สังคมศึกษา 360 องศา

สังคมศึกษา 360 องศา ยินดีต้อนรับเข้าสู่เพจสังคมศึกษา 360 องศา
ฝากกดติดตามเพื่อหมุนโลกการเรียนรู้ไปพร้อมกับเรา�

ขอเชิญ คณาจารย์ นักศึกษาและผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมโครงการวิชาการ "ประวัติศาสตร์โลกในประวัติศาสตร์ไทย: เมื่อโลกเปลี่ยนไทย...
04/08/2026

ขอเชิญ คณาจารย์ นักศึกษาและผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมโครงการวิชาการ "ประวัติศาสตร์โลกในประวัติศาสตร์ไทย: เมื่อโลกเปลี่ยนไทยเปลี่ยน"

ภายใต้หัวข้อ : ประวัติศาสตร์พิธีกรรมเหยาในแอ่งสกลนคร

พบกับ อาจารย์ ดร. วัชรวุฒิ ซื่อสัตย์ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569
เวลา 08:00 น. - 16.00 น.
สถานที่…สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

#สาขาวิชาสังคมศึกษา
#คณะครุศาสตร์
#มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

📣ร่วมส่งกำลังใจให้นักศึกษาในการสัมนาประวัติศาสตร์ภายใต้ประเด็น “ประวัติศาสตร์โลกในประวัติศาสตร์ไทย : เมื่อโลกเปลี่ยนไทยเ...
23/07/2026

📣ร่วมส่งกำลังใจให้นักศึกษาในการสัมนาประวัติศาสตร์ภายใต้ประเด็น “ประวัติศาสตร์โลกในประวัติศาสตร์ไทย : เมื่อโลกเปลี่ยนไทยเปลี่ยน”

วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 08:00 น. - 16:00 น.
ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรมชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อุดรธานี

#สังคมศึกษา
#สาขาวิชาสังคมศึกษา
#ประวัติศาสตร์
#คณะครุศาสตร์
#มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

หน้ากระดาษที่บอกเล่าเรื่องราวของอารยธรรมต่างแดน ไม่ใช่เพียงบันทึกของอดีตที่อยู่นอกประเทศ แต่คือผลลัพธ์ของการ "ประกอบสร้า...
13/07/2026

หน้ากระดาษที่บอกเล่าเรื่องราวของอารยธรรมต่างแดน ไม่ใช่เพียงบันทึกของอดีตที่อยู่นอกประเทศ แต่คือผลลัพธ์ของการ "ประกอบสร้างเรื่องราว" ที่เดินทางผ่านกาลเวลาและบริบททางสังคมมาอย่างยาวนาน กว่าที่เรื่องราวของดินแดนอื่นจะกลายมาเป็นบทเรียนที่เราคุ้นเคย ชุดความรู้เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มันเดินทางผ่านกาลเวลาและถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ บทความ “‘ประวัติศาสตร์โลก’ ตามการรับรู้และการเรียนรู้ในประเทศไทย” กำลังพาเราไปแกะรอยเบื้องหลังของชุดความรู้เหล่านั้น

ย้อนกลับไปในอดีต สังคมไทยไม่ได้ทำความเข้าใจโลกผ่านทวีป แต่เรามองจักรวาลผ่านแว่นตาของความเชื่อทางศาสนาและตำนานปรัมปรา จนกระทั่งวันหนึ่งที่อิทธิพลของชาติตะวันตกขยายเข้ามา องค์ความรู้แบบ "ประวัติศาสตร์สากล" จึงถูกนำเข้ามาสวมทับ เพื่อเป็นเครื่องมือในการปรับตัวและประกาศความศิวิไลซ์ของสยามให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

เรื่องราวยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคสงครามเย็น ความรู้ในตำราเรียนไม่ได้แยกขาดจากการเมืองโลก อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและอุดมการณ์เสรีนิยมได้เข้ามาจัดระเบียบการอุดมศึกษาไทยใหม่ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกท้าทายอีกครั้งในยุคโลกาภิวัตน์ เมื่ออินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีพังทลายพรมแดนข้อมูล บีบให้สังคมไทยต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับความหลากหลายของวัฒนธรรมที่ไหลบ่าเข้ามา

