19/09/2022
ฟรีแลนซ์จะขอกู้เงินทำไงดี?
ฟรีแลนซ์ หรืออาชีพอิสระ งานในฝันของหลายคนที่อยากลองเข้าสู่สายอาชีพนี้ แต่เมื่อได้เข้ามาอยู่ตรงจุดนี้จริงๆ ก็คงมองเห็นทั้งข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันออกไป เช่น
- สามารถบริหารเวลาเองได้ จะเลือกทำงานเมือไหร่ พักตอนไหน ก็จัดการเวลาตัวเองได้สบายๆ
- สามารถเลือกทำงานได้ตามความถนัด ได้ทำงานที่รัก แถมยังมีความสุข และอินกับงานนั้นๆ
- สามารถกำหนดราคาหรือมูลค่างานได้เอง ยิ่งมีความสามารถสูง ก็ยิ่งสร้างค่าตัวได้มาก รับไปแบบเต็มๆ
ข้อเสียที่พบ มีหลายมิติทั้งในเรื่องของการเงิน และสุขภาพ เช่น
- รายได้ไม่สม่ำเสมอ ถ้าไม่บริหารเงินให้ดีก็อาจมีผลกระทบตามมาแน่นอน
- ผลกระทบต่อสุขภาพ ในช่วงที่โหมงานหนัก ถ้าไม่ปรับตัวให้ดี ก็อาจมีปัญหาโรครุมเร้าได้
ดังนั้นเมื่อคิดจะเป็นฟรีแลนซ์แล้ว สิ่งสำคัญคือการบริหารรายได้ให้ดี โดยเพราะฟรีแลนซ์บางกลุ่มที่ต้องมีต้นทุนในการทำงานซึ่งอาจใช้เงินลงทุนส่วนตัวออกไปก่อน กลุ่มนี้เมื่อลูกค้าจ่ายเงินช้า หรือขายสินค้าไม่ได้ ก็จะส่งผลกระทบการเงินทันที ที่สำคัญควรวางแผนการเงินล่วงหน้า บริหารรายรับ รายจ่ายให้ดี ดังนี้
1. ควรมีเงินสำรองหมุนเวียนทั้งเงินใช้ส่วนตัว และต้นทุนทำงานไว้สำหรับลงทุนหมุนเวียน
2. แยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีงาน และตั้งตัวเลขจ่ายเงินเดือนให้ตนเอง
3. ใช้สินเชื่อยามจำเป็น มาช่วยจัดการสภาพคล่องให้ดียิ่งขึ้นในภาวะหมุนเงินไม่ทัน
ทั้งนี้ ถึงจะเป็นฟรีแลนซ์ ไม่มีรายได้ประจำ ก็ยังสามารถกู้ได้ โดยสามารถเตรียมตัวให้พร้อมก่อนกู้ดังนี้
1. กรณีมีหลักฐานแสดงรายได้ เช่น เอกสารรับเงิน หลักฐานทางภาษี ก็ต้องเก็บเอกสารทุกฉบับให้ดี เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอกู้สินเชื่อได้
2. กรณีรับงานเป็นเงินสดก็ควรเตรียมหลักฐานการเดินบัญชี เพื่อแสดงว่ามีเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ โดยนำเงินที่ได้จากการทำงาน โอนเข้าบัญชี เพื่อบันทึก Statement ให้เห็นว่ามีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพในการชำระเงินคืน
3. หลักฐานแสดงทรัพย์สิน เช่น กองทุน สมุดเงินฝากประจำ ถ้ามีการซื้อทรัพย์สินอื่นๆ ก็ต้องบันทึกข้อมูลไว้ เพราะหลักฐานตรงนี้จะสะท้อนให้เห้นว่าเราสามารถบริหารจัดการเงินได้ดี
ที่สำคัญก่อนกู้ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองด้วย โดยดู Debt Burden หรือ ความสามารถในการชำระหนี้ ว่ายังกู้ไหวมั้ย มีเงินพอจ่ายหรือไม่โดย
ภาระหนี้ (Debt Burden) = (อัตราส่วนชำระหนี้ต่อเดือน/ รายได้ทั้งหมดต่อเดือน) x100
