13/09/2022
#6เทคนิคผ่อนบ้าน
ประหยัดดอกเบี้ยได้หลักแสน-ล้าน
ผ่อนหนี้เร็วขึ้นได้ 5-10 ปี
ถ้าคุณมีหนี้บ้าน
ห้ามพลาดความรู้ในโพสต์นี้
แล้วหนี้จะหมดเร็วขึ้นแบบทำตามได้ง่าย ๆ ทันที
💢จ่ายเกินทุกงวดแบบตรงกับวันครบกำหนดชำระ
เงินที่จ่ายเกินจะไปตัดส่วนของเงินต้นแบบ 100 %
แค่จ่ายเพิ่มจากยอดผ่อนไปเพียง 10 %
คุณจะลดเวลาผ่อนบ้านได้ถึง 5 ปี
มาดูตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนกันเลยดีกว่า
เช่น ปกติกู้บ้านเงินต้น 1.5 ล้านบาท กู้ได้นาน 30 ปี
จะผ่อนเดือนละ 9,000 บาท กำหนดจ่ายทุกวันที่ 10
ดอกเบี้ย 3 %/ปี
ถ้าจ่ายเพิ่มเดือนละ 10 % = 10/100 x 9,000 = 900
ถ้าครบกำหนดจ่ายวันที่ 10 เราก็จ่ายค่างวด
= 9,000 + 900 = 9,900 บาท
เดี๋ยวเราไปดูว่าที่เราชำระ 9,900 บาท
มันไปตัดดอกเบี้ยเท่าไหร่ ⁉️
และเป็นส่วนเงินต้นเท่าไหร่⁉️
จากดอกเบี้ย 3 % เงินต้น 1.5 ล้าน
จะเสียดอกเบี้ยปีละ = 3/100 x 1,500,000 = 45,000
หรือเป็นดอกเบี้ยเดือนละ = 45,000/12 = 3,750 บาท
ดังนั้นถ้าวันที่ 10 จ่ายค่างวดผ่อน 9,000 บาท
จะถูกไปตัดดอกก่อนที่ 3,750 บาท
และที่เหลืออีก 5,250 บาท
แต่ที่จ่ายเพิ่ม 900 บาท
จะไปตัดต้นได้ทั้งหมดเลย😮
ทำแบบนี้จะผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น 5 ปี
นั่นคือประหยัดเงินไปถึง = 5 x 12 x 9,000
= 540,000 บาท
ครูส้มสรุปให้
👉จ่ายเพิ่มทุกเดือน 10 % จากค่าผ่อนปกติ
โดยจ่ายในวันที่ครบกำหนดจ่าย
จะไปตัดเงินต้น 100 %
👉เทคนิคนี้จะทำให้ผ่อนบ้าน หมดเร็วขึ้น 5 ปี
💢ช่วงแรกให้รีบโป๊ะ
เพราะ 3 ปีแรก ธนาคารจะให้ดอกเบี้ยแบบพิเศษ
ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า หลังจากปีที่ 3
จะเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว (MRR)
อยากรู้เรื่องดอกเบี้ยลอยตัว ตามไปอ่านที่โพสต์นี้
👉
ทำให้ในช่วง 3 ปีแรก ถ้าเรามีเงินก้อนจากโบนัส
เงินจากงานพิเศษ เงินถูกหวย😆 เงินรางวัล เงินเก็บจากสามีหรือภรรยา
ให้เอาเงินก้อนที่ได้มาโป๊ะบ้านในช่วง 3 ปีแรก
ที่ดอกเบี้ยถูก ๆ ที่เหลือมันจะได้ไปตัดต้นล้วนๆ
และธนาคารคิดดอกเบี้ยบ้านจากเงินต้นที่คงค้าง
(คิดดอกเบี้ยแบบลดต้น)
เช่น กู้วงเงิน 1,500,000 บาท
ถ้าคุณได้โบนัส 100,000 บาท
คุณเอาไปโป๊ะบ้าน จะเหลือเงินต้น 1,400,000 บาท
ทำให้จากปกติคุณจ่ายดอกเบี้ย
จากเงินต้น 1,500,000 บาท
จะถูกคำนวณเงินต้นเป็น 1,400,000 บาท แทน
มาดูว่าถ้าถูกคิดดอกเบี้ย 3 %/ ปี
คุณจะจ่ายดอกเบี้ยต่อเดือน = 3/100 x 1,500,000/12
= 3,750 บาท (สำหรับเงินต้น 1.5 ล้าน)