บทความนี้จึงไม่ได้ชวนเราไปนั่งท่องจำปีคริสต์ศักราช หรือความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรในต่างแดน แต่กำลังกางให้เห็น "ประวัติศาสตร์ของวิชาประวัติศาสตร์" เพื่อชวนให้เราตั้งคำถามว่า สายตาที่เราใช้มองโลกทุกวันนี้นั้น ถูกหล่อหลอมมาจากอะไร และเราจะจัดวางตำแหน่งของตัวเองอย่างไร ในโลกที่ความรู้ไม่เคยหยุดนิ่งนี้ เปรียบว่าอดีตล้วนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

อ่านต่อได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1-2b05NTORBJhPq17yU3yuz5IOGwjINCG/view?usp=drivesdk&usp=embed_facebook

อัญชนก แสงใสแก้ว
อดิศา สุระวิชัย
พิมพ์ผกา ภาโนมัย
วริศรา ดีพิษ
วลัยพร สุราราช

ทำไมไทยรับ “วิทยาศาสตร์ตะวันตก” แต่ไม่เกิดการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เหมือนตะวันตก?เมื่อวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จากตะวันตกเข้ามา...
12/07/2026

ทำไมไทยรับ “วิทยาศาสตร์ตะวันตก” แต่ไม่เกิดการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เหมือนตะวันตก?

เมื่อวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จากตะวันตกเข้ามาสู่สยามในช่วงรัชกาลที่ 4–5 ไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะรับทุกอย่างทั้งหมด แต่เป็นการ “เลือกรับ” เฉพาะสิ่งที่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

โดยสิ่งที่ไทยรับอย่างกว้างขวาง เช่น การแพทย์สมัยใหม่ ดาราศาสตร์ การเดินเรือ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรม และสิ่งที่ไทยรับมาบางอย่าง เช่น ปรัชญา ทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์เชิงวิพากษ์แนวคิดที่ตั้งคำถามต่อความเชื่อและระเบียบสังคมเดิม

ซึ่งสาเหตุสำคัญคือ ชนชั้นนำไทยต้องการนำความรู้ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศมาใช้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการรักษาพุทธศาสนา วัฒนธรรม และโครงสร้างสังคมดั้งเดิมไว้ ผลที่เกิดขึ้นคือ ไทยได้รับ “ผลลัพธ์ของวิทยาศาสตร์” เช่น เทคโนโลยี เครื่องมือ และองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ แต่ไม่ได้รับ “วิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการตั้งคำถาม การโต้แย้งด้วยเหตุผล และการวิจัยเพื่อค้นหาความรู้ใหม่ นักวิชาการจึงเสนอว่า นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยสามารถนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้ได้ดี แต่ยังมีข้อจำกัดในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ด้วยตนเอง

บทเรียนสำคัญจากประวัติศาสตร์
การพัฒนาวิทยาศาสตร์ไม่ได้เกิดจากการนำเข้าเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาพร้อมกับวัฒนธรรมการตั้งคำถาม การคิดเชิงวิพากษ์ และการเปิดพื้นที่ให้ความรู้ใหม่ท้าทายความเชื่อเดิมได้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1srG1E53XhWtznYSNTJQ-6775hejhq-t7/view?usp=drivesdk

เหมสุดา บุญดอนกลาง
ศดานันท์ แก้วกัลยา
อดิภา สุระวิชัย
ชัชฎาภรณ์ ศรีชมภู
พลวัฒน์ วิบูลย์กุล

#วิทยาศาสตร์ #ประเทศไทย #วิทยาศาสตร์ในประเทศไทย #สังคมศึกษา

มองตะวันตกทางทิศตะวันออกหลายครั้งเราเคยเชื่อว่า “ตะวันตก” และ “ตะวันออก” เป็นโลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่บทความ “Orie...
10/07/2026

มองตะวันตกทางทิศตะวันออก

หลายครั้งเราเคยเชื่อว่า “ตะวันตก” และ “ตะวันออก” เป็นโลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่บทความ “Orientalism : เมื่อโลกตะวันออกถูกสร้างผ่านสายตาตะวันตก” ชวนให้ตั้งคำถามกับความเชื่อนี้