โดยผลที่ออกมาจะเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ถ้าคำนวณแล้ว Debt Burden สูงถึง 60-70% หมายถึงภาระหนี้สูงเกิน ในส่วนนี้อาจทำให้กู้ไม่ผ่าน ก็ควรหยุดสร้างหนี้ และเคลียร์หนี้ก่อนเดิมที่มีก่อนจะกู้ใหม่ หรือหารายได้เสริมส่วนอื่นเพิ่มเติม ควรหยุดสร้างหนี้! และเริ่มหาทางแก้ไข
อย่างไรก็ตามการเป็นฟรีแลนซ์ นำมาซึ่งความรับผิดชอบในทุกๆ ด้าน ดังนั้นการวางการเงินอย่างเหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยมี 4 เรื่องวางแผนต้องรู้ ดังนี้
1. วางแผนสภาพคล่อง :จำเป็นต้องเตรียมเงินสภาพคล่องไว้มากกว่าปกติ คือ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายประมาณ 8 – 12 เดือน และควรต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายก็เพื่อให้ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกมาได้ จะได้วางแผนเก็บเงินสำรองได้อย่างเหมาะสม โดยต้องมีเงินสำรองเก็บไว้ทั้งบัญชีส่วนตัว และบัญชีงาน
2. วางแผนประกัน : การเป็นฟรีแลนซ์จะไม่มีประกันกลุ่มหรือประกันสุขภาพจากบริษัทหรือนายจ้าง ดังนั้นควรวางแผนประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิตไว้ในระดับที่เหมาะสม เผื่อการเจ็บป่วยหรือเรื่องไม่คาดคิด
3. วางแผนภาษี :ควรศึกษาวิธีปรับรูปแบบเงินได้จากมาตรา 40(2) ซึ่งจะหักค่าใช้จ่ายได้เพียงร้อยละ 50 ของรายได้แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ไปอยู่ในมาตราอื่นๆ เช่น 40(5) (6) (7) หรือ (8) แทน เพราะเราจะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรือแบบเหมาได้ตามอัตราที่กำหนด และไม่จำกัดเพดานการหักค่าใช้จ่ายด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงกว่ารายได้ในมาตรา 40(2)
4. วางแผนการลงทุน : เนื่องจากรายได้ของฟรีแลนซ์ไม่แน่นนอน ทำให้ไม่สามารถลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ในสัดส่วนที่สูงได้ เพราะถ้าต้องใช้เงินด่วนขึ้นมาจะทำให้หมุนเงินไม่ทัน ควรกระขายความเสี่ยงในการลงทุนหลายรูปแบบ และแบ่งสัดส่วนการลงทุนอย่างเหมาะสม
ท้ายที่สุดแล้วการเป็นฟรีแลนซ์ ยิ่งเราอยากทำงานอิสระมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องวางแผนมากขึ้นเท่านั้น เพราะการมีแผนการเงินที่ดี จะเป็นตัวช่วยให้ใช้ชีวิตอย่างไม่สะดุด และทำงานอย่างมีความสุขอย่างแท้จริง
ดูคลิปเต็มกู้สตอรี่ EP6 : เป็นฟรีแลนซ์ขอกู้ได้มั้ย? ได้ที่ >> https://www.facebook.com/watch/?v=1513481759083115
กดสมัครของสินเชื่อด้วยตนเองได้ง่ายๆ ผ่านแอป SCB EASY >> https://link.scb/3CdhVwT
ที่มา : รายการกู้สตอรี่ EP6 : เป็นฟรีแลนซ์ขอกู้ได้มั้ย? โดยโค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ออกอากาศวันที่ 13 กันยายน 2565