เส้นทาง

Buasod Home บริการห้องพักรายเดือน. ห้องพักหรู

ห้องรายเดือนว่าง 1 สิงหาคม บรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน ❤️ใกล้รพ. สรรพสิทธิ์ ใกล้ รพ อุบลรักษ์ ใกล้สนามบินใกล้อ่างเก็บนำ้ห้วยว...
31/07/2026

ห้องรายเดือนว่าง 1 สิงหาคม บรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน
❤️ใกล้รพ. สรรพสิทธิ์
ใกล้ รพ อุบลรักษ์
ใกล้สนามบิน
ใกล้อ่างเก็บนำ้ห้วยวังนอง
ห้องกว้าง อยู่สบาย
❤️ฟรีWiFi
สมาทร์ทีวี แอร์
ตู้เย็น ,นำ้อุ่น
ที่จอดรถ ส่วนตัว
สนใจทักแชทค่ะ

31/07/2026
[ 125 ปี งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ]👉🏻 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2444พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลว...
28/07/2026

[ 125 ปี งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ]

👉🏻 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2444

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งประทับและดูแลหัวเมืองมณฑลอีสานที่เมืองอุบลราชธานี ทรงดำริให้จัดขบวนแห่เทียนพรรษารอบเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก

ข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นระบุว่า การแห่เทียนได้รับการส่งเสริมขึ้นแทนการแห่บุญบั้งไฟ เนื่องจากการจัดงานบุญบั้งไฟในครั้งหนึ่งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและมีผู้เสียชีวิต จึงมีการปรับเปลี่ยนมาสู่กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนาและสร้างความสามัคคีของชุมชนมากขึ้น

ขณะนั้นชาวบ้านจะตกแต่งเกวียนวัวหรือเกวียนควายให้สวยงาม ตั้งต้นเทียนบนเกวียน แล้วแห่ไปตามถนนรอบเมือง พร้อมขบวนฟ้อนรำ ดนตรี และมหรสพพื้นบ้าน ก่อนนำเทียนไปถวายตามวัดต่าง ๆ

เหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2444 จึงถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการนับอายุของงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมาจนถึงปัจจุบัน

👉🏻พ.ศ. 2470 เริ่มหล่อต้นเทียนขนาดใหญ่

เมื่อประเพณีได้รับความนิยมมากขึ้น รูปแบบการทำเทียนก็พัฒนาตามไปด้วย

ในปี พ.ศ. 2470 ช่างเทียนชาวอุบลเริ่มคิดค้นวิธีหล่อต้นเทียนโดยใช้รางไม้ หรือที่เรียกว่า “โฮงไม้” ทำให้สามารถสร้างต้นเทียนที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง และมีรูปทรงชัดเจนกว่าเดิม

จากเทียนที่มัดรวมกัน จึงเริ่มพัฒนาเป็นต้นเทียนที่ผ่านกระบวนการหล่ออย่างประณีต

👉🏻พ.ศ. 2480 เริ่มมีการประกวดต้นเทียน

ปี พ.ศ. 2480 มีการจัดประกวดต้นเทียนพรรษาขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีต้นเทียนเข้าร่วมเพียง 4 ต้น ลักษณะของต้นเทียนในยุคนั้นยังค่อนข้างเรียบง่าย เป็นการนำลวดลายดอกขี้ผึ้งขนาดใหญ่มาติดตกแต่งบนลำต้น

การประกวดทำให้แต่ละคุ้มวัดเริ่มพัฒนาฝีมือ แข่งขันกันสร้างสรรค์ลวดลาย และเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้จากช่างรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง

👉🏻พ.ศ. 2494 ยกระดับเป็นงานประจำปีของจังหวัด

ในปี พ.ศ. 2494 นายชอบ ชัยประภา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีในขณะนั้น สนับสนุนให้การแห่เทียนพรรษาเป็นงานประจำปีของจังหวัดอย่างเป็นทางการ

👉🏻ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 เริ่มนำรถยนต์มาใช้บรรทุกต้นเทียนแทนเกวียน ทำให้สามารถสร้างต้นเทียนที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขึ้น พร้อมกับมีการฟื้นฟูการประกวดเทียนแบบมัดรวมและแบบติดพิมพ์