แนวคิด Orientalism ของ Edward Said อธิบายว่า ภาพลักษณ์ของโลกตะวันออกที่ผู้คนจำนวนมากรับรู้นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่เป็นภาพที่ถูกสร้างขึ้นผ่านงานเขียน งานวิชาการ สื่อ และกระบวนการผลิตองค์ความรู้ของโลกตะวันตก จนกลายเป็นภาพจำที่ทำให้ตะวันออกถูกมองว่าแปลก ล้าหลัง หรือด้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์กลับแสดงให้เห็นว่า โลกตะวันตกและโลกตะวันออกมีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน เช่น ดินแดนคันธาระ ในประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นจุดบรรจบของอารยธรรมกรีก อินเดีย และพุทธศาสนา จนเกิดเป็นศิลปะคันธาระที่สะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างงดงาม แสดงให้เห็นว่าอารยธรรมไม่ได้เติบโตอย่างโดดเดี่ยว แต่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้คนต่างภูมิภาค

บทความนี้ชวนให้เราก้าวข้ามกรอบความคิดที่แบ่งโลกออกเป็น “ตะวันตก” และ “ตะวันออก” อย่างตายตัว เปิดมุมมองใหม่ในการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยตระหนักว่าความหลากหลาย การแลกเปลี่ยน และการเรียนรู้ร่วมกัน คือรากฐานสำคัญของอารยธรรมมนุษย์ มากกว่าการแบ่งแยกหรือการเหมารวมผู้คนจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประวัติศาสตร์ไม่ได้สอนให้เราเลือกข้างระหว่างตะวันตกกับตะวันออก แต่สอนให้เราเข้าใจว่า อารยธรรมของมนุษย์ล้วนเชื่อมโยงกันมาตลอดประวัติศาสตร์

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.the101.world/orientalism/?shem=isphe,

สุวรรญดา แสนคา
ตะวันไท ธานัง
ปิยภรณ์ ภูสุธรรม
ธัญเทพ ภูเงิน
ภูมิภัทร เหมืองทอง

ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยความเงียบ ผู้เรียนตั้งใจฟัง…แต่ไม่ได้ ”เข้าใจ“จริง ๆ 📖💭หรือบางครั้งเรียนจบไปแล้ว แต่กลับไม่สามารถน...
02/04/2026

ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยความเงียบ ผู้เรียนตั้งใจฟัง…แต่ไม่ได้ ”เข้าใจ“จริง ๆ 📖💭

หรือบางครั้งเรียนจบไปแล้ว แต่กลับไม่สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้

แล้วถ้าห้องเรียนสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการ ลงมือทำ คิดเป็น และแก้ปัญหาได้จริงล่ะ

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (IPBL) คือคำตอบของการเปลี่ยนแปลงนี้
ที่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เรียน รู้ แต่เน้นให้ผู้เรียน
คิด วิเคราะห์ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง🧠💡

✨วิธีการสอนนี้จะพาคุณไปค้นพบแนวทางการสอนรูปแบบใหม่ ที่จะเปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความท้าทาย สนุก และมีความหมาย
“เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริง…ไม่ได้เกิดจากการนั่งฟัง แต่เกิดจากการได้ลงมือทำ”

📌 อ่านต่อได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1u_fTBXEfH0PDJCO6m2TmabJbgi-U2i_1/view?usp=drivesdk

ชลธิชา ทิพย์เทพา
กานดา วงค์ศรีษะ
ณิชนันทน์ ชื่นวงศ์

#นวัตกรรมการสอน #การเรียนรู้ศตวรรษที่21 #ครูยุคใหม่ #เปลี่ยนห้องเรียนให้สนุก #ประถมศึกษา #มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

✨สังคมศึกษา 360 องศาเปิดสถิติการเข้าชม 10 อันดับ บทความที่มียอดผู้เข้าชมมากที่สุดประจำเดือน มีนาคมขอบคุณจากหัวใจ 🧡 กับทุ...
01/04/2026

✨สังคมศึกษา 360 องศา
เปิดสถิติการเข้าชม 10 อันดับ
บทความที่มียอดผู้เข้าชมมากที่สุด
ประจำเดือน มีนาคม

ขอบคุณจากหัวใจ 🧡 กับทุกการกดไลก์ กดแชร์ และติดตามเพจ สังคมศึกษา 360 องศา
ทุกซัพพอร์ตคือกำลังใจสำคัญ
ที่ทำให้เราสร้างสรรค์ผลงานต่อไป แล้วมาสนุกกับโลกกว้างในมุมมองใหม่ๆ ไปด้วยกันครับ

ชวนคุณครูมาเปลี่ยนห้องเรียนให้สนุกขึ้น! กับ "วิธีการสอนเชิงสร้างสรรค์ผ่านรหัสภาพและภารกิจเกม" 🎨🎮เบื่อไหมกับการเรียนการสอ...
31/03/2026