👉ทำให้เงินงวด 9,000 บาท
เหลือไปตัดเงินต้น = 9,000 - 3,750 = 5,250 บาท
แต่จะจ่ายดอกเบี้ยต่อเดือน = 3/100 x 1,400,000/12
= 3,500 บาท (สำหรับเงินต้น 1.4 ล้าน)
👉ทำให้เงินงวด 9,000 บาท
เหลือไปตัดเงินต้น = 9,000 - 3,500 = 5,500 บาท
ตัดเงินต้นเพิ่มได้อีกเดือนละ 250 บาท 😮
รีบหาเงินก้อนไปโป๊ะเงินบ้านกันเถอะ
ถ้ามันเริดดดดขนาดดดนี้‼️
💢รีเท็นชั่นทุก ๆ 3 ปี
รู้ใช่ไหมว่าหลัง 3 ปี ธนาคารจะปรับ
เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวแล้ว
ดังนั้น เราสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ย
ที่ธนาคารเดิมได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย
และไม่ต้องเตรียมเอกสารให้วุ่นวาย
ใช้แค่บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านเท่านั้น
Retention รีเท็นชั่นการขอลดอัตราดอกเบี้ยที่
ธนาคารเดิม ซึ่งก็จะลดให้ไม่ได้มาก MRR-1,2,2.5
เช่น หลัง 3 ปี ธนาคารขึ้นดอกเบี้ย
เป็นลอยตัวที่ MRR 6.15 %
แต่ถ้าขอรีเท็นชั่นได้ที่ MRR - 2
จะกลายเป็นดอกเบี้ย 4.15% หลังการรีเท็นชั่น
ถ้ากู้เงินต้น 1 ล้าน
จากเสียดอกเบี้ยประมาณ 61,500 บาท/ปี
(5,125 บาท/เดือน)
จะกลายเป็นจ่ายดอกเบี้ย 41,500 บาท/ปี
(3,458 บาท/เดือน)
ดอกเบี้ยจากเดือนละ 5,125 เป็น 3,458 บาท
ดอกเบี้ยลดลงมา 1,667 บาท เลยทีเดียว‼️
ทำให้คุณจ่ายประหยัดดอกเบี้ยปีละ 20,000 บาท
หรือเดือนละ 1,667 บาท
นั่นเท่ากับว่าคุณจ่ายเงินต้นเพิ่มขึ้นปีละ 20,000 บาท
การรึเท็นชั่นจึงทำให้คุณผ่อนล้านหมดเร็วขึ้นได้นั่นเอง
💢รีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปี
การรีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปี มันช่วยลด
ระยะเวลาผ่อนบ้านได้เป็น 10 ปี
โดยใช้หลักการย้ายธนาคาร
เพื่อขอดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์
ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยปกติ
(แบบลอยตัวและรีเท็นชั่น)
เพราะ ธนาคารใหม่พยายามดึงลูกค้า
ที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีไปนั่นเอง
ซึ่งการรีไฟแนนซ์ต้องเตรียมเอกสาร
และเช็คบูโรใหม่รวมถึงการคิดวงเงินกู้ใหม่ทั้งหมด
(เหมือนตอนยื่นกู้ครั้งแรก)
และมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
👉ค่าประเมินทรัพย์ใหม่ 2,800-5,000
(ขึ้นกับธนาคาร)
👉ประกันคุ้มครองวงเงินกู้และอัคคีภัย
(สามารถเวนคืนกรรมธรรม์ของธนาคารเดิม/
และที่ธนาคารใหม่สามารถกู้เพิ่มในส่วนนี้ได้)
👉ค่าจดจำนองตามยอดเงินที่รีไฟแนนซ์ 1%
(ไม่ใช่ค่าโอนนะคะ บางคนยังเข้าใจผิด‼️)