จากต้นเทียนเดี่ยว สู่ขบวนพุทธศิลป์

👉🏻แต่เดิมต้นเทียนมีเพียงลำต้นตั้งอยู่บนฐาน กระทั่งปี พ.ศ. 2498 นายประดับ ก้อนแก้ว ช่างเทียนคนสำคัญของอุบลราชธานี ได้ริเริ่มนำรูปพญานาค 4 ตัวมาตกแต่งรอบฐานต้นเทียน

นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำรูปสัตว์และองค์ประกอบทางพระพุทธศาสนาเข้ามาประกอบต้นเทียน ทำให้ต้นเทียนไม่ใช่เพียงเทียนขนาดใหญ่ แต่เริ่มกลายเป็นงานประติมากรรมที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้

กำเนิดเทียนแกะสลักและเทียนติดพิมพ์

👉🏻ในปี พ.ศ. 2502 นายคำหมา แสงงาม ช่างปูนและช่างไม้จากคุ้มวัดกุดเป่ง อำเภอวารินชำราบ ได้นำลวดลายกนกที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมวัดมาแกะสลักลงบนต้นเทียน

วิธีนี้กลายเป็นต้นกำเนิดของ “เทียนประเภทแกะสลัก”

ส่วนเทียนอีกประเภทหนึ่งใช้วิธีหล่อขี้ผึ้งจากแม่พิมพ์ให้เป็นลวดลายต่าง ๆ แล้วนำมาติดลงบนต้นเทียน เรียกว่า “เทียนประเภทติดพิมพ์”

👉🏻ในปี พ.ศ. 2503 มีการแบ่งประเภทการประกวดอย่างชัดเจนเป็น 3 ประเภท ได้แก่

เทียนแกะสลัก
เทียนติดพิมพ์
และเทียนโบราณแบบมัดรวม

รูปแบบเหล่านี้กลายเป็นรากฐานของศิลปะการทำต้นเทียนอุบลที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

เคยหยุดจัดงาน ก่อนกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม

👉🏻ในปี พ.ศ. 2510 ไม่มีการจัดงานแห่เทียนและการประกวดต้นเทียน เนื่องจากมีเสียงคัดค้านว่าเป็นกิจกรรมที่สิ้นเปลืองและใช้เวลามาก

👉🏻แต่ในปี พ.ศ. 2511 งานแห่เทียนได้กลับมาจัดอีกครั้ง ด้วยพลังศรัทธาของประชาชนที่เข้มแข็งกว่าเดิม ต้นเทียนเริ่มมีขนาดสูงใหญ่กว่า 2 เมตร และมีองค์ประกอบทางศิลปะซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

👉🏻ปี พ.ศ. 2512 เทศบาลเมืองอุบลราชธานีเข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วมกับจังหวัด และในปี พ.ศ. 2516 ได้ย้ายสถานที่รวมขบวนมาที่บริเวณทุ่งศรีเมือง เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาชมงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

ทุ่งศรีเมืองจึงกลายเป็นศูนย์กลางของงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีมาจนถึงทุกวันนี้

👉🏻พ.ศ. 2520 จากประเพณีท้องถิ่น สู่งานระดับชาติ

ปี พ.ศ. 2520 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ อสท. ซึ่งต่อมาคือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้ามาสนับสนุนและประชาสัมพันธ์งานแห่เทียนอุบลให้เป็นงานระดับชาติ

งานในปีนั้นจัดขึ้นถึง 3 วัน 3 คืน มีต้นเทียนเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก และมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศหลั่งไหลเข้ามาชมความงดงามของต้นเทียน

นับแต่นั้น งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีจึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของประเทศไทย

จากภูมิปัญญาชาวบ้านสู่งานศิลปะระดับโลก

หลายสิบปีที่ผ่านมา รูปแบบต้นเทียนได้พัฒนาจากต้นเทียนธรรมดาไปสู่ขบวนประติมากรรมขนาดใหญ่ บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ชาดก วรรณคดี ความเชื่อ และเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง

เบื้องหลังต้นเทียนแต่ละต้น คือแรงงานและศรัทธาของพระสงฆ์ ช่างเทียน เยาวชน และประชาชนในคุ้มวัด ซึ่งร่วมกันออกแบบ หล่อ ติดพิมพ์ และแกะสลักขี้ผึ้งอย่างละเอียดเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