ชวนคุณครูมาเปลี่ยนห้องเรียนให้สนุกขึ้น! กับ "วิธีการสอนเชิงสร้างสรรค์ผ่านรหัสภาพและภารกิจเกม" 🎨🎮

เบื่อไหมกับการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ที่เด็กๆ ได้แต่นั่งฟัง? วันนี้เรามีไอเดียการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เจ๋งๆ ที่ดึงเอา "ศิลปะ" และ "ความท้าทาย" มาผสมผสานกันอย่างลงตัวมาฝาก
วิธีการสอนนี้มีความสำคัญและช่วยพัฒนาผู้เรียนได้ยังไงบ้าง

1) เปลี่ยนเรื่องยากให้เห็นภาพชัดเจน (Visual Codes)
การให้เด็กๆ ได้ฝึกวาดรูปหรือสร้างสัญลักษณ์ จะช่วยให้เขาสามารถ "สรุป" สิ่งที่เรียนอยู่ในหัวออกมาเป็นภาพได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเปลี่ยนเนื้อหาที่เข้าใจยาก ซับซ้อน หรือดูไกลตัว ให้กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

2) ฝึกให้คิดเป็นและกล้าแก้ปัญหา (Game Missions)
ในขั้นตอนของการทำภารกิจ เราจะเปิดโอกาสให้เด็กๆ เป็นคน "ตั้งคำถาม" ในสิ่งที่เขาสงสัยเอง แทนที่จะรอตอบคำถามจากคุณครูเพียงอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยฝึกทักษะการค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง และกระตุ้นไอเดียความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะ

การสอนแบบนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เด็กๆ สนุกไปกับบทเรียน แต่ยังเป็นการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ดึงศักยภาพของผู้เรียนออกมาได้อย่างเต็มที่ คุณครูลองนำไอเดียนี้ไปปรับใช้กับวิชาที่สอนกันดูนะครับ รับรองว่าห้องเรียนจะคึกคักขึ้นแน่นอน

อ่านต่อที่…https://drive.google.com/file/d/1hb4Jhgyliwe3mT9wPZcdeaUy7q52J54G/view?usp=drivesdk

ชลนพัตร แสนสมัคร
อรทัย ดีลุดชัย
สิริรัตติกาล บุราณเดช

#ไอเดียการสอน #เกมการศึกษา #สื่อการสอน #วิธีการสอนเชิงสร้างสรรค์ #สังคมศึกษา #ประถมศึกษา #มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี #ครูประถม

วิธีการสอนเเบบ SPARK MODELเปลี่ยนห้องเรียนที่น่าเบื่อ ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สุดสนุกด้วย “SPARK MODEL” นวัตกรรมการ...
31/03/2026

วิธีการสอนเเบบ SPARK MODEL
เปลี่ยนห้องเรียนที่น่าเบื่อ ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สุดสนุกด้วย “SPARK MODEL”
นวัตกรรมการสอนที่ครูยุคใหม่ต้องลอง

เคยไหม? ที่สอนไปแล้วเด็กๆ เอาแต่ท่องจำและขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ วันนี้เราพามาทำความรู้จักกับ “SPARK MODEL” รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทลายข้อจำกัดของการศึกษาแบบเดิมๆ ที่เน้นเพียงการบรรยายหน้าชั้นเรียน

ความโดดเด่นของวิธีการสอนนี้คือ การดึงเอาจุดเด่นของวิธีการสอนที่ได้รับการยอมรับถึง 5 รูปแบบ มาร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดขั้นสูง สนุกสนานไปกับบทเรียน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้

การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนเเบบ SPARK MODEL ไม่เพียงแต่ช่วยให้ชั้นเรียนมีความน่าสนใจ แต่ยังมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดขั้นสูง เข้าใจบริบทอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างแท้จริง
ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการสร้างความหมายในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1gDj_BczN5vcf6viC7mNnxOAhoTk0Ywg8/view?usp=drivesdk

ดวงฤทัย ชัยโยกุล
ภัทรวดี โสเพ็ง
จีระนันท์ ทองจบ

#นวัตกรรมการศึกษา #เทคนิคการสอน #การศึกษาศตวรรษที่21 #เปลี่ยนห้องเรียนให้สนุก

ฮอลันดา : จากพ่อค้าข้ามชาติ สู่การเป็นเจ้าอาณานิคมผูกขาดหมู่เกาะเครื่องเทศก่อนที่โลกจะรู้จักกับคำว่า "อินโดนีเซีย" ใครคื...
28/03/2026