#ไม่สามารถใช้สิทธิ์ส่วนลด 0.01%จากรัฐได้
เช่น ธนาคารเดิมถ้ารีเท็นชั่นได้ดอกเบี้ย 4.75%
แต่ถ้ารีไฟแนนซ์ได้ดอกเบี้ย 2.75%
ถ้ากู้เงินต้น 1 ล้าน
จะเสียดอกเบี้ยที่รีเท็นชั่นประมาณ 47,500 บาท/ปี
หรือ 3,958บาท/เดือน
แต่ถ้ารีไฟแนนซ์จะเสียดอกเบี้ยเหลือเพียง 27,500 บาท/ปี หรือ 2,292 บาท/เดือน
นั่นคือคุณจะประหยัดดอกเบี้ยได้ถึง
1,666 บาท/เดือนหรือ 20,000 บาท/ปี
ซึ่ง20,000 นี้ก็จะไปตัดส่วนเงินต้นแทน‼️
นั่นเท่ากับว่าคุณจะจ่ายเงินต้น
ได้เพิ่มขึ้นปีละ 20000 บาท เลยทีเดียว
ทำให้คุณผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นนั่นเอง
ถ้า 3 ปี ก็ประหยัดดอกเบี้ยไปถึง 60,000 บาท
แต่ก็อย่าลืมเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่าย
ในการรีไฟแนนซ์ด้วยนะคะ
ถ้าการรีไฟแนนซ์ประหยัดดอกเบี้ยตลอด 3 ปี
ได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ 1 เท่า
ก็ถือว่าคุ้มลุยได้เลย
เช่น ถ้าประหยัดดอกเบี้ย
จากการรีไฟแนนซ์ได้ 60,000 บาท (3ปี)
แต่ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ 30,000 บาท
แบบนี้ถือว่าคุ้ม‼️
💢จ่ายเพิ่ม 1 งวด ตอนงวดที่ 12
(กลายเป็นจ่ายปีละ 13 งวด)
แบบนี้จะทำให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นได้เกือบ 5 ปี
เลยทีเดียวมิน่าเชื่อใช่ไหมคะ⁉️
แค่จ่ายงวดบ้านเพิ่มไปอีก 1 งวดต่อปีเท่านั้นเอง
ทำให้ประหยัดเงินผ่อนบ้านได้ถึง 5 ปี
มาดูตัวอย่างชัด ๆ อีกรอบ
เช่น เคสกู้บ้าน 1,500,000 บาท
ผ่อนเดือนละ 9,000 บาท
ดังนั้นพอถึงงวดที่ 12 ที่ต้องชำระ 9,000 บาท
ก็จ่ายเพิ่มอีก 9,000 บาทไปเลย
เป็นจ่าย 18,000 บาท
ทำแบบนี้ทุก ๆ ปี
คุณจะประหยัดเงินผ่อนบ้านไป 5 ปี
= 5 x 12 x 9,000 = 540,000 บาท 😮
เพียงจ่ายเพิ่มปีละ 9,000 บาท
(ก้อนนี้ถ้าคุณเก็บทั้งปีน่าจะพอทำได้ไม่ยาก
หยอดกระปุกวันละ 25 บาท (9000/365) ก็ได้แล้ว
นี่มันต่ำกว่าแค่กาแฟคุณอีก😁 ทำได้ใช่ไหมหละ⁉️)
💢เลือกธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุด
เพราะ งวดผ่อนจะได้ไปตัดเงินต้นได้มากกว่านั่นเอง
เช่นธนาคาร A ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 5 %/ปี
ธนาคาร B ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.5 %/ปี
ถ้าเราไปกู้เงินต้น 1,500,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี
ผ่อนเดือนละ 9,000 บาท
ที่ธนาคาร A เราจะเสียดอกเบี้ยปีละ
= 5/100 x 1,500,000 = 75,000 บาท/ปี
เสียดอกเดือนละ 6,250 บาท
เงินงวดจะไปตัดเงินต้นที่ 2,750 บาท