งานแห่เทียนจึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากช่างรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ และเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงคนในชุมชนเข้าหากัน

ยุคโควิด-19 และการปรับตัวของประเพณี

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รูปแบบการจัดงานต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

👉🏻ปี พ.ศ. 2564 งานจัดในรูปแบบจำกัดและเผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์กับสื่อออนไลน์ ภายใต้ชื่องาน “ยลเทียนพรรษา มรดกล้ำค่า เมืองดอกบัว”

👉🏻ต่อมาในปี พ.ศ. 2565 จึงกลับมาจัดงานในรูปแบบเต็มมากขึ้น ภายใต้มาตรการป้องกันโรค ก่อนที่งานแห่เทียนจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในปีต่อ ๆ มา

👉🏻พ.ศ. 2569 ครบรอบ 125 ปี งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี

จากขบวนแห่เทียนรอบเมืองครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 มาถึงปี พ.ศ. 2569 จังหวัดอุบลราชธานีประกาศจัดงานภายใต้โอกาสครบรอบ

“125 ปี งานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี”

งานในปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะขบวนแห่วันเข้าพรรษา แต่ยังประกอบด้วยกิจกรรมเยือนชุมชนคนทำเทียน การชมช่างแกะสลักและติดพิมพ์ต้นเทียน การแสดงแสง สี เสียง การฟ้อนรำ การจัดแสดงต้นเทียน และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดช่วงเทศกาล

จากเทียนเล่มเล็กที่ชาวบ้านฟั่นด้วยมือ
จากขี้ผึ้งของแต่ละครอบครัวที่นำมาหลอมรวมกัน
จากเกวียนวัวควาย สู่ขบวนพุทธศิลป์ขนาดใหญ่

ประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีจึงไม่ใช่เพียงงานประจำปี แต่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เป็นมรดกทางศิลปะ เป็นพลังศรัทธา และเป็นภาพแทนความร่วมแรงร่วมใจของชาวอุบลราชธานีตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ

เพราะความงดงามที่แท้จริงของงานแห่เทียน
ไม่ได้อยู่ที่ต้นเทียนต้นใดต้นหนึ่ง
แต่อยู่ที่การที่คนทั้งเมืองร่วมกันหลอมศรัทธา
หลอมภูมิปัญญา และหลอมหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียว

#แห่เทียนอุบล
ขอขอบคุณต้นฉบับที่มาของภาพทุกภาพ

ที่มาอ้างอิง

ข้อมูลลำดับเหตุการณ์หลักมาจากฐานข้อมูลสารสนเทศท้องถิ่นอีสาน สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเผยแพร่การเรียบเรียงของนายประดับ ก้อนแก้ว ช่างเทียนผู้สั่งสมองค์ความรู้ด้านเทียนพรรษามากกว่า 60 ปี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอธิบายที่มาของการถวายเทียนว่า เดิมมีจุดประสงค์เพื่อให้แสงสว่างแก่พระสงฆ์ในช่วงจำพรรษา และระบุว่าการพัฒนางานเทศกาลแห่เทียนอุบลเริ่มชัดเจนในช่วง พ.ศ. 2444–2479

🙏🏻🙏🏻🙏🏻

26/07/2026
🍎ขออนุญาตแจ้งลูกค้าทุกท่านค่ะวันที่ 27 -31 กรกฎาคม 2569 ห้องพัก เต็มแล้วนะคะ     ขอบคุณที่ใช้บริการ❤️❤️❤️
21/07/2026

🍎ขออนุญาตแจ้งลูกค้าทุกท่านค่ะ
วันที่ 27 -31 กรกฎาคม 2569
ห้องพัก เต็มแล้วนะคะ
ขอบคุณที่ใช้บริการ❤️❤️❤️

ห้องว่างสิ้นเดือนกรกฎาคม นี้ค่ะ
04/07/2026

ห้องว่างสิ้นเดือนกรกฎาคม นี้ค่ะ

ที่อยู่

2 ถนนสุริยาตร์ บ้านดู่ ต. ในเมือง อ. เมือง
Ubon Ratchathani
34000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Buasod Home โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์