ฮอลันดา : จากพ่อค้าข้ามชาติ สู่การเป็นเจ้าอาณานิคมผูกขาดหมู่เกาะเครื่องเทศ
ก่อนที่โลกจะรู้จักกับคำว่า "อินโดนีเซีย" ใครคือผู้ที่กุมชะตาเศรษฐกิจและทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดในดินแดนตะวันออก ? นั่นคือ “ฮอลันดา” (หรือเนเธอร์แลนด์) มหาอำนาจตะวันตกที่เปลี่ยนหมู่เกาะเครื่องเทศอันมหาศาลให้กลายเป็นโรงงานผลิตความมั่งคั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เรื่องราวเริ่มต้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อความต้องการเครื่องเทศ เช่น กานพลู ลูกจันทน์เทศ และพริกไทย ในตลาดยุโรปพุ่งสูงขึ้นจนมีค่าดั่งทองคำ ฮอลันดาไม่ได้เข้ามาในฐานะผู้แสวงหาเพียงอย่างเดียว แต่เข้ามาพร้อมกับนวัตกรรมทางธุรกิจที่โลกต้องจารึกนั่นคือ บริษัทสหอินเดียตะวันออกของดัตช์ หรือ "วีโอซี" (VOC) ซึ่งถือเป็นบริษัทข้ามชาติแห่งแรกของโลกที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ทั้งการค้า การทหาร และการเมือง

ในช่วงยุคทอง ฮอลันดาสามารถโค่นล้มอิทธิพลของโปรตุเกสและเข้าควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง ช่องแคบมะละกาและช่องแคบซุนดา พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ซื้อขาย แต่ใช้วิธีการ "ผูกขาด" อย่างเบ็ดเสร็จ หากปีใดผลผลิตมากเกินไปจนราคาตก ฮอลันดาจะสั่งทำลายต้นเครื่องเทศทิ้งทันทีเพื่อรักษาอำนาจเหนือราคาตลาดโลก พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์ "แบ่งแยกและปกครอง" แทรกแซงความขัดแย้งของสุลต่านท้องถิ่นเพื่อเปลี่ยนรัฐอิสระให้กลายเป็นอาณานิคมภายใต้โครงสร้างจักรวรรดินิยม

อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองที่สร้างขึ้นบนการกดขี่เริ่มสั่นคลอน เมื่อ คอร์รัปชันภายในองค์กร และ ภาระสงครามที่บานปลาย ทำให้บริษัท VOC ที่เคยยิ่งใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายและสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1799 แม้บริษัทจะล่มสลายไป แต่รัฐบาลฮอลันดายังคงสืบทอดอำนาจต่อผ่าน ระบบบังคับการเพาะปลูก (Cultuurstelsel) ที่บีบเค้นทรัพยากรจากชาวพื้นเมืองอย่างหนักเพื่อพยุงเศรษฐกิจของรัฐแม่

มรดกที่ฮอลันดาทิ้งไว้ให้อินโดนีเซียจึงเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งโครงสร้างสังคมที่แบ่งแยกชนชั้นอย่างรุนแรง ระบบราชการที่ฝังรากลึกด้วยการใช้เส้นสาย และภาวะเศรษฐกิจที่ "ค้าขายไม่เป็น" เมื่อได้รับเอกราช เพราะถูกผูกขาดมานานนับศตวรรษ แต่ในขณะเดียวกัน แรงบีบคั้นเหล่านี้นี่เองที่เป็น "ตัวเร่งปฏิกิริยา" สำคัญที่หล่อหลอมให้กลุ่มคนที่หลากหลายบนหมู่เกาะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้อุดมการณ์ชาตินิยม เพื่อประกาศอิสรภาพและสร้างชาติที่ชื่อว่า “อินโดนีเซีย” ในเวลาต่อมา

อ่านต่อได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1Q84qdkTOxCtbmzlLK8YnuAEtNm4KM_bE/view?usp=drivesdk

สุวรรญดา แสนคา
อัญชนก แสงใสแก้ว
วริศรา ดีพิษ
ประภาวรินทร์ ดีตา
ธัญเทพ ภูเงิน

#ประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย #สังคมศึกษา #ฮอลันดา #ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่อยู่

สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
Udon Thani
41000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สังคมศึกษา 360 องศาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์