือ การรู้จักขอลดดอกเบี้ย
2. ได้เงินคืนบางส่วนคือ "เงินประกัน" ที่หลายคนถูกบังคับให้ทำตอนกู้นะครับ ซึ่งหลายธนาคารมักจะอ้างว่าจะได้อนุมัติให้ผ่านง่ายขึ้นถ้าทำประกัน (หลายคนอาจจะมีวิธีพูดที่ไม่ต้องทำตั้งแต่แรก แต่อันนี้สำหรับคนที่โดนไปแล้วนะ)
*****************************
1. ผ่อนให้หมดไวคือ การรู้จักขอลดดอกเบี้ย
ปกติสัญญามักจะบอกว่าห้ามปิด (โปะหนี้) ก่อน 3 ปี เราจึงใช้ช่องโหว่ตรงนี้มาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารครับ โดยการบอกว่าขอลดดอกเบี้ย (หลังจากผ่อนครบ 3 ปี) ถ้าไม่ได้เรามีแผนว่าจะรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่น (หมายถึงเราจะให้ธนาคารอื่นมาโปะหนี้กับธนาคารเดิม แล้วเราไปเป็นหนี้ธนาคารอื่นแทน) เมื่อบอกแบบนี้แล้วธนาคารจะพยายามรักษาลูกหนี้ไว้โดยการรีเทนชั่น (คือลดดอกเบี้ยให้)
วิธีการ
ไปติดต่อธนาคารสาขาที่คุณกู้เพื่อเจรจาขอลดดอกเบี้ย โดยวิธีการคุยให้คุณได้เปรียบคือขอลดดอกเบี้ยดื้อ ๆ เลยครับ โดยให้เหตุผลแค่ว่าเพราะเราเป็นลูกค้าชั้นดี ไม่เคยมีประวัติชำระไม่ตรง และตอนนี้ผ่อนมาครบ 3 ปีแล้ว อยากขอลดดอกเบี้ย ถ้าไม่ได้จะตั้งใจว่าจะรีไฟแนนซ์เพราะไปเช็กดอกเบี้ยโฮมโลนสำหรับลูกค้าใหม่มาแล้ว 4-5 ธนาคาร แล้วดอกถูกกว่าที่จ่ายอยู่
จากนั้นพนักงานอาจจะถามคุณว่าสนใจที่ไหนอยู่ คุณก็แกล้งบอกไปสัก 1 ธนาคารที่ดอกต่ำที่สุดในกระดาษที่คุณจดมา (แต่คุณต้องเช็กแล้วเขียนใส่กระดาษไปเลยว่า ดอกเบี้ยแต่ละธนาคารเท่าไร 4-5 ที่อย่างที่บอกจริง ๆ ย้ำว่าต้องเช็กไปจริง ๆ เพราะคุณจะต่อรองได้มาก ธนาคารจะรู้เรตของธนาคารอื่นอยู่แล้ว แค่แกล้งถามให้รู้ว่าคุณเช็กมาจริง คุณเอาจริง) จากนั้นธนาคารเขาจะออฟเฟอร์ดอกเบี้ยใหม่ให้คุณ ซึ่งก็ยังแพงกว่าของธนาคารที่คุณแจ้งไปเล็กน้อย (เพราะเขารู้ว่าถ้าคุณรีไฟแนนซ์ คุณก็ต้องมีค่าใช้จ่ายและบางคนก็มองว่ายุ่งยาก ดอกเบี้ยลดให้แล้วแต่ยังแพงกว่าหน่อย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็โอเค เพราะซื้อความสะดวก) พอคุณได้ดอกเบี้ยใหม่ คุณก็ถามเขาได้เลยว่าดอกเบี้ยใหม่เริ่มคิดให้ตั้งแต่เดือนไหน (ผมกำลังหมายความว่า คุณสามารถไปติดต่อก่อนครบ 3 ปี ล่วงหน้าสัก 1-2 เดือนได้เลย)
ป.ล. ดอกเบี้ยของธนาคารอื่น 4-5 ธนาคารที่ผมให้เช็กและจดไปว่าที่ไหนต่ำสุด ให้คุณคำนวณว่าในระยะเวลาอีก 3 ปีที่จะผ่อนข้างหน้าต่ำสุด ไม่ใช่ดูแค่ว่า 0% 3 เดือนแรกจากนั้นแพง ให้คำนวณดูที่ 3 ปี เพราะหลังจากนั้นทุก ๆ 3 ปี คุณก็ใช้ช่องโหว่เดิมมาขอลดดอกเบี้ยได้อีก ทั้งนี้ทั้งนั้นยอดหนี้ต้องเกิน 1 ล้านบาทตอนไปขอลดดอกเบี้ย (แล้วแต่ธนาคาร) http://xn--22ck7cad1ccbi1b6a4bzbtc0zmd.com/