ที่ธนาคาร B เราจะเสียดอกเบี้ยปีละ
= 2.5/100 x 1,500,000 = 37,500 บาท/ปี
เสียดอกเดือนละ 3,125 บาท
เงินงวดจะไปตัดเงินต้นที่ 5,875 บาท
เห็นได้ชัดว่า ธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า
จะประหยัดดอกเบี้ยและผ่อนเงินต้นได้มากกว่า
เราเลยผ่อนบ้านหมดได้เร็วกว่าธนาคารดอกเบี้ยสูง
สรุป 6 เทคนิค ผ่อนบ้านหมดเร็ว แบบไม่อยากเชื่อ‼️
💢จ่ายเกินทุกงวดแบบตรงกับวันครบกำหนดชำระ
เงินที่จ่ายเกินจะไปตัดส่วนของเงินต้นแบบ 100 %
💢ช่วงแรกให้รีบโป๊ะ
เพราะ 3 ปีแรก ธนาคารจะให้ดอกเบี้ยแบบพิเศษ
ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า หลังจากปีที่ 3
จะเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว (MRR)
💢รีเท็นชั่นทุก ๆ 3 ปี
รู้ใช่ไหมว่าหลัง 3 ปี ธนาคารจะปรับ
เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวแล้ว
ดังนั้น เราสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ย
ที่ธนาคารเดิมได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย
💢รีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปี
การรีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปี มันช่วยลด
ระยะเวลาผ่อนบ้านได้เป็น 10 ปี
💢จ่ายเพิ่ม 1 งวด ตอนงวดที่ 12
(กลายเป็นจ่ายปีละ 13 งวด)
แบบนี้จะทำให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นได้เกือบ 5 ปี
💢เลือกธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุด
เพราะ งวดผ่อนจะได้ไปตัดเงินต้นได้มากกว่านั่นเอง
ได้เรียนรู้เทคนิคแล้วอย่าลืมนำไปใช้นะคะ
ยิ่งถ้าทำได้ครบทุกข้อ คุณจะยิ่งผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น
แบบติดสปี๊ดความเร็วไปเลย‼️
เพราะค่าของความไม่รู้มันแพงกว่าความรู้เสมอ
ความรู้วันนี้มูลค่าหลักล้าน (แต่ครูส้มมาให้ฟรี ๆ)
ใครทำข้อไหนแล้วบ้าง/หรือแพลนอยากทำข้อไหน ⁉️
พิมพ์บอกครูส้มในคอมเมนท์หน่อยค่ะ
ครูส้มส้ม
#สินเชื่อบ้าน #บริการสินเชื่อบ้าน #กู้บ้าน
#กู้ซื้อบ้าน #บ้าน #ขายบ้าน #บ้านมือสอง #เจ้าของขายเอง #บ้านราคาถูก
#ขายบ้านมือสอง #บ้านรีโนเวท #ขายบ้านรีโนเวท
#บ้านปรับปรุง #บ้านตกแต่งใหม่ #ขายบ้านปรับปรุง
#ทาวน์เฮ้าส์ #ทาวน์เฮ้าส์2ชั้น #รีโนเวทบ้าน #บ้านเดี่ยว #เปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นนักลงทุนมืออาชีพ #ปั้นนักลงทุนอสังหาเงินล้านด้วยการFlipping #คลาสเรียนอสังหาที่ครบจบในที่เดียว #ลงทุนอสังหาด้วยเงินเริ่มต้นเป็น0 #ค่าของความไม่รู้แพงกว่าค่าความรู้เสมอ #ครูส้มสอนอสังหาและการเงิน