18/05/2026
#ซ่อมโครงสร้าง #ซ่อมคอนกรีต #ซ่อมบ้าน #อีพ๊อกซี่เกร้าท์
🏗🏡ขั้นตอนการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตด้วยการฉีดอีพ็อกซี่ (Epoxy Injection) โดยทั่วไปจะใช้สำหรับรอยแตกที่มีขนาดเล็กและคงที่ (Static Cracks) เพื่อประสานคอนกรีตให้กลับมาเป็นเนื้อเดียวกันและรับกำลังได้ดังเดิม
🎯♥️หากอ้างอิงตามมาตรฐานการซ่อมแซมโครงสร้างทั่วไป และรหัสผลิตภัณฑ์ประเภท **Epoxy High Strength (เช่น กลุ่ม Epotec, Sikadur, หรือแบรนด์เทียบเคียงที่มีรหัสจำพวก 79)** จะมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานสากล 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ครับ:
# # 1. การเตรียมพื้นผิว (Surface Preparation)
ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะความแข็งแรงของการยึดเกาะขึ้นอยู่กับความสะอาดของพื้นผิว
* **ทำความสะอาด:** ใช้เครื่องเจียรลบมุม หรือแปรงลวดขัดแนวรอยแตกเพื่อขจัดคราบปูนฉาบ คราบไขมัน ฝุ่นละออง และเศษคอนกรีตที่หลุดล่อนออกให้หมด
* **เป่าลม:** ใช้ปั๊มลมเป่าไล่ฝุ่นภายในรอยแตกให้ออกมามากที่สุด (รอยแตกต้องแห้งสนิท ไม่มีน้ำขัง เว้นแต่จะใช้ผลิตภัณฑ์สูตรพิเศษที่ทนความชื้นได้)
# # 2. การติดตั้งหัวฉีด (Setting the Injection Ports)
หัวฉีด (Ports หรือ Ni***es) คือช่องทางสำหรับแรงดันที่จะส่งอีพ็อกซี่เข้าไปในรอยแตก
* **กำหนดจุด:** เว้นระยะห่างระหว่างหัวฉีดแต่ละจุดให้เท่ากับความหนาของโครงสร้างคอนกรีตนั้นๆ (เช่น ถ้าผนังหนา 20 ซม. ให้ติดหัวฉีดห่างกันทุกๆ 20 ซม. ตามแนวรอยแตก)
* **ติดตั้งหัวฉีด:** ใช้กาวอีพ็อกซี่ประเภทตบแต่งผิว (Epoxy Paste) ทาที่ฐานของหัวฉีด แล้วแปะครอบลงบนรอยแตกให้ตรงรูพอดี กดให้แน่นหนา
# # 3. การปิดผนึกรอยแตก (Sealing the Crack Surface)
เพื่อป้องกันไม่ให้อีพ็อกซี่ความหนืดต่ำไหลทะลักออกมาด้านนอกเวลาฉีดแรงดัน
* **ฉาบปิดแนว:** ใช้กาวอีพ็อกซี่ประเภทตบแต่งผิว (ตัวเดียวกับที่ติดหัวฉีด) ฉาบปิดทับรอยแตกตลอดแนวที่เหลือ ปล่อยทิ้งไว้ให้กาวแห้งตัวสนิทตามระยะเวลาที่กำหนด (ปกติประมาณ 12–24 ชั่วโมง) เพื่อให้มั่นใจว่าจะทนแรงดันได้โดยไม่ปริแตก
# # 4. การฉีดอีพ็อกซี่ (Epoxy Injection)
เมื่อกาวโป๊วแห้งสนิทดีแล้ว จึงเริ่มขั้นตอนการฉีดด้วยเครื่องฉีดแรงดันสูงหรือกระบอกฉีดแบบกระเปาะ (ขึ้นอยู่กับหน้างาน)
* **ทิศทางการฉีด:**
* **แนวดิ่ง:** ให้เริ่มฉีดจาก **หัวฉีดที่อยู่ต่ำที่สุดก่อน**
* **แนวราบ:** ให้เริ่มจากหัวฉีดฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
* **กระบวนการฉีด:** อัดอีพ็อกซี่เข้าไปในหัวฉีดแรกจนกระทั่งเห็นเนื้ออีพ็อกซี่ **ไหลล้นออกมาจากหัวฉีดที่อยู่ถัดไป** แสดงว่าน้ำยาได้เติมเต็มช่องว่างช่วงนั้นแล้ว
* **การย้ายจุด:** ให้ทำการปิดหัวฉีดแรก (อาจใช้ปลั๊กอุดหรือบีบสาย) แล้วย้ายหัวฉีดไปทำต่อที่จุดถัดไป ทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบตลอดแนวรอยแตก
# # 5. การเก็บงานและตรวจสอบ (Finishing and Inspection)
* **การตัดหัวฉีด:** หลังจากฉีดเสร็จทิ้งให้อีพ็อกซี่เซ็ตตัวเต็มที่ (ประมาณ 24-48 ชั่วโมง) ให้ใช้สกัดหรือเครื่องเจียรตัดหัวฉีดพลาสติกออก
* **ขัดแต่งผิว:** เจียรแต่งผิวอีพ็อกซี่ส่วนเกินที่ฉาบปิดรอยแตกไว้ให้เรียบเนียนเสมอกับผิวคอนกรีตเดิม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทาสีหรือฉาบตกแต่งต่อไป
* **การตรวจสอบ:** ในงานวิศวกรรมควบคุม มักจะมีการทดสอบความสมบูรณ์หลังการซ่อม เช่น การเจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต (Core Drilling) ตรงรอยแตก เพื่อดูว่าอีพ็อกซี่ซึมเข้าไปเต็มรอยร้าวตามสเปคหรือไม่
> **ข้อควรระวังทางเทคนิค:**
> * **อัตราส่วนผสม:** การผสมอีพ็อกซี่ (Part A และ Part B) ต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่ผู้ผลิตระบุอย่างเคร่งครัด และควรผสมในปริมาณที่พอเหมาะต่อการใช้งานในแต่ละรอบ (Pot Life) เพราะอีพ็อกซี่จะทำปฏิกิริยาทางเคมีและแข็งตัวเร็วมากหากปล่อยทิ้งไว้ในถังผสม
> * **ความปลอดภัย:** ช่างผู้ปฏิบัติงานควรสวมแว่นตานิรภัย หน้ากากกันสารเคมี และถุงมือ เนื่องจากน้ำยามีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนังและมีกลิ่นฉุนในขณะที่ยังไม่แห้งตัว
อ้างอิงจากข้อมูลใน google
www.aes-service.com
Tel. 081-914-2121 , 081-938-6116
>